untitled - page 110

๑๐๐
สํ
าหรั
บการสวมใส
เครื่
องแต
งกายของผู
เข
าร
วมพิ
ธี
กรรมนั้
นจะมี
นั
ยยะและการสื่
อสารแทนถึ
งสั
ตว
ซึ่
งก็
หมายถึ
ง ควาย ที่
ได
ช
วยชาวบ
านในการทํ
าการเกษตรกรรม
และยั
งเป
นเครื่
องแสดงให
เห็
นถึ
งสั
ตว
ในพิ
ธี
กรรมที่
มี
การนํ
ามาถวายเจ
าปู
๔.๔.๒.๓ ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
ต
นดอกไม
ถู
กประดิ
ษฐ
สร
างขึ้
นมาเพื่
อการเป
นส
วนหนึ่
งใน
ประเพณี
แห
ต
นดอกไม
ของชาวบ
านในตํ
าบลอาฮี
จั
งหวั
ดเลย ต
นดอกไม
มี
นั
ยยะหลั
กคื
อ ต
ดอกไม
ที่
ถู
กพุ
ทธศาสนิ
กร
วมมื
อร
วมใจกั
นจั
ดขึ้
น เพื่
อการถวายเป
นพุ
ทธบู
ชาและการขอขมาลาโทษ
แด
องค
สมเด็
จสั
มมาสั
มพุ
ทธเจ
า เมื่
อครั้
งที่
ชาวบ
านได
อั
ญเชิ
ญพระพุ
ทธองค
ลงมาจากแท
นประทั
เพื่
อนํ
ามาสรงน้ํ
าในวั
นสงกรานต
เช
นเดี
ยวกั
บการนํ
าดอกไม
หลากชนิ
ดมาผสมผสานร
วมกั
นของ
ชาวบ
านในชุ
มชนซึ่
งก็
มี
นั
ยยะถึ
งความเชื่
อความศรั
ทธาอย
างเหนี
ยวแน
นของต
อพุ
ทธศาสนา เมื่
นํ
ามาประกอบสร
างในลั
กษณะรวมกั
นเป
นต
นดอกไม
จึ
งมี
ลั
กษณะที่
สื่
อถึ
งความเป
นอั
นหนึ่
งอั
เดี
ยวกั
ส
วนการนํ
าต
นดอกไม
มาเดิ
นขบวนวนรอบโบสถ ๓ รอบ โดยมี
ขบวนแห
ต
นดอกไม
และพุ
ทธศาสนิ
กชนเดิ
นร
วมไปเป
นขบวนใหญ
พร
อมกั
บการเต
นของผู
ถื
อต
ดอกไม
ในรู
ปแบบที่
รุ
นแรงผสมผสานกั
บเสี
ยงตี
กลอง เคาะกรั
บที่
กระชั
บนั้
นเป
นการสื่
อถึ
งนั
ยยะถึ
ความเป
นสิ
ริ
มงคลแก
ชี
วิ
ต และเพื่
อเป
นการเตรี
ยมการบู
ชาพระพุ
ทธเจ
าด
วยดอกไม
และความเป
สิ
ริ
มงคลของผู
เข
าร
วมพิ
ธี
กรรม
๔.๔.๓ การออกแบบชุ
ดการแสดง
การออกแบบชุ
ดการแสดง หมายถึ
ง การสร
างสรรค
การแสดงออกมาเป
นชุ
ตามนั
ยยะแห
งความหมายที่
ปรากฏและแฝงอยู
ในพิ
ธี
กรรมและงานประเพณี
ของชุ
มชนท
องถิ่
จากการศึ
กษาพบว
า สิ่
งที่
จะนํ
ามาเป
นแนวคิ
ดในการออกแบบชุ
ดการแสดงเพื่
อส
งเสริ
มและ
สนั
บสนุ
นการท
องเที่
ยวจั
งหวั
ดเลยประกอบด
วย
๔.๔.๓.๑ พิ
ธี
กรรมการบู
ชาพระอุ
ปคุ
ซึ่
งเป
นองค
ประกอบสํ
าคั
ญในการเริ่
ประเพณี
งานบุ
ญหลวง จากการศึ
กษาพบว
า ในงานบุ
ญหลวงนั
น ในวั
นแรกจะมี
พิ
ธี
เชิ
ญพระอุ
ปคุ
นั
บตั้
งแต
เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ น.- ๐๕.๐๐ น. โดยคณะบริ
หารของเจ
าพ
อกวน ซึ่
งจะมี
การ
นํ
าเอาอุ
ปกรณ
ที่
เตรี
ยมมาทํ
าพิ
ธี
กรรม โดยการถื
อนํ
าขบวนจากวั
ดโพนชั
ยไปยั
งริ
มฝ
งแม
น้ํ
าหมั
เพื่
อที่
จะอั
ญเชิ
ญพระอุ
ปคุ
ตจากแม
น้ํ
าหมั
นกลั
บมาประดิ
ษฐานอยู
ที่
หออุ
ปคุ
ต ที่
วั
ดโพนชั
ย เพื่
เป
าหมายในการช
วยปราบมารและช
วยป
องกั
นภยั
นตรายและภั
ยร
ายต
าง ๆ
๔.๔.๓.๒ การละเล
นผี
ตาโขน
เมื่
อกล
าวถึ
ง “ผี
ตาโขน” นั้
นพบว
า มี
อั
ตลั
กษณ
ที่
มี
ความเฉพาะตั
ว คื
อการเป
นผี
ที่
ช
วยคุ
มครองขบวนแห
ของพระเวสสั
นดรและพระนางมั
ทรี
ในการ
เสด็
จเข
าเมื
อง ดั
งนั้
นลั
กษณะที่
โดดเด
นของผี
ตาโขนจึ
งอยู
ที่
อากั
ปกิ
ริ
ยาจากความไม
อยู
นิ่
ง มี
การ
เคลื่
อนไหวในรู
ปแบบของการขย
มตั
วพร
อมกั
บเสี
ยงดั
งกั
งวานไปตามการเคลื่
อนไหวของร
างกาย
จากหมากกะแหล
ง รวมถึ
งรู
ปแบบของหน
ากากผี
ตาโขนที่
มี
ลั
กษณะและรู
ปแบบของโครงหน
าที่
ยาวและมี
จมู
กยาวดั่
งงวงช
าง และเครื่
องแต
งกายที่
ประกอบสร
างจากวั
สดุ
อย
างผ
าเก
าๆหลากสี
ทั้
งที่
นํ
ามาปะติ
ดด
วยการเย็
บและลวดลายที่
ผสมผสานอยู
ในตั
วเนื้
อผ
า ก็
สามารถส
งสารเชิ
งนั
ยยะแห
ความหมายของผี
ตาโขนได
1...,100,101,102,103,104,105,106,107,108,109 111,112,113,114,115,116,117,118,119,120,...189
Powered by FlippingBook