st118 - page 228

218
ยิ่
งขึ
น (สํ
านั
กงานสภาที่
ปรึ
กษาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
, 2553) ซึ่
งหนึ่
งในประเด็
นของนโยบาย
พั
ฒนาชาติ
ดั
งกล่
าวได้
ครอบคลุ
มมาถึ
งพื
นที่
ชายฝั่
งทะเลเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นด้
วย คื
การขยายฐานการผลิ
ตโดยใช้
ธุ
รกิ
จการท่
องเที่
ยวเป็
นปั
จจั
ยนั
บตั
งแต่
ภาครั
ฐได้
ตั
งองค์
การส่
งเสริ
การท่
องเที่
ยว และยกฐานะเป็
นการท่
องเที่
ยวแห่
งประเทศไทย ได้
ใช้
สถานที่
ท่
องเที่
ยวตาม
ธรรมชาติ
ศิ
ลปวั
ตถุ
โบราณสถาน และการแสดงทางวั
ฒนธรรมเป็
นจุ
ดขาย กอปรกั
บการเล็
งเห็
ว่
าการพั
ฒนาอุ
ตสาหกรรมท่
องเที่
ยวของประเทศเพื่
อตอบสนองความจํ
าเป็
นทางเศรษฐกิ
จสั
งคม
และการเมื
อง มี
ความสํ
าคั
ญต่
อการพั
ฒนาประเทศชาติ
หลายด้
าน อาทิ
เช่
นด้
านแรก ก่
อให้
เกิ
รายได้
เป็
นเงิ
นตราต่
างประเทศ ด้
านที่
สอง รายได้
จากอุ
ตสาหกรรมท่
องเที่
ยวเป็
นรายได้
ที่
กระจาย
ไปสู
ประชากรอย่
างกว้
างขวาง ด้
านที่
สาม สร้
างอาชี
พมากมายและเป็
นการสร้
างอาชี
พเสริ
มที่
ต่
อเนื่
องจากการท่
องเที่
ยว ด้
านที่
สี่
อุ
ตสาหกรรมการท่
องเที่
ยวเป็
นอุ
ตสาหกรรมที่
ไม่
มี
ขี
ดจํ
ากั
ดใน
การจํ
าหน่
าย ซึ่
งถื
อว่
าการเดิ
นทางท่
องเที่
ยวเป็
นสิ
ทธิ
มนุ
ษยชนอย่
างหนึ่
งที่
ภาครั
ฐพึ
งสนั
บสนุ
และด้
านสุ
ดท้
าย อุ
ตสาหกรรมการท่
องเที่
ยวไม่
มี
ขี
ดจํ
ากั
ดในเรื่
องการผลิ
ต เพราะไม่
ต้
องพึ่
งดิ
นฟ้
อากาศเหมื
อนการเกษตรอื่
น ๆ ผลผลิ
ตของการท่
องเที่
ยวจึ
งเสนอขายให้
แก่
นั
กท่
องเที่
ยวได้
โดยมี
ความยั่
งยื
นไม่
ผั
นแปร เป็
นต้
น เมื่
อภาครั
ฐมี
นโยบายการพั
ฒนาธุ
รกิ
จการท่
องเที่
ยว สิ่
งที่
ตามมาคื
การขยายตั
วทางเศรษฐกิ
จและโครงสร้
างพื
นฐานของทั
งสองเกาะ ทํ
าให้
การเดิ
นทางติ
ดต่
อกั
ภายนอกมี
ความสะดวกมากขึ
น เพื่
อรองรั
บธุ
รกิ
จการท่
องเที่
ยวที่
สามารถสร้
างเม็
ดเงิ
นให้
แก่
ประเทศชาติ
ได้
อย่
างมหาศาล ด้
วยเหตุ
นี
สภาพสั
งคมและวั
ฒนธรรมของผู
คนอํ
าเภอเกาะสมุ
ยและ
เกาะพะงั
นจึ
งได้
เปลี่
ยนแปลงอย่
างรวดเร็
วจนอยากเกิ
นที่
จะกลั
บมาเป็
นแบบเดิ
การเปิ
ดประเทศรองรั
บธุ
รกิ
จการท่
องเที่
ยวส่
งผลให้
เกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นเริ่
มเป็
นที่
รู
จั
ของชาวต่
างชาติ
มากขึ
น ชาติ
ตะวั
นตกเข้
ามายั
งอํ
าเภอเกาะสมุ
ย ในปี
พ.ศ. 2525 และเข้
าสู
อํ
าเภอ
เกาะพะงั
นราวปี
พ.ศ. 2528 การเข้
ามาของอารยธรรมตะวั
นตกจึ
งมี
ส่
วนสํ
าคั
ญยิ่
งในการกํ
าหนด
ลั
กษณะพื
นฐานของวั
ฒนธรรมชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นในเวลาต่
อมา
หลั
งปี
พ.ศ.2535 เกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นมี
การเปลี่
ยนแปลงสภาพทางสั
งคมสิ่
งแวดล้
อม
เมื่
อกลุ
มนั
กท่
องเที่
ยวจากซี
กโลกตะวั
นตกนิ
ยมเดิ
นทางมาหาไอแดดและแสงตะวั
นจากริ
มฝั่
งทะเล
ตั
งแต่
อิ
นเดี
ยศรี
ลั
งกาลงมาจนถึ
งเกาะภู
เก็
ตภายหลั
งที่
ภู
เก็
ตสภาพสิ่
งแวดล้
อมและภู
มิ
ทั
ศน์
เริ่
มถู
ทํ
าลายจากการขยายพื
นที่
การท่
องเที่
ยว ทํ
าให้
นั
กท่
องเที่
ยวบางส่
วนเปลี่
ยนเส้
นทางการท่
องเที่
ยว
เสาะแสวงหาพื
นที่
ใหม่
ๆที่
ธรรมชาติ
ยั
งบริ
สุ
ทธิ ์
เมื่
อเดิ
นทางเข้
ามาที่
เกาะสมุ
ยก็
พบว่
า พื
นที่
แห่
งนี
ยั
งคงธรรมชาติ
ที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
มี
แนวชายหาดหลายแห่
งที่
สวยงาม เช่
น หาดเฉวง อ่
าวละไม
เป็
นสวรรค์
อั
นสงบเหมาะสํ
าหรั
บการพั
กผ่
อนอาบแดด และยั
งสามารถเดิ
นทางต่
อไปยั
งเกาะพะงั
1...,218,219,220,221,222,223,224,225,226,227 229,230,231,232,233,234,235,236,237,238,...290
Powered by FlippingBook