214
ที่
ระลึ
ก และร้
านสะดวกซื
้
อ แม้
ว่
าจะมี
การทํ
าประมงพื
้
นบ้
าน และเกษตรกรรมหลงเหลื
ออยู
่
บ้
างแต่
เป็
นส่
วนน้
อย
ด้
านประวั
ติ
ศาสตร์
เกาะพะงั
นเป็
นเกาะที่
มี
ผู
้
คนเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานมาช้
านาน แต่
ไม่
ปรากฏ
หลั
กฐานทางประวั
ติ
ศาสตร์
แน่
ชั
ดว่
าเกาะนี
้
มี
ผู
้
คนอาศั
ยเมื่
อใดสมั
ยพระบาทสมเด็
จพระจอมเกล้
า
เจ้
าอยู
่
หั
วรั
ชกาลที่
4 เกาะพะงั
นอยู
่
ในการดู
แลของเมื
องไชยา ในสมั
ยพระบาทสมเด็
จ
พระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วรั
ชกาลที่
5สมเด็
จพระบรมวงศ์
เธอเจ้
าฟ้
ากรมพระยาภาณุ
พั
นธุ
วงศ์
วร
เดช ได้
ทรงตรวจเยี่
ยมหั
วเมื
องปั
กษ์
ใต้
ได้
ทรงบั
นทึ
กเกี่
ยวกั
บเกาะพะงั
นไว้
ว่
า
พะงั
นเป็
นเมื
องๆ หนึ่
ง
ขึ้
นอยู่
กั
บเมื
องไชยา พระยาวจี
สั
ตยารั
กษ์
(ขํ
า ศรี
ยาภั
ย) เจ้
าเมื
องไชยา ได้
ส่
ง หลวงสมุ
ทรคี
รี
มาเป็
นเจ้
าเมื
องเกาะพะงั
น
ต่
อมาในปี
พ.ศ. 2440 ได้
มี
การจั
ดระบบการปกครองท้
องถิ่
นในรู
ปแบบ
เมื
องเกาะพะงั
นถู
กยุ
บไปรวมกั
บเมื
องเกาะสมุ
ยตั
้
งเป็
นอํ
าเภอเกาะสมุ
ยขึ
้
นต่
อเมื
องไชยา ในขณะ
นั
้
นเกาะพะงั
นมี
ฐานะเป็
นตํ
าบลประกอบด้
วย 2ตํ
าบล คื
อ ตํ
าบลเกาะพะงั
น และตํ
าบลบ้
านใต้
จนกระทั่
งเมื่
อวั
นที่
11กั
นยายนพ.ศ. 2513กระทรวงมหาดไทยได้
แยกเขตท้
องที่
ตํ
าบลเกาะพะงั
น
ออกจากอํ
าเภอเกาะสมุ
ยยกฐานะเป็
นกิ่
งอํ
าเภอเมื่
อวั
นที่
23ตุ
ลาคมปี
พ.ศ. 2513และยกฐานะ
เป็
น “อํ
าเภอเกาะพะงั
น” เมื่
อวั
นที่
13 เมษายนพ.ศ. 2520
ด้
านวั
ฒนธรรมประเพณี
เนื่
องจากเกาะพะงั
นมี
ผู
้
คนตั
้
งถิ่
นฐานหลายกลุ
่
ม ได้
แก่
ชาวไทย ชาว
ไทยมุ
สลิ
มและชาวไทยเชื
้
อสายจี
นวั
ฒนธรรมและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวเกาะพะงั
นแต่
ละกลุ
่
มจึ
งแตกต่
าง
กั
น ชาวไทยมี
วั
ฒนธรรมและวิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
คล้
ายคลึ
งกั
บชาวไทยอํ
าเภออื่
น ๆ ในจั
งหวั
ดสุ
ราษฎร์
ธานี
ที่
สํ
าคั
ญได้
แก่
การเกิ
ด การบวช การแต่
งงาน การตาย รั
บและส่
งตายาย ออกปากซอแรง ชั
กพระ
และชนควาย ส่
วนชาวไทยเชื
้
อสายจี
น มี
วั
ฒนธรรมที่
โดดเด่
นยึ
ดถื
อปฏิ
บั
ติ
มาชั่
วอายุ
คน ได้
แก่
ประเพณี
ตรุ
ษจี
น สารทจี
นการกิ
นเจ และเช็
งเม้
ง สํ
าหรั
บชาวไทยมุ
สลิ
มมี
วั
ฒนธรรมที่
สํ
าคั
ญคื
อ
การเกิ
ด การละหมาดการถื
อศี
ลอดการจ่
ายซะกาตการตายและการประกอบพิ
ธี
ฮั
จญ์
สํ
าหรั
บปั
ญหาที่
ต้
องแก้
ไขเร่
งด่
วนของเกาะพะงั
น ได้
แก่
ได้
ปั
ญหาด้
านกายภาพ เศรษฐกิ
จ
สั
งคม และวั
ฒนธรรมด้
านกายภาพ ได้
แก่
การคมนาคม ปั
ญหาขาดแคลนนํ
้
า และปั
ญหาสภาพทาง
กายภาพเปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
มการคมนาคมไม่
สะดวกส่
วนหนึ่
งมาจากสภาพพื
้
นที่
ที่
มี
ภู
เขาสู
งชั
น
สลั
บซั
บซ้
อนทอดตั
วยาวถึ
งชายหาด เป็
นอุ
ปสรรคต่
อการใช้
รถใช้
ถนนของผู
้
คนปั
ญหาขาดแคลนนํ
้
า
เนื่
องไม่
มี
แหล่
งนํ
้
าดิ
บสํ
ารองตามธรรมชาติ
ที่
เพี
ยงพอต่
อความต้
องการทํ
าให้
มี
ปั
ญหาขาดแคลนนํ
้
า
ในช่
วงหน้
าแล้
งสํ
าหรั
บปั
ญหาสภาพทางกายภาพเปลี่
ยนแปลงไป เก◌ิ
ดจากการสร้
างที่
อยู
่
อาศั
ยที่
พั
ก โรงแรม รี
สอร์
ทบนภู
เขาสู
ง บนโขดหิ
น หรื
อติ
ดชายหาดมากเกิ
นไป ด้
านเศรษฐกิ
จ ได้
แก่
ค่
า
ครองชี
พสู
ง ขาดการรวมกลุ
่
มเพื่
อทํ
ากิ
จกรรมทางด้
านเศรษฐกิ
จ ขาดการประชาสั
มพั
นธ์
ด้
านการตลาด