217
ประเด็
นที่
สาม วั
ฒนธรรมการผลิ
ตและการบริ
โภคของผู
้
คน จะคํ
านึ
งถึ
งความจํ
าเป็
นด้
าน
ปั
จจั
ยสี่
และความต้
องการในครั
วเรื
อน เป็
นการผลิ
ตเพื่
อบริ
โภคและบริ
โภคในสิ่
งที่
ผลิ
ตเท่
านั
้
น
ไม่
ว่
าจะเป็
นการผลิ
ตและบริ
โภคอาหารประเภทพื
ชผั
กและผลไม้
การเลี
้
ยงสั
ตว์
การทํ
าประมงพื
้
นบ้
านที่
มี
อยู
่
ท้
องถิ่
น การผลิ
ตและบริ
โภคเครื่
องนุ
่
งห่
มที่
เป็
นไปตามยุ
คสมั
ยของสั
งคม เป็
นการแต่
งกาย
เรี
ยบง่
าย แต่
ไม่
มี
การผลิ
ตเสื
้
อผ้
าด้
วยตนเอง โดยมากจะซื
้
อจากตลาดบ้
านดอนตั
วเมื
องสุ
ราษฎร์
ธานี
ในตอนที่
นํ
ามะพร้
าวมาจํ
าหน่
าย ต่
อมาจึ
งมี
ผู
้
เปิ
ดร้
านค้
าเสื
้
อผ้
าที่
ตลาดบ้
านหน้
าทอนทํ
าให้
คนในชุ
มชนมี
เสื
้
อผ้
านุ
่
งห่
มมากมายและหลากหลายขึ
้
น ในด้
านที่
อยู
่
อาศั
ยและเครื่
องใช้
ไม้
สอย
ชาวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นมี
การสร้
างที่
อยู
่
อาศั
ยแบบเรื
อนไทยภาคใต้
เป็
นเรื
อนเครื่
องสั
บยกใต้
ถุ
นสู
งโล่
ง หลั
งคาบ้
านทรงปั
้
นหยา จะใช้
วั
สดุ
ที่
หาได้
ง่
ายในท้
องถิ่
น และยั
งนิ
ยมสร้
างเครื่
องมื
อ
เครื่
องใช้
ในครั
วเรื
อนด้
วยตนเอง โดยใช้
วั
สดุ
ที่
มาหาได้
จากธรรมชาติ
ที่
มี
อยู
่
ในชุ
มชนเป็
นหลั
ก
หรื
อไม่
ก็
นํ
าไปแลกซื
้
อขายกั
บพ่
อค้
าคนจี
น เช่
น การแปรรู
ปกะลามะพร้
าวแห้
งเป็
นภาชนะตั
กนํ
้
า
ช้
อนชนิ
ดต่
าง ๆ และเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ภายในบ้
านต่
อมามี
คนภายนอกเข้
าในชุ
มชนได้
นํ
าสิ
นค้
า
ภายนอกชุ
มชนเข้
ามา ได้
แก่
ตะเกี
ยงโบราณ โคมไฟ ถ้
วยชามกระเบื
้
องเคลื
อบ มี
ดดาบ เครื่
อง
ทองเหลื
อง เครื่
องลายคราม เครื่
องปั
้
นดิ
นเผา เป็
นต้
น ด้
านการผลิ
ตและบริ
โภคยารั
กษาโรค
แต่
เดิ
มผู
้
คนใช้
ยาสมุ
นไพรรั
กษาโรคที่
หาได้
จากธรรมชาติ
และนํ
ามาผลิ
ตเป็
นยาในรู
ปแบบต่
าง ๆ
ซึ่
งสมุ
นไพรที่
ได้
มี
มาจากพฤกษาชาติ
สั
ตว์
หรื
อแร่
ธาตุ
และยั
งมี
พื
ชสมุ
นไพรบ้
างชนิ
ดที่
ใช้
บริ
โภค
ประจํ
าวั
น เช่
น ขิ
ง ข่
า กระเที
ยม เป็
นต้
นพื
ชเหล่
านี
้
มี
ทั
้
งแก้
ไข้
ขั
บลม แก้
ท้
องอื
ดท้
องเฟ้
อ เป็
นต้
น
และด้
านการผลิ
ตและบริ
โภคสาธารณู
ปโภคผู
้
คนทั
้
งสองพื
้
นที่
ได้
อาศั
ยแหล่
งนํ
้
าตามธรรมชาติ
ใน
การบริ
โภคและอุ
ปโภคทั
้
งในครั
วเรื
อนและการเกษตรกรรม ส่
วนสาธารณู
ปโภคหรื
อระบบ
โครงสร้
างพื
้
นฐานที่
จํ
าเป็
นในการติ
ดต่
อสื่
อสาร การเดิ
นทางไปยั
งตั
วอํ
าเภอเมื
องสุ
ราษฎร์
ธานี
จะใช้
เรื
อนอนเป็
นหลั
ก
ช่
วงหลั
งแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
4 (พ.ศ.2520) เป็
นต้
นมา สภาพ
สั
งคมและวั
ฒนธรรมของผู
้
คนอํ
าเภอเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นได้
เปลี่
ยนแปลงไปอย่
างรวดเร็
ว ต่
าง
จากเดิ
มที่
มี
การปรั
บเปลี่
ยนอย่
างช้
า ๆตามสภาพการณ์
ของสั
งคม การเปลี่
ยนแปลงดั
งกล่
าวเกิ
ด
จากความต้
องการแก้
ปั
ญหาความยากจน ปั
ญหาด้
านการประกอบอาชี
พ เพื่
อพั
ฒนาคุ
ณภาพ
ชี
วิ
ตให้
ดี
ยิ่
งขึ
้
น วิ
ธี
การแก้
ปั
ญหาเหล่
านี
้
ทํ
าให้
ภาครั
ฐวางแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
โดยนํ
าเอาระบบเศรษฐกิ
จและสั
งคมของประเทศที่
พั
ฒนาแล้
วมาใช้
ขยายฐานการผลิ
ตโดยปรั
บ
โครงสร้
างภาคการเกษตรและอุ
ตสาหกรรมเพื่
อการส่
งออกและกระจายอุ
ตสาหกรรมไปสู
่
ส่
วน
ภู
มิ
ภาค เพื่
อให้
เข้
ากั
บการเปลี่
ยนแปลงของตลาดโลก และยกระดั
บคุ
ณภาพชี
วิ
ตของผู
้
คนให้
ดี