๔๘๘
วั
ฒนธรรม และใช้
สื่
อสารมวลชนของท้
องถิ่
น เช่
น หนั
งสื
อพิ
มพ์
วิ
ทยุ
ท้
องถิ่
น มาใช้
สร้
างความรู้
ความ
เข้
าใจในการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม (
X
= ๒.๙๖)
๙.๒.๓ สภาวั
ฒนธรรมตาบล อยู่
ในระดั
บปานกลาง (
X
= ๓.๑๔) โดยดาเนิ
นการใน
ระดั
บปานกลางทุ
กรายการ โดยดาเนิ
นการมากที่
สุ
ดในเรื่
องสภาวั
ฒนธรรมนี้
มี
การสร้
างความรู้
ความ
เข้
าใจจนเกิ
ดการเห็
นคุ
ณค่
าและความสาคั
ญของงานวั
ฒนธรรม (
X
= ๓.๓๖) รองลงมาคื
อ สภา
วั
ฒนธรรมนี้
ให้
ความสาคั
ญกั
บภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น โดยจั
ดให้
มี
การศึ
กษา ค้
นคว้
า รวบรวมภู
มิ
ปั
ญ ญา
ตลอดจนนาออกเผยแพร่
และถ่
ายทอด (
X
= ๓.๓๓) และดาเนิ
นการน้
อยที่
สุ
ดในเรื่
องสภาวั
ฒนธรรมนี้
จั
ดให้
ภาคี
สมาชิ
กมี
การศึ
กษาดู
งานการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม เพื่
อแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู้
ร่
วมกั
น (
X
=
๒.๙๒)
๙.๒.๔ สภาวั
ฒนธรรมอื่
นๆ อยู่
ในระดั
บปานกลาง (
X
= ๓.๒๕) โดยดาเนิ
นการใน
ระดั
บมาก ๒ รายการ ระดั
บปานกลาง ๑๔ รายการ โดยดาเนิ
นการมากที่
สุ
ดในเรื่
องสภาวั
ฒนธรรมนี้
มี
การจั
ดลาดั
บความสาคั
ญของงานวั
ฒนธรรม ที่
ไม่
ขั
ดหรื
อแย้
งกั
บหน้
าที่
ความรั
บผิ
ดชอบ ความถนั
ด
ความสนใจของภาคี
สมาชิ
ก (
X
= ๓.๕๘) รองลงมาคื
อ สภาวั
ฒนธรรมนี้
มี
การสร้
างแรงจู
งใจในการ
รวมตั
วกั
นเป็
นสภาวั
ฒนธรรม โดยสร้
างความรู้
ความเข้
าใจและสานึ
กตระหนั
กในคุ
ณค่
าและ
ความสาคั
ญของการรวมตั
วกั
นดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม (
X
= ๓.๕๓) และดาเนิ
นการน้
อยที่
สุ
ดในเรื่
อง
สภาวั
ฒนธรรมนี้
มี
การส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
นให้
มี
การจั
ดกิ
จกรรมทางวั
ฒนธรรมอย่
างสม่
าเสมอ เพื่
อให้
ภาคี
เครื
อข่
ายเกิ
ดการเรี
ยนรู้
จากการจั
ดกิ
จกรรมร่
วมกั
น (
X
= ๓.๐๖)
๙.๓ ระดั
บการการพั
ฒนาสภาวั
ฒนธรรม จาแนกตามภู
มิ
ภาคที่
สภาวั
ฒนธรรมตั้
งอยู่
๙.๓.๑ สภาวั
ฒนธรรมในภาคเหนื
อ อยู่
ในระดั
บปานกลาง (
X
= ๓.๓๓) โดย
ดาเนิ
นการในระดั
บมาก ๓ รายการ ระดั
บปานกลาง ๑๓ รายการ โดยดาเนิ
นการมากที่
สุ
ดในเรื่
องสภา
วั
ฒนธรรมนี้
มี
การสร้
างความรู้
ความเข้
าใจจนเกิ
ดการเห็
นคุ
ณค่
าและความสาคั
ญของงานวั
ฒนธรรม
(
X
= ๓.๕๘) รองลงมาคื
อสภาวั
ฒนธรรมนี้
มี
การส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
นให้
เกิ
ดการรวมตั
วกั
นดาเนิ
น
กิ
จกรรมวั
ฒนธรรมตามความถนั
ด ความสามารถอย่
างอิ
สระและหลากหลาย (
X
= ๓.๕๒) และ
ดาเนิ
นการน้
อยที่
สุ
ดในเรื่
องสภาวั
ฒนธรรมนี้
จั
ดให้
ภาคี
สมาชิ
กมี
การศึ
กษาดู
งานการดาเนิ
นงาน
วั
ฒนธรรม เพื่
อแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู้
ร่
วมกั
น (
X
= ๓.๐๒)
๙.๓.๒ สภาวั
ฒนธรรมในภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ อยู่
ในระดั
บปานกลาง
(
X
=
๓.๑๑) โดยดาเนิ
นการในระดั
บปานกลางทุ
กรายการ โดยดาเนิ
นการมากที่
สุ
ดในสภาวั
ฒนธรรมนี้
มี
การ
สร้
างความรู้
ความเข้
าใจจนเกิ
ดการเห็
นคุ
ณค่
าและความสาคั
ญของงานวั
ฒนธรรม (
X
= ๓.๓๕๖)
รองลงมาคื
อสภาวั
ฒนธรรมนี้
ให้
ความสาคั
ญกั
บภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น โดยจั
ดให้
มี
การศึ
กษา ค้
นคว้
า
รวบรวมภู
มิ
ปั
ญญา ตลอดจนนาออกเผยแพร่
และถ่
ายทอด (
X
= ๓.๒๗) และดาเนิ
นการน้
อยที่
สุ
ดใน
เรื่
องสภาวั
ฒนธรรมนี้
จั
ดให้
ภาคี
สมาชิ
กมี
การศึ
กษาดู
งานการดาเนิ
นงานวั
ฒนธรรม เพื่
อแลกเปลี่
ยน
เรี
ยนรู้
ร่
วมกั
น (
X
= ๒.๙๑)
๙.๓.๓ สภาวั
ฒนธรรมในภาคกลาง อยู่
ในระดั
บปานกลาง (
X
= ๓.๒๙) โดย
ดาเนิ
นการในระดั
บมาก ๒ รายการ ระดั
บปานกลาง ๑๔ รายการ โดยดาเนิ
นการมากที่
สุ
ดในเรื่
องสภา
วั
ฒนธรรมนี้
มี
การสร้
างความรู้
ความเข้
าใจจนเกิ
ดการเห็
นคุ
ณค่
าและความสาคั
ญของงานวั
ฒนธรรม
(
X
= ๓.๕๕) รองลงมาคื
อ สภาวั
ฒนธรรมนี้
ให้
ความสาคั
ญกั
บภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น โดยจั
ดให้
มี
การศึ
กษา