st116 - page 38

28
2.4 หลิ
มโต๊
ะเคี่
ยม : โจรสลั
ดชาวจี
นที่
กลายเป็
นตํ
านานในปั
ตตานี
การล่
มสลายของศรี
วิ
ชั
ย ในพ.ศ.1568 ทํ
าให้
รู
ปแบบของการค้
าทางทะเลในลั
กษณะของการ
เป็
นสหพั
นธรั
ฐทางการค้
าของเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
ยุ
ติ
ลง
*
เมื
องท่
าต่
างๆ ที่
เคยร่
วมกั
นเป็
สหพั
นธรั
ฐการค้
ากั
บศรี
วิ
ชั
ย ก็
ได้
แตกออกและเกิ
ดเป็
นรั
ฐหรื
อเมื
องท่
าที่
มี
ความเจริ
ญการค้
าทางทะเล
ขึ้
นหลากหลายเมื
องด้
วยกั
ปั
ตตานี
ก็
คื
อเมื
องท่
าหนึ่
งเริ่
มสยายบทบาทการค้
าทางทะเลของตนเองขึ้
น ปั
ตตานี
ปรากฏชื่
เป็
นครั้
งแรกๆ ในหน้
าประวั
ติ
ศาสตร์
ในนามของ “ลั
งกาสุ
กะ” รั
ฐโบราณที่
ก่
อตั้
งขึ้
นในประมาณพุ
ทธ
ศตวรรษที่
11
9
และได้
เกิ
ดเหตุ
การณ์
สํ
าคั
ญภายในเมื
องจนได้
มี
การเปลี่
ยนชื่
อมาเป็
น “ปั
ตตานี
” ใน
สมั
ยต่
อมา
**
*
ศรี
วิ
ชั
ยเป็
นอาณาจั
กรที่
มี
ลั
กษณะของการเป็
นสหพั
นธรั
ฐทางการค้
าภายในเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
เรื
อง
อํ
านาจอยู่
ในช่
วงพุ
ทธศตวรรษที่
13 - 15 ซึ่
งความรุ่
งเรื
องทางการค้
าทางทะเลของศรี
วิ
ชั
ยมี
ปั
จจั
ยสํ
าคั
ญจากการที่
เป็
นสหพั
นธรั
ฐที่
มี
อาณาเขตครอบคลุ
มพื้
นที่
ทางการค้
าภายในภู
มิ
ภาค ทํ
าให้
ศรี
วิ
ชั
ยสามารถควบคุ
มการค้
าทางทะเล
ในภู
มิ
ภาคเอเชี
ยตะวั
นออกเฉี
ยงใต้
โดยเฉพาะการควบคุ
มช่
องแคบมะละกา ที่
เป็
นเส้
นทางการเดิ
นเรื
อสํ
าคั
ญในการ
เชื่
อมต่
อกั
นระหว่
างตะวั
นออกและตะวั
นออก และด้
วยเหตุ
นี้
จึ
งเป็
นการยากที่
ระบุ
ให้
แน่
ชั
ดถึ
งศู
นย์
กลางอํ
านาจของ
ศรี
วิ
ชั
ย จึ
งมี
การสั
นนิ
ษฐานว่
าด้
วยลั
กษณะของการเป็
นสหพั
นธรั
ฐทํ
าให้
ศู
นย์
กลางของอํ
านาจมี
การโยกย้
ายอยู่
เสมอใน
แต่
ละช่
วงเวลา การล่
มสลายลงของศรี
วิ
ชั
ยนั้
น เกิ
ดจากการยกทั
พเข้
าทํ
าลายของพระเจ้
าราเชนทรโจฬะที่
1 กษั
ตริ
ย์
แห่
งอาณาจั
กรโจฬะในอิ
นเดี
ยใต้
ที่
ประสบปั
ญหาจากระบบการค้
าของศรี
วิ
ชั
ยภายในช่
องแคบมะละกา
9
เหยี
ยน ฉงเฉา. (2532,มกราคม - เมษายน). ที่
ตั้
งของลั
งกาสุ
กะตามทั
ศนะทางภู
มิ
ศาสตร์
. แปลโดย
อนั
นต์
โอกฤษ.
รู
สมิ
แล
. 12(2) : 31.
**
ประเด็
นเรื่
องของการเปลี่
ยนชื่
อเมื
อง “ลั
งกาสุ
กะ” เป็
น “ปั
ตตานี
” นั้
นได้
มี
การเขี
ยนถึ
งอยู่
ในแหล่
งข้
อมู
ที่
หลากหลาย ทั้
งงานวิ
ชาการในปั
จจุ
บั
นหรื
อแม้
กระทั่
งภายในฮิ
กายั
ตปั
ตตานี
(Hikayat Pattani) หรื
อตํ
านานเมื
อง
ปั
ตตานี
ที่
กล่
าวถึ
งเหตุ
การณ์
ครั้
งนั้
นว่
าเกิ
ดจากจาก
ฮิ
กายั
ตปั
ตตานี
กล่
าวถึ
งเหตุ
การณ์
พิ
ศวงที่
รายาศรี
วั
งสาได้
พบ
ระหว่
างการออกล่
าสั
ตว์
คื
อ การพบกั
บกระจงสี
ขาวที่
มี
ขนาดใหญ่
มาก และเมื่
อไล่
ตามกระจงตั
วนั้
นกลั
บหายตั
วไป
อย่
างไร้
ร่
องรอย และได้
พบกั
บเจ๊
ะตานี
และได้
มี
การย้
ายเมื
องไปตั้
งในบริ
เวณที่
กระจงตั
วนั้
นหายไป (ดู
รายละเอี
ยด
เพิ่
ม ใน ชุ
ลี
พร พงษ์
สุ
พั
ฒน์
. (2542).
ปั
ตตานี
: รอยต่
อทางวั
ฒนธรรมและมิ
ติ
ทางความคิ
. (เอกสาร
ประกอบการบรรยายโครงการปริ
ทั
ศน์
ประเทศเพื่
อนบ้
านผ่
านมิ
ติ
ภายใน).,วั
น มะโรหะบุ
ตร, ผู้
แปล. (2528,มกราคม
- เมษายน). เล่
าเรื่
องเมื
องปั
ตตานี
.
วารสารรู
สมิ
แล
. 8(2),อิ
บรอฮิ
ม ชุ
กรี
. (2549).
ประวั
ติ
ราชอาณาจั
กรมลายู
ปะตานี
. แปลโดย หะสั
น หมั
ดหมาน และมะหามะซากิ
เจ๊
ะหะ. กรุ
งเทพฯ: ซิ
ลเวอร์
มบุ๊
ค. , A.Teeuw; and D.K.
Wyatt. (1970).
Hikayat Patani : The Story of Patani
. , Paul Wheatley. (1961).
The Golden
Khersonese
.)
1...,28,29,30,31,32,33,34,35,36,37 39,40,41,42-43,44-45,46-47,48-49,50-51,52,54-55,...185
Powered by FlippingBook