Page 98 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

82
สารอาหารที่
เป็
นไปตามธรรมชาติ
การใช้
ประโยชน์
จากที่
ดิ
นดั
งกล่
าวตั
งอยู
บนพื
นฐานของการ
พึ
งพาความหลากหลายของพั
นธุ
ไม้
ต่
าง ๆ ที่
ขึ
นอยู
ในสวน ซึ
งนั
บว่
าเป็
นการอนุ
รั
กษ์
ความสมบู
รณ์
ดิ
นได้
เป็
นอย่
างดี
ด้
วย
ระบบจิ
ตวิ
ญญาณ
ระบบความคิ
ดความเชื่
อบางอย่
างของชุ
มชนไม้
เรี
ยงในอดี
ตได้
ผู
กโยงกั
บสิ ่
งเหนื
ธรรมชาติ
เช่
น ผี
สางเทวดา เจ้
าที่
เจ้
าทาง เป็
นต้
น ซึ
งเป็
นกุ
ศโลบายในเป็
นการสร้
างคุ
ณค่
าให้
แก่
สภาพแวดล้
อมนั ่
นเอง ปั
จจั
ยที่
กํ
าหนดลั
กษณะทางด้
านจิ
ตวิ
ญญาณ ค่
านิ
ยม ความคิ
ด และความ
เชื่
อของชาวไม้
เรี
ยง ก็
คื
อ วั
ฒนธรรมที่
บู
รณาการขึ
นมาจากปั
จจั
ยด้
านภู
มิ
ศาสตร์
อาชี
พทาง
การเกษตร ค่
านิ
ยม และการแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรมมาจากถิ
นอื่
นมาสู
ชุ
มชน สภาพ
ภู
มิ
ศาสตร์
หรื
อสภาพกายภาพของไม้
เรี
ยงซึ
งเป็
นที่
ราบเชิ
งเขาและเป็
นพื
นที่
ควนเนิ
นมี
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
ทํ
าให้
ประชาชนส่
วนใหญ่
ยึ
ดอาชี
พเกษตรกรรมเป็
นหลั
สั
งคมเกษตรกรรมได้
หล่
อหลอมให้
ชาวไม้
เรี
ยงสร้
างสรรค์
วั
ฒนธรรมประเพณี
และค่
านิ
ยมต่
าง ๆ
ขึ
นมากมาย โดยมี
ความเชื่
อตามหลั
กธรรมคํ
าสอนของพระพุ
ทธศาสนาเป็
นอย่
างมาก ชาวบ้
าน
ส่
วนใหญ่
มี
ความเชื่
อในเรื่
องของ “การทํ
าดี
ได้
ดี
ทํ
าชั ่
วได้
ชั ่
ว” และความเชื่
อเรื่
องกฎแห่
งกรรม มี
ความศรั
ทธาในพระภิ
กษุ
โดยพระภิ
กษุ
ที่
เป็
นที่
ศรั
ทธาเป็
นอย่
างมากของชาวบ้
านตั
งแต่
อดี
จนถึ
งปั
จจุ
บั
นคื
อพ่
อท่
านคล้
าย วาจาสิ
ทธิ
ผู
คนส่
วนใหญ่
ในอดี
ตนิ
ยมไปทํ
าบุ
ญที่
วั
ดทั
งในวั
ธรรมดาและวั
นพระ วั
ดแรกที่
เป็
นศู
นย์
กลางซึ
งมี
ความสํ
าคั
ญทางด้
านจิ
ตใจของชาวไม้
เรี
ยงอย่
างยิ
คื
“วั
ดหาดสู
ง”
วั
ดนี
ตั
งอยู
ใกล้
ตลาดทานพอเป็
นวั
ดเก่
าแก่
เป็
นศู
นย์
รวมสํ
าคั
ญของชาวบ้
านหมู
ที่
3
บ้
านทานพอโดยมี
พ่
อท่
านคล้
าย วาจาสิ
ทธิ
ซึ
งเป็
นเกจิ
อาจารย์
มี
ชื่
อเสี
ยงเป็
นที่
รู
จั
กทั
วภาคใต้
ได้
เป็
นเจ้
าอาวาสจํ
าพรรษาที่
วั
ดนี
อยู
ระยะหนึ
ง สํ
าหรั
บวั
ดเก่
าแก่
ที่
สํ
าคั
ญของชุ
มชนไม้
เรี
ยงอี
กวั
หนึ
งคื
อ วั
ดทุ ่
งไหม้
หรื
“วั
ดไม้
เรี
ยง”
ในปั
จจุ
บั
น และจากการสั
มภาษณ์
ต่
วน มี
สาย
วั
ดนี
มี
ประวั
ติ
ความเป็
นมาที่
ยาวนานคื
อสร้
างมาตั
งแต่
ก่
อนเสี
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาครั
งที่
2 ประมาณปี
พ.ศ.2307
(เสี
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา พ.ศ. 2310) ไม่
ปรากฏว่
าเป็
นใครผู
สร้
าง เป็
นวั
ดที่
ถู
กทิ
งร้
างเหมื
อนวั
ดอื่
น ๆ
ชาวบ้
านช่
วยกั
นทํ
านุ
บํ
ารุ
งและได้
นิ
มนต์
หลวงพ่
อจั
นทร์
มาเป็
นเจ้
าอาวาส ตั
งแต่
อดี
ตถึ
งปั
จจุ
บั
นมี
เจ้
าอาวาสรวม 17 รู
ป เจ้
าอาวาสรู
ปปั
จจุ
บั
นคื
อพระครู
ปลั
ดธรรมศั
กดิ
ศิ
ริ
ปั
ญโญ(ท่
านเล็
ก) ซึ
งเป็
พระนั
กเทศน์
มี
พระภิ
กษุ
ประจํ
าวั
ด 3 รู
ป ส่
วนในช่
วงฤดู
จํ
าพรรษาจะมี
พระมาจํ
าพรรษประมาณ
1
ต่
วน มี
สาย (ผู
ให้
สั
มภาษณ์
), สุ
ธิ
รา ชั
ยรั
กษา (ผู
สั
มภาษณ์
), หมู
ที่
2 ตํ
าบลไม้
เรี
ยง อํ
าเภอฉวาง
จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช เมื่
อวั
นที่
15 มกราคม พ.ศ. 2553.