81
ต่
อมาเมื่
อมี
การสร้
างทางรถไฟสายใต้
ตั
ดผ่
านส่
งผลให้
เกิ
ดจุ
ดเปลี่
ยนทางด้
านเศรษฐกิ
จ
ของชุ
มชนไม้
เรี
ยงปรากฏเด่
นชั
ดขึ
้
น ทํ
าให้
พื
้
นที่
บริ
เวณนี
้
ขยายตั
วกลายเป็
นชุ
มชนการค้
ามี
บ้
านเรื
อนหนาแน่
นขึ
้
นขนานไปกั
บเส้
นทางรถไฟ ซึ
่
งเป็
นปรากฏการณ์
คล้
าย ๆ กั
บพื
้
นที่
อื่
น ๆใน
ภาคใต้
ที่
มี
เส้
นทางรถไฟตั
ดผ่
าน โดยไม้
เรี
ยงมี
สถานี
รถไฟทานพอเป็
นศู
นย์
กลางในการติ
ดต่
อ
ทางด้
านการค้
าและการแลกเปลี่
ยนสิ
นค้
า ส่
งผลให้
บริ
เวณโดยรอบกลายเป็
นตลาด รวมสิ
นค้
า
จํ
าเป็
นต่
าง ๆ และเป็
นที่
การแลกเปลี่
ยนสิ
นค้
าที่
สํ
าคั
ญ ในขณะที่
พื
้
นที่
โดยรอบย ั
งคงมี
สภาพเป็
น
ป่
าอั
นอุ
ดมสมบู
รณ์
เนื่
องจากเป็
นแนวเทื
อกเขาหลวงในจั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช
ทรั
พยากรต่
าง ๆ ที่
ชาวบ้
านใช้
ประโยชน์
ในการดํ
ารงชี
วิ
ตและสร้
างคุ
ณค่
าทางเศรษฐกิ
จ
ในช่
วงนั
้
น คื
อทรั
พยากรป่
าไม้
ซึ
่
งชาวบ้
านใช้
ไปตามความจํ
าเป็
น เช่
น ใช้
ไม้
สร้
างบ้
านเรื
อนที่
อยู
่
อาศั
ย สร้
างสิ
่
งก่
อสร้
างต่
าง ๆ สร้
างวั
ด สร้
างสะพาน ใช้
ทํ
าหมอนรถไฟ ใช้
เป็
นเชื
้
อเพลิ
ง เป็
นต้
น
การตั
ดไม้
เพื่
อทํ
าเป็
นการค้
ามี
น้
อยมาก ในขณะเดี
ยวกั
นทรั
พยากรสั
ตว์
ป่
าของชุ
มชนไม้
เรี
ยงก่
อนปี
พ.ศ. 2450 ย ั
งมี
สั
ตว์
นานาชนิ
ดมากมาย ทั
้
งสั
ตว์
ป่
าที่
เลี
้
ยงลู
กด้
วยนม สั
ตว์
ปี
ก สั
ตว์
เลื
้
อยคลาน
สั
ตว์
ครึ
่
งบกครึ
่
งนํ
้
า และสั
ตว์
ไม่
มี
กระดู
กสั
นหลั
ง สั
ตว์
ป่
าที่
ชาวบ้
านสามารถพบเห็
นเป็
นประจํ
าใน
ขณะนั
้
น คื
อ เก้
ง กวาง เสื
อ อี
เก้
ง หมู
ป่
า ลิ
ง ชะนี
หมี
ช้
าง ตะกวด นกนานาชนิ
ด ฯลฯ
ภายหลั
งจากที่
ป่
าไม้
ถู
กทํ
าลายด้
วยการทํ
าไร่
ทํ
าสวน ทํ
าไม้
เถื่
อน ทํ
าอุ
ตสาหกรรมป่
าไม้
และการ
ทํ
าเหมื
องแร่
ทํ
าให้
พื
้
นที่
ป่
าเหลื
อน้
อยลง ทํ
าให้
ทรั
พยากรสั
ตว์
ป่
าลดจํ
านวนลง นอกจากสาเหตุ
หลั
กจากการทํ
าลายป่
าและสภาพแวดล้
อมแล้
ว ย ั
งมี
สาเหตุ
สํ
าคั
ญอื่
น ๆ ที่
ทํ
าให้
สั
ตว์
ป่
าลดน้
อยลง
มากคื
อ การลั
กลอบล่
าสั
ตว์
มาเป็
นอาหาร จํ
าหน่
ายเป็
นสิ
นค้
า ไว้
ใช้
งาน หรื
อนํ
าไปเลี
้
ยงดู
เล่
น สั
ตว์
ป่
าลดจํ
านวนลงอย่
างรวดเร็
ว ในช่
วงประมาณปี
พ.ศ. 2460
ชาวบ้
านเริ
่
มจั
บจองพื
้
นที่
ป่
าใกล้
ๆ
บ้
าน มี
การหั
กร้
างถางพง จุ
ดปรน ป่
าทึ
บหลายแห่
งถู
กเปลี่
ยนเป็
นพื
้
นที่
ทํ
าการเกษตร โดยการแผ้
ว
ถางเพื่
อทํ
าข้
าวไร่
และเลี
้
ยงสั
ตว์
รวมทั
้
งใช้
ตั
้
งบ้
านเรื
อน ต่
อมาในช่
วงประมาณปี
พ.ศ. 2470 การ
ปลู
กยางพาราเริ
่
มเข้
ามาในชุ
มชน การทํ
าลายพื
้
นที่
ป่
าเริ
่
มมี
มากขึ
้
น ทั
้
งการเข้
ามาของกลุ
่
มชาวบ้
าน
ในพื
้
นที่
และชาว
5
บ้
านบางส่
วนที่
5
อพยพมาจากที่
อื่
น ๆ มาจั
บจองที่
ดิ
นทํ
ามาหากิ
นในพื
้
นที่
ไม้
เรี
ยง
เช่
น กลุ ่
มคนจากพั
ทลุ
ง โดยมี
การจั
บจองพื
้
นที่
ของชาวบ้
านในขณะนั
้
นอยู
่
ที่
ครั
วเรื
อนละประมาณ
3-4 ไร่
การทํ
าการเกษตรของชาวบ้
านในพื
้
นที่
ไม้
เรี
ยงขณะนั
้
นใช้
แรงงานจากสมาชิ
กในครั
วเรื
อน
ประมาณ 4-5 คน รวมทั
้
งอาจจะมี
การการขอความช่
วยเหลื
อจากเพื่
อนบ้
านบ้
าง เฉพาะในบาง
กิ
จกรรมที่
สมาชิ
กในครั
วเรื
อนไม่
สามารถทํ
าให้
สํ
าเร็
จได้
โดยลํ
าพั
ง เช่
น การโค่
นต้
นไม้
ใหญ่
ซึ
่
ง
ต้
องอาศั
ยแรงคนหลาย ๆ คน อย่
างไรก็
ตามในช่
วงเวลานี
้
การปลู
กพื
ชเกื
อบทุ
กชนิ
ดนิ
ยมใช้
การ
ขยายพั
นธุ
์
ด้
วยเมล็
ด รวมทั
้
งยางพาราก็
ใช้
เมล็
ดปลู
กเช่
นกั
น ชาวบ้
านไม่
ใช้
ปุ
๋
ยเคมี
และสารเคมี
เพื่
อบํ
ารุ
งรั
กษาพื
ชที่
ปลู
ก ทั
้
งนี
้
เพราะดิ
นย ั
งมี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
จากการสะสมและหมุ
นเวี
ยนของ