Page 154 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

138
ต่
างก็
นั
บเป็
นญาติ
กั
น และญาติ
ที่
เป็
นญาติ
ของญาติ
ก็
ถื
อว่
าเป็
นญาติ
กั
นด้
วย บนพื
นฐาน
ความสั
มพั
นธ์
ดั
งกล่
าวได้
ก่
อให้
เกิ
ดการช่
วยเหลื
อแรงงานขยายกว้
างมากขึ
น เป็
นไปในลั
กษณะที่
เกื
อกู
ลกั
น ไม่
แข่
งขั
นเอารั
ดเอาเปรี
ยบกั
น กระบวนการของการช่
วยเหลื
อแรงงานเริ
มต้
นขึ
นเมื่
สมาชิ
กคนใดคนหนึ
งในชุ
มชนต้
องการความช่
วยเหลื
อแรงงานมี
ออกปากขอแรงจากคนในชุ
มชน
ไว้
ล่
วงหน้
า ซึ
งอาจเป็
นญาติ
เพื่
อนบ้
านหรื
อคนที่
รั
กใคร่
ชอบพอกั
น ลั
กษณะของการช่
วยเหลื
และจํ
านวนผู
ช่
วยเหลื
อมากน้
อยเพี
ยงไรนั
น ขึ
นอยู
กั
บลั
กษณะและปริ
มาณงาน ในการออกปากขอ
แรงดั
งกล่
าวผู
ที่
ไปช่
วยเหลื
อส่
วนใหญ่
จะต้
องรี
บสะสางงานของตนให้
หมดหรื
อเหลื
อน้
อยลง
เพื่
อที่
จะได้
ไปช่
วยแรงงานอย่
างเต็
มความสามารถ ผู
ที่
ไปช่
วยเหลื
อต้
องนํ
าเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ต่
างๆ ติ
ดตั
วไปด้
วย เช่
น หากไปช่
วยถางป่
า ก็
จะนํ
าพร้
า ขวานติ
ดตั
วไป หรื
อหากไปช่
วยปลู
บ้
านจะต้
องมี
เครื่
องมื
อในการสร้
างบ้
าน เช่
น ค้
อน ขวาน เลื่
อย สิ
ว หรื
ออื่
น ๆ เป็
นต้
น การไป
ช่
วยงานดั
งกล่
าวทํ
ากั
นอย่
างเต็
มที่
เต็
มกํ
าลั
ง ไม่
แตกต่
างไปจากการทํ
างานของตนเอง และการ
ทํ
างานส่
วนใหญ่
ไม่
มี
การกํ
าหนดว่
าจะเริ
มงานเวลาใดและเลิ
กงานกั
นเวลาใด แต่
จะนั
บเอาเวลา
จากแสงสว่
างของดวงอาทิ
ตย์
เป็
นเวลาในการเริ
มงานและเลิ
กงาน การช่
วยเหลื
อแรงงานแบบ
ดั
งเดิ
มที่
กล่
าวนี
ไม่
มี
การเรี
ยกร้
องผลประโยชน์
ใด ๆ จากผู
ที่
ได้
รั
บการช่
วยเหลื
อแรงงาน ไม่
ว่
าจะ
เป็
นค่
าตอบแทน หรื
อการเลี
ยงดู
ที่
ต้
องมี
ความพิ
เศษ แต่
โดยส่
วนใหญ่
เจ้
าของงานหรื
อคนที่
ไป
ออกปากจะทํ
าข้
าวปลาอาหารหวานคาวไว้
เลี
ยงผู
ที่
มาช่
วยเหลื
อ ในบ้
างครั
งอาจจะแถมด้
วยเหล้
ายา
ปลาปิ
ง ประภาส คํ
าแห
ได้
เล่
าให้
ฟั
งว่
า “ออกปากเค้
าช่
วยถางป่
า เพื่
อทํ
าไร่
และปลู
กยาง
หากว่
าตอโพรก(พรุ ่
งนี
) จะลงมื
อ ก่
อนหน้
าสั
กวั
นสองวั
นก็
จะไปเที่
ยวออกปากเค้
าก่
อนเค้
าจะได้
ว่
าง ขอช่
วยสั
ก 1-5 คน คนอื่
น บางที
ที่
เค้
ารู
ไม่
ได้
ไปออกปากเค้
าก็
มาช่
วย วั
นหลั
งเมื่
อมี
งานไหร
เราก็
ไปช่
วยเขา ฝ่
ายหญิ
ง (ภรรยา) จะจั
ดเตรี
ยมข้
าวปลาอาหารไว้
เลี
ยงมื
อเที่
ยง ตอนเช้
าส่
วนใหญ่
ก็
กิ
นมาจากบ้
านกั
นแล้
ว ในช่
วงทํ
างานก็
สนุ
กสนาน พู
ดคุ
ยโม้
กั
นไปด้
วย เสร็
จงานตอนเย็
นต่
าง
ก็
กลั
บบ้
าน หากย ั
งไม่
เสร็
จรุ
งขึ
นอาจจะมาช่
วยอี
ก หรื
อถ้
าย ั
งเหลื
อเราก็
ทํ
าต่
อเอง” ดั
งนั
นจะเห็
ได้
ว่
าวั
ฒนธรรมชุ
มชนที่
ถื
อปฏิ
บั
ติ
ในการช่
วยเหลื
อแรงงานดั
งกล่
าวมี
รู
ปแบบของความสั
มพั
นธ์
ที่
สื
บทอดกั
นมา มี
แนวทางปฏิ
บั
ติ
ที่
มี
ความแน่
นอนและชั
ดเจน ระหว่
างผู
ร้
องขอแรงงานและผู
1
ประภาส คํ
าแหง(ผู
ให้
สั
มภาษณ์
), สุ
ธิ
รา ชั
ยรั
กษา (ผู
สั
มภาษณ์
), หมู
ที่
8 ตํ
าบลไม้
เรี
ยง อํ
าเภอ
ฉวาง จั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราช เมื่
อวั
นที่
17 มกราคม พ.ศ. 2553.