Page 22 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๒
สวดหนั
งสื
อที่
พระด้
าน
แต่
ตามลั
กษณะนิ
สั
ยของชาวนครชอบพู
ดสั
น ๆ ก็
ตั
ดคํ
สวดหนั
งสื
อที่
พระด้
าน
ลงเหลื
อเพี
ยง
สวดด้
าน
การสวดหนั
งสื
อที่
พระด้
าน หรื
อสวดด้
านมี
เฉพาะในวั
ธรรมสวนะตรงกั
บขึ
นและแรม ๘ คํ
า ๑๕ คํ
า เพราะในวั
นดั
งกล่
าวชาวเมื
องจะมาทํ
าบุ
ญฟั
งเทศน์
ฟั
งธรรมกั
นที่
วั
ด โดย เฉพาะวั
ดพระมหาธาตุ
วรมหาวิ
หารซึ
ง เป็
นศู
นย์
กลางของพุ
ทธศาสนา
แต่
โบราณมี
ชาวเมื
องมาชุ
มนุ
มกั
นมากเป็
นพิ
เศษ สถานที่
จั
ดฟั
งเทศน์
ฟั
งธรรมในวั
ดพระมหาธาตุ
วรมหาวิ
หาร
ก็
คื
อวิ
หารคดหรื
อพระระเบี
ยง(พระด้
าน) ซึ
งจั
ดให้
มี
การเทศน์
ด้
านละ ๑ ธรรมาสน์
เป็
นอย่
างน้
อย
โดยปกติ
ชาวเมื
องไปนั
งรอฟั
งพระเทศน์
ที่
พระระเบี
ยงก่
อนที่
พระจะไปถึ
ง คงจะได้
คิ
ดกั
นว่
าช่
วงเวลาที่
นั
งรอพระจะมาเทศน์
นี
หากจะมี
การหาเรื่
องราวมาบอกเล่
ากั
นฟั
ง ก็
คงจะดี
กว่
นั ่
งอยู
เฉย ๆ ทํ
าให้
น่
าเบื่
อ ในที่
สุ
ดก็
เกิ
ดความคิ
ดขึ
นได้
ว่
าควรจะหาหนั
งสื
อมาสวดฟั
งกั
น จึ
งเกิ
ดเป็
ประเพณี
สวดด้
านนั
บแต่
นั
นมา
การสวดด้
านมั
กจะหาคนที่
สวดหนั
งสื
อเก่
ง ๆ มาสวดหนั
งสื
อดี
ๆ ที่
เป็
นที่
นิ
ยม
ชมชอบของผู
ฟั
ง ส่
วนใหญ่
หนั
งสื
อที่
เลื
อกมาก็
เป็
นหนั
งสื
อนิ
ทานชาดก สํ
านวนกวี
ชาวนคร ซึ
งกวี
ชาวนครเขี
ยนขึ
นเอง เช่
น เรื่
องสุ
บิ
น ทิ
นวงศ์
สี่
เสาร์
กระต่
ายทอง พระรถเสนของนายเรื
อง นาใน
และเรื่
องเสื
อโค เป็
นต้
น ผู
สวดนั
นต้
องเป็
นผู
ที่
มี
ความสามารถในการสวดอย่
างยิ
ง รู
จั
กเน้
นเสี
ยงรู
จั
เอื
อน รู
จั
กเล่
นลู
กคอนอกจากนี
ก็
ต้
องรู
จั
กเล่
นท่
าทางประกอบในตอนที่
จํ
า เป็
นเช่
นการใช้
สี
หน้
การโยกตั
วและการประกอบท่
าทาง เป็
นต้
น บางคราวได้
นั
กเทศน์
เก่
า นั
กแหล่
หมอทํ
าขวั
ญนาค
ครู
มาลั
ย นายหนั
งตะลุ
ง มโนราห์
หรื
อเพลงบอกสวดมาลั
ยด้
วยแล้
ว ยิ ่
งเป็
นที่
ติ
ดอกติ
ดใจของผู
ฟั
ถึ
งขนาดว่
าคนเฒ่
าคนแก่
ซึ
งไม่
รู
หนั
งสื
อเอาเลย บางคนฟั
งสวดด้
านแล้
วจํ
าบทกลอนในหนั
งสื
อเล่
มที่
ฟั
งนั
นได้
ทุ
กบททุ
กตอนได้
ตลอดทั
งเล่
ม และหลาย ๆ เล่
มที
เดี
ยว ส่
วนใหญ่
บทกลอนจากเรื่
องต่
าง ๆ
ที่
ผู
เฒ่
าผู
แก่
ท่
องให้
เ ราฟั
งอยู
ในปั
จจุ
บั
น ได้
มาจากการจดจํ
าจากการสวดด้
านแทบทั
งสิ
สํ
าหรั
บผู
สวดหนั
งสื
อนั
นเมื่
อสวดเสร็
จก็
มั
กจะได้
รั
บรางวั
ลเป็
นเงิ
นหรื
อได้
รั
บเลี
ยงข้
าวปลาอาหารทุ
กคราว
เนื่
องจากการสวดด้
านนี
กระทํ
ากั
นทุ
กด้
านของพระระเบี
ยง ดั
งนั
นผู
สวดด้
าน
ต้
องพยายามแสดงความสามารถในการสวดสู
งมาก เพระหากสวดไม่
เป็
นที่
น่
าพอใจ ผู
ฟั
งก็
ทยอยกั
ไปฟั
งด้
านอื่
นที
ละคนสองคน จนหมดสิ
นก็
ได้
ผู
สวดแต่
ละคนจึ
งต้
องแสดงความสามารถเพื่
อแข่
งขั
กั
นอยู
ในที
ด้
วย
ตั
วอย่
างบทไหว้
ครู
จากหนั
งสื
อเรื่
องสุ
บิ
น ของกวี
เก่
าชาวนครซึ
งเป็
นหนั
งสื
อที่
ได้
รั
บความ
นิ
ยมสู
งสุ
ดของผู
ฟั
งสวดด้
านและเป็
นแบบเรี
ยนของชาวนครมาแต่
เดิ
ม มาลงไว้
พอให้
เห็
นตั
วอย่
าง
ดั
งต่
อไปนี
ข้
าขอถวายบั
งคม
ยอกรประนมขึ
นเหนื
อเศี
ยร
ต่
างดอกประทุ
มเที
ยน
บริ
สุ
ทธิ
บู
ชา