๑๓
วรบาทพุ
ทธกงจั
กร
และลายลั
กษณ์
ทั
้
งซ้
ายขวา
ประเสริ
ฐงามโสภา
ยิ ่
งกว่
าเขี
ยนด้
วยนํ
้
าทอง
วรบาทพระชิ
นสี
ห์
สร้
างบารมี
มากก่
ายกอง
หวั
งจะโปรดสั
ตว์
ทั
้
งผอง
ให้
จากโทษและโพยภั
ย
ขอนบพระปิ
ฎกสั
จจธรรม
อั
นลํ
้
าลึ
กพ้
นอุ
ปมั
ย
พระสู
ตรพระวิ
นั
ย
พระปรมั
ตถ์
มากเหลื
อตรา
”
ตอนเริ
่
มเนื
้
อเรื่
อง มี
ใจความว่
า
“
ปางโพ้
นโพธิ
สั
ตว์
องค์
หนึ
่
งสั
นทั
ด
ธนู
ศรศรี
กล้
าหาญชาญณรงค์
ทรงอิ
ทธิ
ฤทธี
ครองเมื
องสาวั
ตถี
เป็
นเอกกรุ
งไกร
มี
บาทบริ
จา
รู
ปโฉมโสภา
สิ
บห้
าปี
ใหม่
ผิ
วเนื
้
อเหลื
องขมิ
้
น
กลิ ่
นหอมเอาใจ
เกศาประไพ
ไรเกษตลากั
น
พระพั
กตร์
ผึ
่
งผาด
งามจริ
งยิ ่
งวาด
คิ
้
วค้
อมเกากั
ณฑ์
เนตรคื
อตาทราย
พรายแสงเมลื
องมั
น
ระใบพระกรรณ
ปากกลี
บอุ
บล
ปั
จจุ
บั
นนี
้
ประเพณี
เก่
า ๆ ที่
เกี่
ยวกั
บการสวดด้
านและประเพณี
ในวั
นพระที่
ปฏิ
บั
ติ
มาแต่
โบราณเปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
มมาก กล่
าวคื
อแต่
โบราณนั
้
นเมื่
อจะมาฟั
งเทศน์
ฟั
งธรรมในวั
ด
ทุ
กคนก็
ขนเอาทรายมาถมไว้
ในวั
ดด้
วย คราวละเล็
กละน้
อยทุ
กคราวไปเป็
นอั
นว่
าภายในวั
ดจะมี
กองทรายเต็
มไปหมด ที่
เป็
นเช่
นนี
้
ก็
เพราะว่
าตอนออกจากวั
ดทรายจะติ
ดเท้
าไปด้
วย หากไม่
ขนทราย
มาทดแทนก็
จะบาป ครั
้
นถึ
งตอนเสร็
จกิ
จแล้
วจะกลั
บบ้
านก็
ต้
องถอนหญ้
าภายในวั
ดติ
ดมื
อไปทิ
้
งนอก
วั
ดด้
วยแต่
ต่
อมาข้
อปฏิ
บั
ติ
เหล่
านี
้
มิ
ได้
ทํ
ากั
นแล้
ว
ส่
วนการสวดด้
านก็
เปลี่
ยนไปจากเดิ
มหลายประการเช่
น การสวดในสมั
ยต่
อมา
มี
การสวดทั
้
งในพระด้
านและวิ
หารทั
บเกษตร เ รื่
องที่
ใช้
สวดก็
เปลี่
ยนไปจากเดิ
มคื
อสมั
ยหลั
งมิ
ได้
สวดหนั
งสื
อบุ
ดแต่
กลั
บไปนิ
ยมสวดหนั
งสื
อซึ
่
งพิ
มพ์
จากโรงพิ
มพ์
เ รื่
องที่
สวดก็
มี
หลาย เรื่
อง
เช่
น รามเกี
ยรติ
์
พระอภั
ยมณี
สั
งข์
ทอง สุ
วรรณศิ
ลป์
เป็
นต้
นพระที่
มาเทศน์
ก็
จั
ดแบ่
งกั
นเป็
นวั
ดละด้
าน
วั
ดที่
มา เทศน์
เช่
น วั
ดสวนหลวง วั
ดหน้
าพระธาตุ
วั
ดหน้
าพระลานและวั
ดสระเ รี
ยง เป็
นต้
น
ครั
้
นต่
อมาพระที่
มาเทศน์
น้
อยลงเรื่
อย ๆ ธรรมาสน์
ในพระด้
านและในวิ
หารทั
บเกษตรก็
ลดลง เรื่
อย ๆ