๙
การวิ
จั
ยท้
องถิ
่
นแบบมี
ส่
วนร่
วมจะสํ
าเร็
จบรรลุ
เป้
าหมายมากน้
อยเพี
ยงใด
จะขึ
้
นอยู
่
กั
บตั
วชี
้
วั
ด ดั
งนี
้
๒.๑ หั
วใจของกระบวนการ คื
อคณะทํ
างาน การเคลื่
อนของล้
อเกวี
ยนความเข้
มแข็
ง
ของดุ
มล้
อและความสามารถที่
จะประสานซี่
ล้
อต่
าง ๆ นั
บว่
าเป็
นหั
วใจ ดั
งนั
้
นความสามารถ
ของคณะทํ
างานจะทํ
าหน้
าที่
ประดุ
จหั
วหมวดทะลวงฟั
นโดยสามารถฟั
นเกี่
ยวเอาความร่
วมแรงร่
วมใจ
ร่
วมมื
อร่
วมคิ
ดจากชุ
มชน
๒.๒ ตั
วชี
้
วั
ดความสํ
าเร็
จ คื
อกระบวนการทํ
างานแบบมี
ส่
วนร่
วมผ่
านรู
ปแบบกิ
จกรรม
ต่
าง ๆ เช่
น การร่
วมเป็
นคณะทํ
างาน การร่
วมกั
นตั
้
งโจทย์
การวิ
จั
ย การร่
วมกั
นสร้
างเครื่
องมื
อ
การร่
วมกั
นเก็
บข้
อมู
ล การร่
วมเป็
นกลุ
่
มตั
วอย่
าง เป็
นต้
น
๓. ความหมายของความเชื่
อและประเพณี
๓.๑ ความหมายของความเชื่
อ
นั
กวิ
ชาการหลายคนได้
ให้
ความหมายของความเชื่
อไว้
ดั
งนี
้
ทั
ศนี
ย์
ทานตวนิ
ช ได้
กล่
าวไว้
ว่
าความเชื่
อคื
อการยอมรั
บนั
บถื
อว่
าเป็
นความจริ
งหรื
อ
มี
อยู
่
จริ
ง การยอมรั
บคื
อการยึ
ดมั
่
นนี
้
อาจมี
หลั
กฐานเพี
ยงพอที่
จะพิ
สู
จน์
ได้
หรื
ออาจไม่
มี
หลั
กฐานที่
จะ
พิ
สู
จน์
สิ ่
งนั
้
นให้
เห็
นจริ
งได้
ภิ
ญโญ จิ
ตต์
ธรรม ได้
ให้
ความหมายของความเชื่
อไว้
ว่
าความเชื่
อหมายถึ
งสิ
่
งที่
มนุ
ษย์
ค่
อย ๆ เ รี
ยนรู
้
และทํ
าความเข้
าใจในโลกจํ
านวนหลายพั
นปี
และเชื่
อเรื่
องอํ
านาจลึ
กลั
บที่
จะทํ
า
ให้
มนุ
ษย์
ได้
รั
บผลร้
าย
ทรรศนะของนั
กวิ
ชาการเหล่
านี
้
จึ
งพอสรุ
ปได้
ว่
าความเชื่
อหมายถึ
งการยอมรั
บนั
บถื
อ
ยึ
ดมั ่
นในสิ
่
งใดสิ
่
งหนึ
่
งว่
ามี
อยู
่
จริ
งและมี
อํ
านาจที่
จะบั
นดาลให้
เกิ
ดผลดี
หรื
อผลร้
ายแก่
มนุ
ษย์
ได้
แม้
สิ
่
ง
นั
้
นไม่
สามารถพิ
สู
จน์
ได้
ว่
า เป็
นความจริ
ง แต่
ก็
เป็
นที่
ยอมรั
บนั
บถื
อในกลุ
่
มชนนั
้
น ๆ และร่
วมกั
น
ปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมาจนกลายเป็
นประเพณี
๓.๒ ประเภทของความเชื่
อ
นั
กวิ
ชาการได้
แบ่
งประเภทความและหมายของความเชื่
อไว้
หลาย ๆ แนว ซึ
่
งพอจะ
สรุ
ปได้
ดั
งนี
้
ชํ
านาญ รอดเหตุ
ภั
ย และบุ
ญยงค์
เกศเทศ ได้
ประมวลความเชื่
อต่
าง ๆ และแยก
ประเภทไว้
๑๑ ประเภท
๓.๒.๑ ความเชื่
อเรื่
องบุ
คคล เช่
น การตั
้
งชื่
อ วิ
ญญาณ การตายแล้
วเกิ
ดใหม่
ตาม
ผลกรรม เป็
นต้
น
๓.๒.๒ ความเชื่
อเรื่
องสิ
่
งแวดล้
อม เช่
นเหตุ
การณ์
ลายแทง ลางสั
งหรณ์