๓
๑. วั
ฒนธรรม : ความหมายและลั
กษณะสํ
าคั
ญ
วั
ฒนธรรม คื
อ สิ
่
งที่
สั
งคมสร้
างขึ
้
นมา เป็
นหนึ
่
งในบรรดาสรรพสิ ่
งทั
้
งหลายที่
มนุ
ษย์
พึ
งสร้
าง
วั
ฒนธรรมมี
ทั
้
งส่
วนที่
เป็
นเชิ
งรู
ปธรรมเพื่
อประโยชน์
ใช้
สอยและวั
ฒนธรรมเชิ
งนามธรรมซึ
่
งเป็
นสิ
่
ง
ที่
จั
บต้
องไม่
ได้
ได้
แก่
ระบบความคิ
ด ความเชื่
อ ค่
านิ
ยม ความรู
้
ระเบี
ยบกฎเกณฑ์
กติ
กา ธรรมเนี
ยม
ประเพณี
พิ
ธี
การ แบบแผนความประพฤติ
และการปฏิ
บั
ติ
ซึ
่
งชุ
มชนได้
สร้
าง สะสมและสื
บทอด
(ผลิ
ตซํ
้
า) มาเป็
นระยะเวลานาน อั
นเป็
นการยื
นย ั
นหรื
อพิ
สู
จน์
ได้
ว่
าเป็
นประโยชน์
ใช้
สอยสํ
าหรั
บ
ชุ
มช
วั
ฒนธรรมมี
ลั
กษณะเป็
นองค์
รวม (holistic) และเป็
นพลวั
ต (dynamic) นั ่
นคื
อ วั
ฒนธรรมใน
แต่
ละมิ
ติ
แต่
ละส่
วนจะเชื่
อมโยงภายในและระบบภายนอกเป็
นเนื
้
อเดี
ยวกั
นอย่
างแยกไม่
ออก และมี
การเคลื่
อนไหวเปลี่
ยนแปลงตามบริ
บทและเวลา
แต่
ทั
้
งนี
้
ผู
้
คนส่
วนใหญ่
มั
กจะเข้
าใจวั
ฒนธรรมใน
ความหมาย “ศิ
ลปวั
ฒนธรรม” นั ่
นคื
อมองวั
ฒนธรรมว่
า เป็
นเพี
ยงรู
ปแบบของศิ
ลปและประเพณี
โดย
ผู
้
คนส่
วนหนึ
่
งจะมองอย่
างชื่
นชมในความงามและเก่
าแก่
จนถึ
งกั
บพยายามผลั
กดั
นให้
อนุ
รั
กษ์
ไว้
ซึ
่
ง
ถื
อว่
าเป็
นเรื่
องที่
ดี
แต่
บางครั
้
งก็
จะกลายเป็
นเหยื่
อของผู
้
คนอี
กกลุ
่
มหนึ
่
งที่
พยายามจะแสวงหา
ประโยชน์
จากการขายศิ
ลปวั
ฒนธรรมเหล่
านั
้
น ปั
ญหาสํ
าคั
ญของการให้
ความหมายของวั
ฒนธรรม
ทํ
านองนี
้
ก็
คื
อ ทํ
าให้
มองเห็
นวั
ฒนธรรมในลั
กษณะหยุ
ดนิ
่
ง ล่
องลอย และไร้
ชี
วิ
ตชี
วา เพราะขาด
ความสั
มพั
นธ์
เชื่
อมโยงกั
บกลุ
่
มชนผู
้
สร้
างสรรค์
วั
ฒนธรรมนั
้
น ซึ
่
งมั
กมี
พั
ฒนาการที่
เคลื่
อนไหวและ
เปลี่
ยนแปลงอยู
่
เสม
ดั
งนั
้
นในความพยายามที่
จะสื่
อความหมายของวั
ฒนธรรม ในลั
กษณะที่
เคลื่
อนไหวและมี
พลั
ง ศรี
ศั
กร วั
ลลิ
โภดม เสนอว่
า น่
าจะหั
นมามองวั
ฒนธรรมในอี
กลั
กษณะหนึ
่
งที่
เรี
ยกว่
า
สั
งคม
วั
ฒนธรรม
หรื
อ
ชี
วิ
ตวั
ฒนธรรม
เพราะการมองวั
ฒนธรรมในลั
กษณะนี
้
จะกระตุ
้
นให้
เกิ
ดความ
สนใจวิ
เคราะห์
สั
งคมและชี
วิ
ตของกลุ
่
มชนผู
้
เป็
นเจ้
าของวั
ฒนธรรม ไปพร้
อม ๆ กั
บการทํ
าความ
เข้
าใจลั
กษณะทางวั
ฒนธรรม ที่
ต้
องปรั
บตั
วเปลี่
ยนแปลงไปตามสภาวะแวดล้
อมอยู
่
เสมอ เพราะไม่
มี
วั
ฒนธรรมใดอยู
่
อย่
างโดดเดี่
ยว แต่
ต้
องสั
มพั
นธ์
กั
นอย่
างซั
บซ้
อนหลายระดั
บ ตั
้
งแต่
ระดั
บท้
องถิ
่
น
จนถึ
งระดั
บโลก
๒
อานั
นท์
กาญจนพั
นธ์
. ๒๕๔๓. “หมู
่
บ้
านในสั
งคมไทย : ข้
อโต้
แย ้
งทางความคิ
ด”, ใน วิ
ถี
สั
งคมไทย
สารนิ
พนธ์
ทางวิ
ชาการเนื่
องในวาระหนึ
่
งศตวรรษ ปรี
ดี
พนมยงค์
. หน้
า ๓๒๕ - ๓๖๘. จรั
ญ โฆษณานนท์
,
บรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ : มู
ลนิ
ธิ
เด็
ก.
๓
สุ
รวุ
ฒิ
ปั
ดไธสง. ๒๕๔๕. “ว ั
ฒนธรรมชุ
มชน : เงื่
อนไขความเข้
มแข็
งชุ
มชน/หมู
่
บ้
าน”, วารสาร
พฤติ
กรรมศาสตร์
. ๘,๑ (กั
นยายน ๒๕๔๕), ๑๑ - ๒๐.
๔
ศรี
ศั
กร ว ั
ลลิ
โภดม.๒๕๓๗. “ชี
วิ
ตว ั
ฒนธรรมกั
บความเชื่
อในสั
งคมไทย.” ใน มองอนาคต : บท
วิ
เคราะห์
เพื่
อปรั
บเปลี่
ยนทิ
ศทางสั
งคมไทย ชุ
มทางความคิ
ด ชุ
ดมองอนาคต. หน้
า ๑ - ๔๘. เอกวิ
ทย์
ณ ถลาง,
บรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ : อมริ
นทร์
พริ
้
นติ
้
งแอนพั
บลิ
ชชิ
่
งจํ
ากั
ด (มหาชน), ๑๔ - ๑๕.