๖๕
โหมด ซึ
่
งผลการวิ
จั
ยดั
งกล่
าวสอดคล้
องกั
บการศึ
กษาของชยุ
ต อิ
นพรหม
ที่
พบว่
าผู
้
นํ
าชุ
มชนเป็
น
ปั
จจั
ยสํ
าคั
ญที่
ก่
อให้
เกิ
ดการนํ
าทุ
นทางสั
งคมมาใช้
ในการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
เพราะผู
้
นํ
า
เหล่
านี
้
เป็
นผู
้
จุ
ดประกายและกระตุ
้
นให้
คนในชุ
มชนเห็
นถึ
งคุ
ณค่
าดั
้
งเดิ
มของความเป็
นชุ
มชน โดย
การประยุ
กต์
วั
ฒนธรรมดั
้
งเดิ
มให้
เหมาะสมเข้
ากั
บยุ
คสมั
ยใหม่
ได้
อย่
างลงตั
ว ด้
วยการนํ
ามา
สอดแทรกเข้
ากั
บประเพณี
พิ
ธี
กรรม กิ
จกรรมในวั
นสํ
าคั
ญ ต่
าง ๆ รวมไปถึ
งการจั
ดงานประเพณี
๒
ศาสนา
นอกจากนี
้
การที่
ชุ
มชนตะโหมดได้
มี
องค์
กรชุ
มชนคื
อ สภาลานวั
ดตะโหมดเป็
นตั
วเชื่
อม (มี
ทั
้
งไทยพุ
ทธและไทยมุ
สลิ
มเป็
นคณะกรรมการในสภาลานวั
ด) ทํ
าให้
การกํ
าหนดทิ
ศทางการพั
ฒนา
ชุ
มชนเป็
นไปได้
อย่
างสะดวกขึ
้
น
การที่
ชุ
มชนใช้
วั
ดเป็
นศู
นย์
กลางในการทํ
ากิ
จกรรมเพื่
อส่
วนรวม
ได้
ช่
วยให้
ความสั
มพั
นธ์
ของสมาชิ
กในชุ
มชนเกิ
ดพลั
งแห่
งความศรั
ทธา ความรั
กต่
อบ้
านเกิ
ดและ
ความคิ
ดที่
จะทํ
าประโยชน์
ต่
อชุ
มชนและสาธารณะ ทํ
าให้
วั
ดเป็
นที่
พึ
่
งพิ
งสํ
าคั
ญ เป็
นแหล่
ง
แลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
และเป็
นศู
นย์
กลางในการพบปะพู
ดคุ
ยของชุ
มชนและบุ
คคลภายนอก และวั
ดตะ
โหมดย ั
งเป็
นสถานที่
ไกล่
เกลี่
ยข้
อพิ
พาทหลายคู
่
กรณี
สมาชิ
กในชุ
มชนจึ
งรวมตั
วกั
นเพื่
อจั
ดตั
้
ง
องค์
กรชุ
มชนให้
มี
รู
ปแบบและเป็
นระบบมากยิ
่
งขึ
้
น จึ
งจั
ดตั
้
งเป็
น
“
สภาลานวั
ดตะโหมด
”
ในปี
๒๕๓๘ ประกอบด้
วยองค์
กรย่
อย ๓ องค์
กร คื
อ องค์
กรชาวบ้
าน องค์
กรทางศาสนาและองค์
กรทาง
ราชการ กิ
จกรรมที่
ทางสภาลานวั
ดตะโหมดได้
ร่
วมดํ
าเนิ
นการ คื
อ การจั
ดกิ
จกรรมในงานประเพณี
ประจํ
าปี
ของชุ
มชน และการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
เช่
น การดู
แลจั
ดการป่
าชุ
มชนเขาหั
วช้
าง
การทํ
าธนาคารนํ
้
าและการทํ
าโครงการนิ
คมเกษตรกรรมนาแค นั
บเป็
นการดึ
งทรั
พยากรธรรมชาติ
มาใช้
ให้
เกิ
ดประโยชน์
และเป็
นทุ
นของชุ
มชน เพื่
อนํ
ามาใช้
เป็
นอํ
านาจต่
อรองและสร้
างความเป็
น
ธรรมให้
กั
บชุ
มชนที่
จะได้
รั
บผลกระทบจากโครงการของรั
ฐ ดั
งนั
้
นวั
ดตะโหมด จึ
งมี
ความหมาย
สํ
าหรั
บคนในชุ
มชนตะโหมดในสองลั
กษณะด้
วยกั
น คื
อ ประการแรกเป็
นความหมายในเชิ
งพื
้
นที่
เป็
นสถานที่
นั
ดพบแลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
และจั
ดกิ
จกรรมต่
าง ๆ ประการที่
สอง มี
ความหมายในเชิ
ง
สั
ญลั
กษณ์
คื
อ เป็
นศู
นย์
รวมจิ
ตใจ สร้
างความรู
้
สึ
กในความเป็
นชุ
มชนเดี
ยวกั
นให้
กั
บสมาชิ
กใน
ชุ
มชนตะโหมดทั
้
งชาวพุ
ทธและชาวมุ
สลิ
ม เนื่
องเพราะต่
างมี
ความเชื่
อร่
วมกั
นว่
าเป็
นลู
กหลานของ
โต๊
ะหมาด บรรพบุ
รุ
ษเดี
ยวกั
นของชุ
มชน ส่
งผลให้
ความสั
มพั
นธ์
ของชาวพุ
ทธและชาวมุ
สลิ
มในตะ
โหมดย ั
งคงแน่
นแฟ้
นมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
๔
ชยุ
ต อิ
นพรหม. ๒๕๔๗. ทุ
นทางสั
งคมในการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
ของชุ
มชน : กรณี
ศึ
กษา
สภาลานว ั
ดตะโหมด ตํ
าบลตะโหมด อํ
าเภอตะโหมด จั
งหว ั
ดพั
ทลุ
ง. วิ
ทยานิ
พนธ์
พั
ฒนาชุ
มชนมหาบั
ณฑิ
ต
มหาวิ
ทยาลั
ยธรรมศาสตร์
.