Page 65 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๕๙
ระหว่
างชาวพุ
ทธและมุ
สลิ
ม นอกจากนี
พระสงฆ์
และโต๊
ะอิ
หม่
ามทํ
ากิ
จกรรมร่
วมกั
นอย่
างต่
อเนื่
อง
สิ ่
งเหล่
านี
ก่
อให้
เกิ
ดความรู
สึ
กในความเป็
นชุ
มชนเดี
ยวกั
นให้
กั
บสมาชิ
กในชุ
มชนตะโหมดทั
งชาว
พุ
ทธและชาวมุ
สลิ
การนั
บถื
อศาสนาที่
ต่
างกั
นของคนในชุ
มชนตะโหมด ไม่
ได้
เป็
นสิ
งกี
ดกั
นในการทํ
ากิ
จกรรม
ชุ
มชนร่
วมกั
น เนื่
องเพราะต่
างมี
ความเชื่
อร่
วมกั
นว่
าเป็
นลู
กหลานของโต๊
ะหมาด บรรพบุ
รุ
ษเดี
ยวกั
ของชุ
มชน ส่
งผลให้
ความสั
มพั
นธ์
ของชาวพุ
ทธและชาวมุ
สลิ
มในตะโหมดย ั
งคงแน่
นแฟ้
นมาจนถึ
ปั
จจุ
บั
น ชาวพุ
ทธในชุ
มชนถื
อว่
าเป็
นคนส่
วนใหญ่
ของตํ
าบลย ั
งเคารพและให้
เกี
ยรติ
ชาวมุ
สลิ
ม และ
การแต่
งงานระหว่
างชาวพุ
ทธและชาวมุ
สลิ
มนั
บเป็
นการสร้
างความสั
มพั
นธ์
แบบเครื
อญาติ
กั
นมาก
ยิ ่
งขึ
แม้
จะนั
บถื
อกั
นต่
างศาสนา แต่
ก็
มี
ความเข้
าใจในประเพณี
วั
ฒนธรรมของกั
นและกั
นเป็
อย่
างดี
ความสั
มพั
นธ์
อั
นดี
ของชาวพุ
ทธและชาวมุ
สลิ
มในชุ
มชนตะโหมด ถื
อเป็
นเอกลั
กษณ์
สํ
าคั
ของชุ
มชน
ระบบความเชื่
อดั
งเดิ
ม ระบบความเชื่
อดั
งเดิ
มที่
ปรากฏในชุ
มชนตะโหมด ได้
สะท้
อนให้
เห็
ในรู
ปแบบวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวบ้
านที่
ปฏิ
บั
ติ
สื
บทอดกั
นมา จนมี
พั
ฒนาการมาอย่
างต่
อเนื่
อง ซึ
งลั
กษณะ
เด่
นของความเชื่
อดั
งเดิ
มมี
อยู
๒ ลั
กษณะด้
วยกั
น คื
อ การให้
คุ
ณค่
ากั
บธรรมชาติ
ที่
แวดล้
อมตั
ว และ
การให้
ความเคารพแก่
บรรพบุ
รุ
ษและสิ
งที่
บรรพบุ
รุ
ษได้
สั
งสมถ่
ายทอดมา
การให้
คุ
ณค่
ากั
บธรรมชาติ
ที่
แวดล้
อมตั
ว ชาวบ้
านแสดงออกโดยการให้
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
วิ
ญญาณต่
อสิ ่
งต่
าง ๆ ไม่
ว่
าจะเป็
นสิ
งที่
เกิ
ดจากธรรมชาติ
หรื
อสิ
งที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
น เช่
น ชาวบ้
านในตะ
โหมดที่
อยู
ใกล้
กั
บป่
าต้
นนํ
า เชื่
อว่
าบริ
เวณป่
าแก่
(ป่
าทึ
บที่
มี
ต้
นไม้
ใหญ่
) จะมี
ทวดซึ
งเป็
นเจ้
าป่
า คอย
ดู
แลรั
กษาอยู
หากกระทํ
าการใด ๆ ไม่
ว่
าจะเป็
นการทํ
าสวน ทํ
าไร่
ใกล้
กั
บบริ
เวณดั
งกล่
าว หรื
อก่
อน
เข้
าป่
าจะต้
องบอกกล่
าวขอขมาลาโทษต่
อทวดหรื
อเจ้
าป่
าเจ้
าเขาเสี
ยก่
อน หรื
อการที่
เชื่
อว่
าเมื่
อเจอ
หรื
อเห็
นงู
จงอางนั
นแสดงว่
าทวดได้
มาแจ้
งข่
าวบางอย่
างให้
ทราบ
นอกจากนี
ชาวบ้
านในตะโหมดย ั
งมี
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บทวดหั
วช้
าง ซึ
งทวดหั
วช้
างเป็
นที่
เคารพนั
บถื
อของชาวบ้
านตะโหมดทั
งชาวพุ
ทธและชาวมุ
สลิ
มมาตั
งแต่
อดี
ต เชื่
อกั
นว่
า ศพของทวด
หั
วช้
างฝั
งไว้
ที่
บ้
านเขาหั
วช้
าง ในอดี
ตชาวบ้
านมั
กมาบนบานเพื่
อฝากวั
วและควายซึ
งชาวบ้
านถื
อเป็
ทรั
พย์
สิ
นที่
มี
ค่
าไว้
อย่
าให้
ถู
กขโมยหรื
อถู
กเสื
อกิ
น โดยมี
สิ
งแก้
บน คื
อ เที
ยน ๓ เล่
ม หรื
อรู
ปปั
นช้
าง
นํ
าไปวางไว้
บนหลุ
มศพ ทวดหั
วช้
างถื
อเป็
นศาลยุ
ติ
ธรรมของชุ
มชนในอดี
ตอี
กด้
วย กล่
าวคื
อ การ
พิ
สู
จน์
ความบริ
สุ
ทธิ
ใจของคนที่
ถู
กกล่
าวหาจากคนอื่
น ๆ ในชุ
มชนสามารถมาสาบานตนต่
อทวดหั
๖๖
สั
มภาษณ์
วรรณ ขุ
นจั
นทร์
, แกนนํ
าชุ
มชนตะโหมด, ๑๙ สิ
งหาคม ๒๕๕๐. และ สั
มภาษณ์
เมธี
พงษ์
สื
บประดิ
ษฐ์
, ลู
กหลานของชาวตะโหมดปั
จจุ
บั
นอายุ
๖๔ ปี
, ๒๘ สิ
งหาคม ๒๕๕๐. เล่
าว่
า ย่
าทวดสร้
อย เป็
นางห้
ามในสมั
ยรั
ชกาลที่
ห้
า เป็
นผู
ที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ ซึ
งเป็
นคนในชุ
มชนตะโหมด ได้
แต่
งงานกั
บทวด (จํ
าชื่
ไม่
ได้
) นั
บถื
อศาสนาอิ
สลาม (รั
ชกาลที่
๕ พระราชทานให้
) และทวดสร้
อยก็
ย ั
งคงนั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ ส่
วน
ลู
กหลานจะนั
บถื
อศาสนาพุ
ทธหรื
ออิ
สลามก็
ได้
นั
นแสดงว่
าการแต่
งงานระหว่
างศาสนาทั
งสองนี
มี
มานานแล้