Page 61 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๕๕
เที่
ยวกั
บเกลอในงานวั
ดเป็
นประจํ
า บางครั
งเกลอก็
มาเที่
ยวที่
บ้
าน มาอยู
กั
นหลายเดื
อน จนได้
เมี
ยจาก
ที่
นี่
กลั
บไป ปั
จจุ
บั
นก็
ย ั
งคบหากั
นอยู
หากมี
งานสํ
าคั
ญจะออกปากคนในหมู
บ้
านไปร่
วมงานด้
วย”
ในกรณี
ที่
ไปเจอลู
กหลานของเกลอ เมื่
อสื
บสาวว่
าเป็
นลู
กหลานของเกลอที่
ตนรู
จั
ก จะเกิ
ดความรู
สึ
ผู
กพั
นเสมื
อนลู
กหลานของตนและจะคอยให้
การช่
วยเหลื
อตลอดเวลาในขณะพบเจอกั
ในปั
จจุ
บั
นระบบความสั
มพั
นธ์
ภายนอกของชุ
มชนตะโหมดกั
บชุ
มชนอื่
น ๆ ได้
เปลี่
ยนแปลงรู
ปแบบความสั
มพั
นธ์
ไปจากเดิ
ม ในอดี
ตระบบความสั
มพั
นธ์
ขึ
นอยู
กั
บการแลกเปลี่
ยน
ผลผลิ
ตเป็
นส่
วนใหญ่
ปั
จจุ
บั
นมี
หลายปั
จจั
ยที่
ก่
อให้
เกิ
ดระบบความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชุ
มชนขึ
นมา ไม่
ว่
าจะเป็
น กิ
จกรรมที่
ทางชุ
มชนจั
ดขึ
นและได้
เชิ
ญชุ
มชนอื่
น ๆ เข้
ามาร่
วมกิ
จกรรม โดยอาศั
ความสั
มพั
นธ์
ทางเครื
อญาติ
เป็
นจุ
ดเริ
มต้
นในการประชาสั
มพั
นธ์
ไปย ั
งชุ
มชนอื่
น ๆ แต่
ระบบ
ความสั
มพั
นธ์
ของชุ
มชนตะโหมดกั
บภายนอกชุ
มชนที่
แตกต่
างไปจากชุ
มชนทั ่
วไป คื
อ การเข้
ามา
ขององค์
กรภายนอกทั
งหน่
วยงานภาครั
ฐและเอกชน และชุ
มชนอื่
น ๆ โดยผ่
านทางสภาลานวั
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างองค์
กรและหน่
วยงานต่
าง ๆ เหล่
านี
เกิ
ดขึ
นได้
จากการยอมรั
บในการทํ
กิ
จกรรมและการดํ
าเนิ
นงานต่
าง ๆ ของชุ
มชนตะโหมด
จะเห็
นได้
ว่
าระบบการอยู
ร่
วมสั
มพั
นธ์
ทั
งภายในและภายนอกชุ
มชนตะโหมด ย ั
งคงลั
กษณะ
ความสั
มพั
นธ์
แบบเครื
อญาติ
ที่
มี
การสื
บทอดและปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นมาตั
งแต่
อดี
ต แม้
ในปั
จจุ
บั
นระบบ
ความสั
มพั
นธ์
ไม่
ได้
แตกต่
างไปจากอดี
ตมากนั
ก การปรั
บเปลี่
ยนระบบความสั
มพั
นธ์
ย ั
งคงอยู
บน
พื
นฐานความสั
มพั
นธ์
แบบเครื
อญาติ
ชุ
มชนตะโหมดในปั
จจุ
บั
นจึ
งมี
ความเป็
นชุ
มชนเครื
อญาติ
อย่
าง
เหนี
ยวแน่
น ลั
กษณะความเป็
นชุ
มชนเครื
อญาติ
ดั
งกล่
าว เป็
นแรงขั
บเคลื่
อนสํ
าคั
ญ นํ
าไปสู
ความ
ร่
วมมื
อในการแก้
ปั
ญหาต่
าง ๆ เช่
น ปั
ญหาทรั
พยากรธรรมชาติ
ทั
งด้
านดิ
น นํ
าและป่
า รวมถึ
งความ
ร่
วมมื
อกั
นเมื่
อมี
กิ
จกรรมต่
าง ๆ ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บชุ
มชนและเมื่
อมี
การจั
ดประเพณี
สองศาสนา ระบบ
ความสั
มพั
นธ์
ก็
จะทํ
าให้
ประเพณี
ย ั
งคงสื
บทอดอยู
ได้
ในปั
จจุ
บั
๒.๓ ระบบคุ
ณค่
า ศาสนาและความเชื่
ระบบศาสนา ปั
จจุ
บั
นชาวบ้
านในชุ
มชนตะโหมดส่
วนใหญ่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ รองลงมา
นั
บถื
อศาสนาอิ
สลาม มี
การปฏิ
บั
ติ
กิ
จวั
ตรตามหลั
กศาสนาที่
ตนเองนั
บถื
อ แต่
ที่
น่
าสั
งเกตก็
คื
ชาวบ้
านที่
นั
บถื
อศาสนาพุ
ทธ ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากศาสนาพราหมณ์
แฝงอยู
ในความเชื่
อและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของ
ชาวบ้
านอย่
างเห็
นได้
ชั
ด ซึ
งมี
ลั
กษณะเช่
นเดี
ยวกั
บชุ
มชนอื่
นในสั
งคมไทย จึ
งมี
การแสดงออกมาใน
ลั
กษณะของพิ
ธี
กรรม เช่
น การตั
งศาลพระภู
มิ
การสวดบ้
าน เป็
นต้
ระบบคุ
ณค่
า ศาสนาและความเชื่
อที่
ชาวบ้
านปฏิ
บั
ติ
อยู
จึ
งเป็
นการผสมผสานระหว่
างศาสนา
หลั
กและความเชื่
อแบบดั
งเดิ
ม สํ
าหรั
บศาสนาพุ
ทธได้
รั
บการยอมรั
บจากชาวบ้
าน อาจเนื่
องมาจาก
๖๑
สั
มภาษณ์
เสิ
น เพชรทอง. ๑๙ สิ
งหาคม ๒๕๕๐.