๕๑
แต่
การศึ
กษาในระบบที่
ผ่
านมามั
กแยกผู
้
เรี
ยนออกจากชุ
มชนที่
อาศั
ยอยู
่
โดยมุ ่
งเน้
นให้
เรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บเรื่
องราวที่
ไกลไปจากชุ
มชนของตน ทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนได้
เรี
ยนรู
้
และรู
้
จั
กชุ
มชนของตนน้
อยลง
เมื
่
อผ่
านระบบการศึ
กษามาแล้
วกลั
บถู
กดึ
งเข้
าสู
่
ระบบทุ
น ดึ
งปั
ญญาชนออกไปจากชุ
มชน เพราะ
ความรู
้
ที่
ได้
เรี
ยนรู
้
ไม่
เหมาะสมกั
บบริ
บทในชุ
มชนของตน แต่
เหมาะกั
บบริ
บทของภาคเมื
องมากกว่
า
ปั
จจุ
บั
นการจั
ดการศึ
กษาเริ
่
มปรั
บเปลี่
ยนเพื่
อให้
ผู
้
เรี
ยนได้
เรี
ยนรู
้
ชี
วิ
ตจริ
งของตนเองและท้
องถิ
่
น ทํ
า
ให้
รู
้
จั
กท้
องถิ
่
น เกิ
ดความรั
กและความภาคภู
มิ
ใจ การจั
ดระบบการศึ
กษาในปั
จจุ
บั
นจึ
งมุ
่
งเน้
นให้
โรงเรี
ยนกั
บชุ
มชนเป็
นผู
้
ร่
วมกั
นจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
น เพื่
อเป็
นแนวทางให้
เยาวชนในชุ
มชนรู
้
จั
ก
ท้
องถิ ่
นซึ
่
งเป็
นฐานรากของตนมากยิ
่
งขึ
้
น ชุ
มชนตะโหมดเป็
นอี
กชุ
มชนหนึ
่
งที่
ให้
ความสํ
าคั
ญต่
อ
ระบบการศึ
กษา จึ
งได้
ร่
วมกั
บโรงเรี
ยนประชาบํ
ารุ
งจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
น “ตะโหมดศึ
กษา” เพื่
อ
ต้
องการให้
เยาวชนในตะโหมดได้
รู
้
จั
กเรื่
องราวต่
าง ๆ ในชุ
มชนของตนมากยิ
่
งขึ
้
น ก่
อให้
เกิ
ดความรั
ก
และความภาคภู
มิ
ใจในถิ ่
นฐานของตนเอง นั
บเป็
นรู
ปแบบของการจั
ดการศึ
กษาสนองตาม
รั
ฐธรรมนู
ญฉบั
บใหม่
และสอดคล้
องกั
บพระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห่
งชาติ
ปี
พ.ศ.๒๕๔
นอกจากนี
้
ทางสภาลานวั
ดตะโหมดได้
ร่
วมกั
นจั
ดกิ
จกรรมต่
าง ๆ เพื่
อให้
เยาวชนได้
มี
ส่
วน
ร่
วมและเรี
ยนรู
้
เกี่
ยวกั
บชุ
มชน เช่
น งานประเพณี
ย ้
อนยุ
ค เป็
นอี
กกิ
จกรรมหนึ
่
งของชุ
มชน ที่
จั
ดขึ
้
น
เป็
นประจํ
าทุ
กปี
ในช่
วงวั
นสงกรานต์
มี
การแสดงย ้
อนยุ
ควิ
ถี
ชี
วิ
ตของคนในชุ
มชนตะโหมด เพื่
อให้
ลู
กหลานในชุ
มชนได้
รู
้
จั
กและนั
บเป็
นการถ่
ายทอดเรื่
องราวของชุ
มชนโดยผ่
านงานประเพณี
การจั
ดการภายในชุ
มชน ก่
อนที่
ทางรั
ฐส่
วนกลางจะมี
การกํ
าหนดการปกครองส่
วนภู
มิ
ภาค
ชุ
มชนตะโหมดมี
ระบบการบริ
หารภายในชุ
มชนของตนเองอยู
่
ก่
อนแล้
ว โดยมี
ผู
้
อาวุ
โสซึ
่
งได้
รั
บการ
ยอมรั
บนั
บถื
อให้
เป็
นผู
้
ปกครองดู
แลความเรี
ยบร้
อยภายในหมู
่
บ้
าน ชาวบ้
านจะเรี
ยกผู
้
นั
้
นว่
า “หั
ว
เมื
อง” เที
ยบเท่
ากั
บผู
้
ใหญ่
บ้
านในปั
จจุ
บั
น ส่
วนชุ
มชนที่
มี
ลั
กษณะใหญ่
กว่
าครอบคลุ
มหลายหมู
่
บ้
าน
ย่
อย จะมี
ผู
้
ที่
ชาวบ้
านให้
ความเคารพและแต่
งตั
้
งให้
เป็
นผู
้
นํ
าชุ
มชน ซึ
่
งมี
ฐานะทางการปกครอง
เหนื
อกว่
าหั
วเมื
อง ชาวบ้
านจะเรี
ยกกั
นว่
า “จอม” เที
ยบได้
กั
บกํ
านั
นในปั
จจุ
บั
น ซึ
่
งหั
วเมื
องและจอม
ส่
วนใหญ่
เป็
นผู
้
อาวุ
โสที่
ชาวบ้
านเคารพ และมี
บทบาทสํ
าคั
ญ เมื่
อระบบกํ
านั
นและผู
้
ใหญ่
บ้
านมี
ขึ
้
น
ในปี
พ.ศ.๒๔๔๐ (ตามพระราชบั
ญญั
ติ
ปกครองส่
วนท้
องที่
รศ.๑๑๖)
กํ
านั
นและผู
้
ใหญ่
บ้
านก็
ย ั
ง
ขอคํ
าปรึ
กษาจากผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
ในชุ
มชน เนื่
องจากชาวบ้
านเป็
นผู
้
เลื
อกบุ
คคลให้
ดํ
ารงตํ
าแหน่
งกํ
านั
น
ผู
้
ใหญ่
บ้
าน ผู
้
ที่
ได้
รั
บคั
ดเลื
อกส่
วนใหญ่
มั
กมี
ลั
กษณะของความเป็
นผู
้
นํ
าตามธรรมชาติ
อยู
่
ด้
วย แต่
ใน
กรณี
ที่
ผู
้
นํ
าทางการไม่
เป็
นที่
ยอมรั
บของคนในชุ
มชนก็
มั
กจะเกิ
ดปั
ญหาความขั
ดแย ้
งตามมาเสมอ ที่
๕๔
สภาลานว ั
ดตะโหมด. ๒๕๔๓. ตะโหมดศึ
กษา : หลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นชุ
มชนตะโหมด. พั
ทลุ
ง : สํ
านั
กงาน
ป้
องกั
นและปราบปรามยาเสพติ
ดภาคใต้
, คํ
านํ
า.
๕๕
ชาลี
ศิ
ลปรั
ศมี
. ๒๕๒๙. การปกครองมณฑลนครศรี
ธรรมราชภายใต้
สมเด็
จพระเจ้
าน้
องยาเธอเจ้
าฟ้
า
ยุ
คลฑิ
ฆั
มพร กรมขุ
นลพบุ
รี
ราเมศวร์
(พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๔๖๘). วิ
ทยานิ
พนธ์
ปริ
ญญาการศึ
กษามหาบั
ณฑิ
ต
มหาวิ
ทยาลั
ยศรี
นคริ
นทรวิ
โรฒ ประสานมิ
ตร, ๑๓.