๕๐
ชุ
มชนตะโหมดมี
การตั
้
งถิ ่
นฐานมาเป็
นเวลานาน ดั
งหลั
กฐานที่
กล่
าวไว้
แล้
วข้
างต้
น ภายในชุ
มชนตะ
โหมดจึ
งมี
กลุ
่
มตระกู
ลหลั
กอยู
่
ประมาณ ๓ กลุ ่
คื
อ
๑.) กลุ ่
มนามสกุ
ล “ชนะสิ
ทธิ
์
” เป็
นกลุ
่
มนามสกุ
ลที่
สื
บทอดต่
อกั
นมาในการเป็
นผู
้
นํ
าชุ
มชน
มี
การรั
บช่
วงการเป็
นกํ
านั
นตํ
าบลตะโหมดถึ
ง ๔ รุ ่
น
๒.) กลุ
่
มนามสกุ
ล “เขี
ยวจี
น” เป็
นกลุ
่
มนามสกุ
ลของพระครู
อุ
ทิ
ตกิ
จจาทร เจ้
าอาวาสวั
ดตะ
โหมด
๓.) กลุ ่
มนามสกุ
ล “ขุ
นจั
นทร์
” เป็
นกลุ
่
มนามสกุ
ลของนายวรรณ ขุ
นจั
นทร์
ผู
้
นํ
าอาวุ
โสของ
สภาลานวั
ดตะโหมด
กลุ
่
มตระกู
ลทั
้
ง ๓ กลุ ่
มนี
้
เป็
นตระกู
ลหลั
กที่
มี
ส่
วนสํ
าคั
ญทํ
าให้
เกิ
ดการพั
ฒนาชุ
มชนตะ
โหมดมาอย่
างยาวนาน ลู
กหลานของแต่
ละตระกู
ลมี
การแต่
งงานกั
นจนทั
้
งหมู
่
บ้
านเป็
นเครื
อญาติ
ที่
ใกล้
ชิ
ดกั
นมากขึ
้
น ทํ
าให้
การประสานงานภายในครอบครั
ว รวมทั
้
งการประสานความร่
วมมื
อ
ระหว่
างกลุ
่
มเป็
นไปอย่
างราบรื่
น มี
การช่
วยเหลื
อพึ
่
งพาอาศั
ยกั
นบนพื
้
นฐานของความเป็
นเครื
อญาติ
ความเป็
นสั
งคมเครื
อญาติ
ทํ
าให้
สมาชิ
กแต่
ละคนในชุ
มชนสนใจและห่
วงใยในความเป็
นไป
ในชี
วิ
ตของสมาชิ
กคนอื่
น การเกิ
ด การแก่
การเจ็
บและการตายจึ
งเป็
นเรื่
องสํ
าคั
ญของชุ
มชน ไม่
ใช่
เรื่
องของครอบครั
วใดครอบครั
วหนึ
่
งเท่
านั
้
น ไม่
เพี
ยงแต่
ความเป็
นไปของคนอื่
น ในเรื่
องของความ
เป็
นมา คนในชุ
มชนตะโหมดย ั
งให้
ความสนใจไต่
ถามคนบ้
านอื่
นที่
ได้
พบกั
น ว่
าอยู
่
บ้
านไหนเป็
น
ลู
กเต้
าเหล่
าใคร เป็
นลู
กเป็
นหลานของคนที่
เขารู
้
จั
กหรื
อเปล่
า หากพอรู
้
จั
กอยู
่
บ้
างจะก่
อให้
เกิ
ด
ความรู
้
สึ
กใกล้
ชิ
ดในทั
นที
เสมื
อนเป็
นญาติ
คนหนึ
่
งของตน
การจั
ดระบบงานภายในครั
วเรื
อน ในแต่
ละครอบครั
วมี
การจั
ดระบบงานและความ
รั
บผิ
ดชอบให้
แก่
สมาชิ
กของครอบครั
วแต่
ละคน เช่
น ผู
้
ชายต้
องทํ
างานใช้
แรงงานหนั
กและเสี่
ยงภั
ย
สู
ง ในขณะที่
ผู
้
หญิ
งจะทํ
างานบ้
านและร่
วมใช้
แรงงานในนาและสวนบางอย่
าง ส่
วนลู
ก ๆ จะ
ช่
วยงานพ่
อแม่
ในส่
วนที่
พอมี
กํ
าลั
งทํ
าได้
เช่
น ช่
วยตั
กนํ
้
า เลี
้
ยงสั
ตว์
เก็
บยางและงานบ้
านอื่
น ๆ คน
เฒ่
าคนแก่
หรื
อปู
่
ย่
าตายาย มี
หน้
าที่
ให้
คํ
าปรึ
กษา ช่
วยเลี
้
ยงดู
อบรม สั
่
งสอนทางจริ
ยธรรมและ
ถ่
ายทอดคุ
ณค่
า รวมทั
้
งวิ
ชาความรู
้
ของชุ
มชนที่
สื
บทอดกั
นมาให้
กั
บเด็
กรุ
่
นใหม่
พ่
อแม่
และญาติ
พี่
น้
องมี
ฐานะเป็
นครู
ของลู
กหลานไปในตั
ว โดยวิ
ธี
การถ่
ายทอดความรู
้
แบบนํ
าปฏิ
บั
ติ
กระบวนการ
เรี
ยนรู
้
ของสมาชิ
กในชุ
มชนจึ
งเป็
นกระบวนการที่
ผ่
านการปฏิ
บั
ติ
เป็
นสํ
าคั
ญ และสิ
่
งที่
เรี
ยนรู
้
ก็
คื
อวิ
ชา
ต่
าง ๆ ที่
จํ
าเป็
นในการทํ
ามาหากิ
น ในการอยู
่
ร่
วมสั
มพั
นธ์
กั
บผู
้
อื่
นรวมทั
้
งกั
บธรรมชาติ
สถานที่
ใน
การถ่
ายทอดวิ
ชาความรู
้
ของชุ
มชนจึ
งเป็
นที่
บ้
าน ตามท้
องไร่
ท้
องนา ตามป่
าเขา ห้
วยหนองคลองบึ
ง
๕๓
ชยุ
ต อิ
นพรหม. ๒๕๔๗. ทุ
นทางสั
งคมในการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
ของชุ
มชน : กรณี
ศึ
กษา
สภาลานว ั
ดตะโหมด ตํ
าบลตะโหมด อํ
าเภอตะโหมด จั
งหว ั
ดพั
ทลุ
ง.
วิ
ทยานิ
พนธ์
พั
ฒนาชุ
มชนมหาบั
ณฑิ
ต
มหาวิ
ทยาลั
ยธรรมศาสตร์
. และ สั
มภาษณ์
วรรณ ขุ
นจั
นทร์
, แกนนํ
าชุ
มชนตะโหมด, ๑๙ สิ
งหาคม ๒๕๕๐.