๓๕
อุ
ดมสมบู
รณ์
และเป็
นต้
นนํ
้
าลํ
าธารเป็
นป่
าที่
รั
ฐหวงห้
าม บริ
เวณดั
งกล่
าวย ั
งไม่
มี
ชาวบ้
านเข้
าไปบุ
กเบิ
ก
พื
้
นที่
เพื่
อทํ
าเกษตรกรรม มี
แต่
เพี
ยงชาวบ้
านเข้
าไปเก็
บผลผลิ
ตที่
ได้
จากป่
าอย่
างต่
อเนื่
อง
เมื่
อเข้
าสู
่
ช่
วงสงครามโลกครั
้
งที่
๒ หรื
อที่
เรี
ยกว่
า สงครามมหาเอเชี
ยบู
รพา (พ.ศ.
๒๔๘๔-๒๔๘๙) ได้
ส่
งผลกระทบต่
อชุ
มชนไม่
น้
อยทั
้
งในระหว่
างสงครามและหลั
งสงครามสงบ
เป็
นยุ
คข้
าวยากหมากแพง ชาวบ้
านมี
แต่
ความหวาดระแวง ไม่
กล้
าจุ
ดตะเกี
ยงตอนกลางคื
นเพราะกลั
ว
ระเบิ
ด ช่
วงระยะเวลาดั
งกล่
าวก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงอย่
างมากมาย เมื่
อญี่
ปุ
่
นได้
ตั
ดถนนขึ
้
นหนึ
่
ง
สาย เรี
ยกว่
าถนนยุ
ทธศาสตร์
(สายพั
ทลุ
ง-หาดใหญ่
) โดยใช้
แรงงานของเชลยศึ
ก แต่
คนไทยก็
ทํ
าเป็
น
แรงงานจ้
างกรุ
ยทางถางโค่
นบนเนิ
นเขาควนตลอดแนว แล้
วเอาไม้
ต้
นเล็
กปู
พื
้
นถนน ไม้
ต้
นใหญ่
สร้
างที่
พั
ก มี
ชาวบ้
านแถบริ
มทะเลสาบสงขลามารั
บจ้
างญี่
ปุ
่
นจํ
านวนมาก เมื่
อสงครามสงบ ชาวบ้
าน
รอบ ๆ พื
้
นที่
อพยพเข้
ามาสร้
างบ้
านเรื
อน เพื่
อบุ
กเบิ
กป่
าปลู
กยางพาราและพื
ชอื่
น ๆ
สํ
าหรั
บการได้
มาซึ
่
งที่
ดิ
นที่
ถื
อครองของชุ
มชนในสมั
ยนั
้
น แม้
ว่
ารั
ฐจะมี
นโยบายให้
ราษฎรสามารถจั
บจองที่
ดิ
นได้
ตามกํ
าลั
งความสามารถและสติ
ปั
ญญา แต่
การบุ
กเบิ
กพื
้
นที่
ของชุ
มชน
อยู
่
ในวงจํ
ากั
ด เนื่
องจากเหตุ
ผลหลายประกา
กล่
าวคื
อ ในสมั
ยนั
้
นประชากรย ั
งมี
น้
อย การบุ
กเบิ
ก
ต้
องอาศั
ยกํ
าลั
งคน ซึ
่
งทํ
าให้
บุ
กเบิ
กได้
ในขอบเขตจํ
ากั
ด ประกอบกั
บในสมั
ยนั
้
นกระแสการผลิ
ตเพื่
อ
การขายย ั
งไม่
รุ
นแรง ส่
วนใหญ่
จะทํ
าเพี
ยงพอมี
พอกิ
น เพราะถ้
าทํ
ามากการเอาไปขายก็
ย ั
งทํ
าได้
ไม่
สะดวก นอกจากนี
้
การบุ
กเบิ
กป่
าของชุ
มชนในขณะนั
้
นย ั
งไม่
บุ
กรุ
กไปถึ
งป่
าใหญ่
เพราะป่
าในที่
ราบ
ป่
าละเมาะย ั
งมี
ให้
บุ
กเบิ
กไม่
ขาดแคลน ประกอบกั
บการเข้
าไปบุ
กเบิ
กป่
าทึ
บใหญ่
นั
้
นเป็
นการเสี่
ยง
และทํ
าได้
ยากมาก มี
สั
ตว์
ป่
าที่
ดุ
ร้
ายนานาชนิ
ดคอยทํ
าร้
าย และที่
สํ
าคั
ญ ในยุ
คนั
้
นมี
ไข้
ป่
า (มาลาเรี
ย)
ชุ
กชุ
ม ผู
้
คนที่
เข้
าป่
าและกลั
บออกมาแล้
วมี
ชี
วิ
ตถื
อว่
าเป็
นผู
้
โชคดี
ปั
จจั
ยที่
สํ
าคั
ญอี
กประการหนึ
่
งที่
ทํ
า
ให้
การจั
บจองที่
ดิ
นของราษฎรโดยเฉพาะราษฎรรายย่
อยอยู
่
ในขอบเขตจํ
ากั
ดเป็
นเพราะชาวบ้
านที่
เข้
าจั
บจองพื
้
นที่
แล้
วจะต้
องเข้
าแจ้
งต่
อเจ้
าหน้
าที่
และทางเจ้
าหน้
าที่
จะออก "ใบจอง" มาให้
ก่
อน
หลั
งจากที่
เจ้
าหน้
าที่
เข้
าตรวจพื
้
นที่
และพิ
จารณาดู
เห็
นสมควรก็
จะออกเป็
นใบเหยี
ยบย ํ
่
าให้
แต่
ในขณะ
นั
้
นพื
้
นที่
ชุ
มชนตะโหมดสั
งกั
ดอํ
าเภอปากพะยู
นและอยู
่
ห่
างไกลจากอํ
าเภอปากพะยู
นเป็
นอย่
างมาก
การคมนาคมไม่
สะดวก ทํ
าให้
เจ้
าหน้
าที่
เข้
ามาในพื
้
นที่
ลํ
าบาก รั
ฐจึ
งได้
มอบอํ
านาจให้
กั
บผู
้
นํ
าท้
องถิ
่
น
คื
อ กํ
านั
น ผู
้
ใหญ่
บ้
านรั
บแจ้
งการครอบครองสิ
ทธิ
์
ในที่
ดิ
น จากสาเหตุ
ดั
งกล่
าวทํ
าให้
ผู
้
นํ
าท้
องถิ
่
นเป็
น
ผู
้
ที่
มี
บทบาทและมี
อิ
ทธิ
พลมากและมั
กมี
ที่
ดิ
นที
่
ถื
อครองมากกว่
ากลุ ่
มชาวบ้
านอื่
น ๆ และผู
้
เฒ่
าย ั
งเล่
า
อี
กว่
า ชาวบ้
านที่
ไม่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บใบเหยี
ยบย ํ
่
าในสมั
ยนั
้
นก็
มี
มาก ขอเพี
ยงแต่
ให้
ตนเองมี
ที่
ได้
ทํ
า
กิ
นก็
เพี
ยงพอแล้
ว ส่
วนชาวบ้
านที่
ไปยื่
นขอใบจองและใบเหยี
ยบย ํ
่
าส่
วนมากเป็
นผู
้
ที่
ค่
อนข้
างจะมี
มุ
มมองที่
คาดการณ์
อนาคตได้
และเห็
นการณ์
ไกล
๓๖
สั
มภาษณ์
สวาท ทองรั
กษ์
, แกนนํ
าชุ
มชนตะโหมด, ๑๙ สิ
งหาคม ๒๕๕๐.