๓๖
เมื่
อกล่
าวโดยรวมเกี่
ยวกั
บการใช้
ประโยชน์
ที่
ดิ
นของชุ
มชนตะโหมดในช่
วงนี
้
สามารถสรุ
ปได้
ว่
า ย ั
งเป็
นยุ
คที่
คนเเละป่
าย ั
งอยู
่
ร่
วมกั
นอย่
างใกล้
ชิ
ด ชุ
มชนตะโหมดอาศั
ยผลผลิ
ตจาก
ป่
าเพื่
อการดํ
ารงชี
พ ชาวบ้
านในยุ
คนี
้
จึ
งให้
ความเคารพต่
อพื
้
นที่
ป่
าสู
งมาก การบุ
กเบิ
กที่
ดิ
นในยุ
คนี
้
ใช้
แรงงานคนเป็
นหลั
ก การเปลี่
ยนแปลงการใช้
ประโยชน์
ที่
ดิ
นจึ
งมี
ไม่
มากนั
ก เนื่
องจากปั
จจั
ยที่
กระตุ
้
น
และผลั
กดั
นให้
ชุ
มชนเปลี่
ยนเเปลงการใช้
ประโยชน์
ที่
ดิ
นย ั
งไม่
รุ
นเเรงเท่
ากั
บในยุ
คหลั
ง โดยเฉพาะ
หลั
งจากประเทศไทยเริ
่
มประกาศใช้
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
กระตุ
้
นให้
มี
การพั
ฒนา
เศรษฐกิ
จ ส่
งเสริ
มความเจริ
ญเติ
บโตทางเศรษฐกิ
จ และเร่
งให้
มี
การใช้
ทรั
พยากรธรรมชาติ
เพื่
อ
สนั
บสนุ
นกิ
จกรรมทางเศรษฐกิ
จต่
าง ๆ มากขึ
้
น
การใช้
ประโยชน์
ที่
ดิ
นของชุ
มชนตะโหมดในช่
วงการประกาศใช้
แผนพั
ฒนา
เศรษฐกิ
จ (พ.ศ. ๒๕๐๔) – ปั
จจุ
บั
น
การเปลี่
ยนแปลงการใช้
ประโยชน์
ที่
ดิ
นของชุ
มชนตะโหมดเกิ
ดขึ
้
นอย่
างมากในยุ
ค
นี
้
เป็
นการใช้
ที่
ดิ
นเพื่
อทํ
าสวนยางพาราและไม้
ผลเป็
นหลั
ก ส่
วนการทํ
านาเป็
นการทํ
าเพื่
อย ั
งชี
พ
เท่
านั
้
น เพราะในชุ
มชนตะโหมดมี
พื
้
นที่
ถื
อครองทํ
านาค่
อนข้
างน้
อย การเปลี่
ยนแปลงการใช้
ประโยชน์
ที่
ดิ
นในช่
วงนี
้
ที่
สํ
าคั
ญคื
อ การบุ
กเบิ
กพื
้
นที่
ป่
าเพื่
อทํ
าสวนยางพารา ซึ
่
งในช่
วงแรกของยุ
คนี
้
ย ั
งคงเป็
นการบุ
กเบิ
กในที่
ราบ ย ั
งไม่
มี
การบุ
กรุ
กป่
าต้
นนํ
้
าลํ
าธาร จนกระทั
่
งรั
ฐบาลได้
เปิ
ดโอกาสให้
บริ
ษั
ทเอกชนเข้
าไปสั
มปทานไม้
ที่
โค่
นล้
มด้
วยในช่
วงเกิ
ดวาตภั
ยครั
้
งใหญ่
ในปี
๒๕๐๕
การ
สั
มปทานครั
้
งนี
้
มี
การขนย ้
ายไม้
ซุ
งออกจากป่
าหลายปี
จึ
งจะหมด และต่
อจากนั
้
นประมาณปี
พ.ศ.
๒๕๐๙-๒๕๑๓ ช่
วงแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
๒ รั
ฐได้
ส่
งเสริ
มและสนั
บสนุ
น
ให้
ภาคเอกชนเข้
ามามี
บทบาทในด้
านการผลิ
ตและการส่
งออกมากขึ
้
น และได้
อนุ
ญาตให้
บริ
ษั
ทเอกชนเข้
ามาสั
มปทานป่
าไม้
ในเขตพื
้
นที่
บ้
านตะโหม
จนกระทั ่
งปี
พ.ศ.๒๕๒๕-๒๕๒๗
รั
ฐได้
ประกาศให้
สิ
ทธิ
แก่
ราษฎรที่
บุ
กเบิ
กพื
้
นที่
ป่
าหรื
อพื
้
นที่
สาธารณะ มี
การออกเอกสารสิ
ทธิ
ทํ
ากิ
น
และช่
วงดั
งกล่
าวเป็
นช่
วงที่
ยางพาราราคาดี
ทํ
าให้
มี
การบุ
กรุ
กพื
้
นที่
ป่
าสงวนจํ
านวนมากและขยาย
อาณาเขตการบุ
กรุ
กเข้
าไปถึ
งป่
าที่
เป็
นต้
นนํ
้
าลํ
าธารมากขึ
้
น สํ
าหรั
บการเริ
่
มทํ
าสวนไม้
ผลในชุ
มชน
จริ
ง ๆ แล้
วเริ
่
มมาตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ.๒๕๐๙ แต่
มี
เพี
ยง ๑-๒ รายเท่
านั
้
น โดยมองเห็
นว่
าไม้
ผลจะสร้
าง
รายได้
ต่
อพื
้
นที่
สู
งกว่
ายางพารามาก จนทํ
าให้
ชุ
มชนตะโหมดมี
ไม้
ผลเป็
นพื
ชเศรษฐกิ
จที่
สํ
าคั
ญและมี
ชื่
อเสี
ยงพื
้
นที่
หนึ
่
งในบริ
เวณลุ
่
มทะเลสาบสงขลา
พื
้
นที่
ของตํ
าบลตะโหมดมี
ทั
้
งหมดประมาณ ๙๖,๓๑๕ ไร่
มี
การใช้
ที่
ดิ
นเพื่
อ
การเกษตรประมาณ ๔๔,๙๘๖ ไร่
คิ
ดเป็
นร้
อยละ ๔๖.๖๙ ของพื
้
นที่
ทั
้
งตํ
าบลตะโหมด ที่
เหลื
อเป็
น
๓๗
สภาลานว ั
ดตะโหมด. ๒๕๔๓. ตะโหมดศึ
กษา : หลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นชุ
มชนตะโหมด. พั
ทลุ
ง : สํ
านั
กงาน
ป้
องกั
นและปราบปรามยาเสพติ
ดภาคใต้
, ๑๔.