๙
วั
ฒนธรรมชุ
มชนในสั
งคมไทยปั
จจุ
บั
นเชื่
อมั
่
นว่
าจะเป็
นปราการสํ
าคั
ญที่
นํ
าไปสู
่
การพั
ฒนาแบบที่
ไม่
ทํ
าลายล้
างสถาบั
นชุ
มชนหมู ่
บ้
านไทย แต่
ให้
ชุ
มชนสามารถพึ
่
งตนเองได้
และทํ
าให้
เห็
นว่
าข้
อ
เรี
ยกร้
องของตนเป็
นข้
อเรี
ยกร้
องที่
มี
เหตุ
ผลและมี
ความเป็
นไปได้
สู
ง เพราะเป็
นข้
อเรี
ยกร้
องที่
วางอยู
่
บนพื
้
นฐานของความเชื่
อและวั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
านของไทยเราเอง
แนวคิ
ดวั
ฒนธรรมชุ
มชนได้
ปรั
บเปลี่
ยนมุ
มมองให้
ผู
้
คนในสั
งคม จากเดิ
มที่
มองชุ
มชนผู
กติ
ด
อยู
่
กั
บหน่
วยของพื
้
นที่
เป็
นหลั
ก ต่
อมาได้
เล็
งเห็
นความสํ
าคั
ญของชุ
มชนในแง่
ความสั
มพั
นธ์
ที่
ประกอบด้
วยมิ
ติ
ต่
าง ๆ หลายด้
าน เริ
่
มจากมิ
ติ
ในด้
านของระบบคุ
ณค่
า และด้
านทุ
นทางสั
งคม ซึ
่
งถื
อ
เป็
นข้
อตกลงร่
วมกั
นของความเป็
นชุ
มชน มิ
ติ
ต่
าง ๆ เหล่
านี
้
ก็
ไม่
ได้
หยุ
ดนิ
่
ง แต่
จะปรั
บเปลี่
ยนไปตาม
บริ
บทของสั
งคมด้
วย ถึ
งแม้
ชุ
มชนจะมี
กฎเกณฑ์
อยู
่
แล้
วในการจั
ดการทรั
พยากร แต่
กฎเกณฑ์
ดั
งกล่
าวก็
จะปรั
บตั
วอยู
่
ตลอดเวลา ในลั
กษณะที่
นั
กวิ
ชาการหลายท่
าน เรี
ยกว่
า “การผลิ
ตใหม่
”
กล่
าวคื
อ มี
การนํ
าออกมาปรั
บใช้
ในลั
กษณะใหม่
หรื
อในความหมายใหม่
ยกตั
วอย่
างเช่
น ในปั
จจุ
บั
น
นี
้
ชาวบ้
านได้
ปรั
บใช้
พิ
ธี
กรรมของการบวชป่
ามาใช้
ใหม่
ซึ
่
งจากเดิ
มการบวชป่
าเป็
นเพี
ยงการ
กํ
าหนดให้
ป่
าเป็
นเขตอภั
ยทานอย่
างเดี
ยว แต่
ปั
จจุ
บั
น การบวชป่
าดั
งกล่
าวแสดงให้
เห็
นถึ
งความ
พยายามระดมหรื
อสร้
างจิ
ตสํ
านึ
กใหม่
ของคนในชุ
มชนหรื
อในสั
งคม เพื่
อแสวงหาความชอบธรรม
ให้
กั
บกฎเกณฑ์
ของการจั
ดการทรั
พยากรในชุ
มชนนั
้
น ๆ รวมไปถึ
งการประกอบพิ
ธี
กรรมต่
าง ๆ
ของชุ
มชนไม่
ได้
เป็
นเพี
ยงกิ
จกรรมเฉพาะของท้
องถิ
่
น หากแต่
ได้
กลายเป็
นกระบวนการเคลื่
อนไหว
ทางสั
งคม เพื่
อดึ
งความสนใจของสาธารณชนให้
เพิ
่
มมากขึ
้
นอี
กในทุ
กโอกาส นอกจากนี
้
พลั
งและ
ความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมชุ
มชนย ั
งเป็
นแรงผลั
กดั
นให้
นั
กวิ
ชาการ นั
กพั
ฒนา ปั
ญญาชน รวมถึ
งคน
ในชุ
มชนได้
ให้
ความสํ
าคั
ญของมิ
ติ
ทางวั
ฒนธรรมในด้
านการจั
ดการทรั
พยากรเพิ
่
มมากขึ
้
น เช่
น
งานวิ
จั
ยป่
าชุ
มชนในประเทศไทย โดยฉลาดชาย รมิ
ตานนท์
, อานั
นท์
กาญจนพั
นธุ
์
และสั
ณฐิ
ตา กาญ
จนพั
นธุ
์
ได้
เสนอแนวคิ
ดในการศึ
กษาป่
าชุ
มชนจะต้
องคํ
านึ
งถึ
งมิ
ติ
ต่
าง ๆ โดยเฉพาะมิ
ติ
ทาง
วั
ฒนธรรม ซึ
่
งเป็
นหลั
กการพื
้
นฐานของการศึ
กษาป่
าชุ
มชน
ความสํ
าคั
ญของแนวคิ
ดวั
ฒนธรรมชุ
มชนในปั
จจุ
บั
นนอกจากจะส่
งผลในระดั
บชุ
มชนแล้
ว
ย ั
งมี
ความสํ
าคั
ญส่
งผลสะเทื
อนต่
อแนวคิ
ดในระดั
บกว้
าง (ระดั
บประเทศ) โดยเฉพาะได้
ส่
งผล
สะเทื
อนที่
สํ
าคั
ญต่
อวงวิ
ชาการไทย ๒ ประการด้
วยกั
น ประการแรก ขบวนการวั
ฒนธรรมชุ
มชน
ส่
งผลสะเทื
อนโดยตรงต่
อวงการไทยศึ
กษา เพราะเป็
นการเปิ
ดพื
้
นที่
ให้
กั
บชุ
มชน หมู
่
บ้
านและ
ชาวบ้
านในวาทกรรมเกี่
ยวกั
บไทยศึ
กษา ซึ
่
งในอดี
ตที่
ผ่
านมามี
แต่
เรื่
องของราชสํ
านั
กและราชการเป็
น
สํ
าคั
ญ เป็
นการศึ
กษาที่
มี
รั
ฐเป็
นแกนกลาง ทํ
าให้
ละเลยเรื่
องของชาวบ้
านและท้
องถิ
่
นไป ในเอกสาร
ต่
าง ๆ จะเลื
อกบั
นทึ
กหรื
อพู
ดถึ
งหมู
่
บ้
านเฉพาะใน ๒ ประเด็
นหลั
ก ๆ เท่
านั
้
น คื
อ เรื่
องของการ
๑๕
ฉลาดชาย รมิ
ตานนท์
อานั
นท์
กาญจนพั
นธุ
์
และสั
ณฐิ
ตา กาญจนพั
นธุ
์
. ๒๕๓๖. “ป่
าชุ
มชนภาคเหนื
อ :
ศั
กยภาพขององค์
กรชาวบ้
านในการจั
ดการป่
าชุ
มชน”, ใน ป่
าชุ
มชนในประเทศไทย: แนวทางการพั
ฒนา เล่
ม ๒,
เสน่
ห์
จามริ
กและยศ สั
นตสมบั
ติ
, บรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ : สถาบั
นชุ
มชนท้
องถิ ่
นพั
ฒนา.