๘
ชุ
มชน จึ
งถู
กหยิ
บยกขึ
้
นมาเป็
นทางเลื
อกใหม่
ของการจั
ดการทรั
พยากรที่
ยึ
ดเอาชุ
มชนเป็
นฐานหลั
ก
(community-based resource management) เกิ
ดกระบวนการสร้
างวาทกรรมป่
าชุ
มชนขึ
้
นมาอย่
าง
ต่
อเนื่
อง ทั
้
งในวงวิ
ชาการ การวิ
จั
ย การประชุ
มสั
มมนา องค์
กรพั
ฒนาเอกชน และขบวนการ
ประชาช
การให้
ความสํ
าคั
ญต่
อการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
ให้
ย ั ่
งยื
นจะต้
องดํ
าเนิ
นการควบคู
่
กั
บ
การอนุ
รั
กษ์
ฟื
้
นฟู
และพั
ฒนาทรั
พยากรคน วั
ฒนธรรมและภู
มิ
ปั
ญญาของชุ
มชน อั
นรวมกั
นหมายถึ
ง
ระบบวั
ฒนธรรมชุ
มชน พร้
อมกั
บการค่
อย ๆ ให้
โอกาสชุ
มชนได้
จั
ดตั
้
งตนเองในรู
ปองค์
กรชุ
มชนที่
หลากหลายต่
อเงื่
อนไขภายในชุ
มชนในการจั
ดการทรั
พยากรธรรมชาติ
โดยไม่
ใช่
เป็
นการรื
้
อฟื
้
น
วั
ฒนธรรมแบบดั
้
งเดิ
มหรื
อการหวนกลั
บไปสู
่
อดี
ต แต่
เป็
นการผสมผสานความเชื่
อแบบเก่
าที่
เชื่
อว่
า
เป็
นพลั
งตรวจสอบการเปลี่
ยนแปลงในยุ
คปั
จจุ
บั
น ซึ
่
งชุ
มชนมิ
ใช่
เป็
นฝ่
ายตั
้
งรั
บเพี
ยงอย่
างเดี
ยว และ
เป็
นกระบวนการที่
เป็
นพลวั
ต ดั
งจะเห็
นได้
ว่
าวั
ฒนธรรมชุ
มชนไม่
ได้
มี
เพี
ยงความหมายเดี
ยวหรื
อยึ
ด
ติ
ดกั
บพื
้
นที่
ทางภู
มิ
ศาสตร์
แต่
ชุ
มชนมี
ความเคลื่
อนไหวเปลี่
ยนแปลง มี
ความซั
บซ้
อนและการขยาย
ไปสู
่
ชุ
มชนระดั
บเครื
อข่
าย ซึ
่
งเป็
นลั
กษณะความสั
มพั
นธ์
ที่
กว้
างกว่
าบนพื
้
นฐานของพั
นธะทางสั
งคม
แบบสมั
ยใหม่
ที่
คนทั ่
วไปให้
ความหมายกั
น
๓.๒ ความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมชุ
มชน
ความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมชุ
มชน คื
อ ทํ
าให้
เกิ
ดการรวมพลั
งของประชาชนโดยเฉพาะใน
ชุ
มชนชนบทสร้
างความเป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
น นํ
าไปสู
่
ความสํ
าเร็
จในการรวมกลุ
่
มเพื่
อทํ
ากิ
จกรรม
ของชุ
มชน ก่
อให้
เกิ
ดประสบการณ์
ร่
วม สร้
างความรั
ก ความภาคภู
มิ
ใจและหวงแหนในประเพณี
วั
ฒนธรรมของตน ทํ
าให้
คนในสั
งคมเห็
นความสํ
าคั
ญทางด้
านคุ
ณค่
าจิ
ตใจและความรู
้
สึ
กของคน
ก่
อให้
เกิ
ดความสั
มพั
นธ์
ใกล้
ชิ
ดระหว่
างมนุ
ษย์
กั
บสิ
่
งสู
งสุ
ดทางศาสนา นอกจากนี
้
ความสํ
าคั
ญของ
วั
ฒนธรรมชุ
มชนนํ
าไปสู
่
แนวทางพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและการเมื
องแบบพึ
่
งตนเอง และก่
อให้
เกิ
ด
ระบอบประชาธิ
ปไตยแบบกระจายอํ
านาจ อี
กทั
้
งก่
อให้
เกิ
ดความรู
้
สึ
กร่
วมในการดู
แลรั
กษาธรรมชาติ
เพื่
อคงความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนกั
บธรรมชาติ
อย่
างสมดุ
ล เพราะธรรมชาติ
จะช่
วยคงความสามารถ
ในการพึ
่
งตนเองของชุ
มชนไว้
ได
ความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมชุ
มชนข้
างต้
น ทํ
าให้
ขบวนการ
๑๓
ชู
ศั
กดิ
์
วิ
ทยาภั
ค. ๒๕๔๓. “ชุ
มชนกั
บการจั
ดการทรั
พยากรป่
าไม้
ในภาคเหนื
อ”, ใน พลว ั
ตของชุ
มชน
ในการจั
ดการทรั
พยากร : สถานการณ์
ในประเทศไทย, หน้
า ๑๓๕ - ๑๗๖. อานั
นท์
กาญจนพั
นธุ
์
, บรรณาธิ
การ.
กรุ
งเทพฯ : สํ
านั
กงานกองทุ
นสนั
บสนุ
นการวิ
จั
ย, ๑๕๘.
๑๔
ฉั
ตรทิ
พย์
นาถสุ
ภา. ๒๕๓๔. “แนวความคิ
ดว ั
ฒนธรรมชุ
มชน”, ใน ว ั
ฒนธรรมไทยกั
บขบวนการ
เปลี่
ยนแปลงสั
งคม, หน้
า ๑๗๑ - ๒๑๖. ฉั
ตรทิ
พย์
นาถสุ
ภา, บรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ : สํ
านั
กพิ
มพ์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย, ๑๗๒ – ๑๙๙.