Page 12 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

กระแสความคิ
ดที่
เป็
นการทวนกระแสการพั
ฒนาของรั
ฐ ซึ
งเป็
นที่
รู
จั
กกั
นทั ่
วไปในนามของการ
พั
ฒนาแนววั
ฒนธรรมชุ
มชน โดยกลุ
มแนวคิ
ดดั
งกล่
าวได้
เสนอความคิ
ดในการพั
ฒนาที่
เน้
นการ
เชื่
อมั
นและส่
งเสริ
มศั
กยภาพของชาวบ้
านในการพั
ฒนาตนเองบนพื
นฐานวั
ฒนธรรมชุ
มชน และ
นํ
าเสนอแนวทางการพั
ฒนาสั
งคมที่
เน้
นความเท่
าเที
ยมกั
นในการควบคุ
มและจั
ดการทรั
พยากร
การก่
อตั
วของแนวคิ
ดวั
ฒนธรรมชุ
มชนเกิ
ดขึ
นจากปั
จจั
ยทั
งภายนอกและภายในประเทศ
กล่
าวคื
อ ปั
จจั
ยภายนอกประเทศเกิ
ดจากการเปลี่
ยนแปลงการอธิ
บายคํ
าสอนของศาสนาคริ
สต์
(พ.ศ.
๒๕๐๕ - ๒๕๐๘) และการเพิ
มความช่
วยเหลื
อระหว่
างประเทศผ่
านทางองค์
กรพั
ฒนาเอกชน โดย
เน้
นปรั
ชญาของกระบวนการพั
ฒนาแนวใหม่
คื
อ ความเป็
นอั
นหนึ
งอั
นเดี
ยวระหว่
างองค์
กรกั
ประชาชน เข้
าถึ
งความต้
องการและความรู
สึ
กของประชาชน และดํ
าเนิ
นการสอดคล้
องกั
ประวั
ติ
ศาสตร์
วั
ฒนธรรมและทรั
พยากรแห่
งท้
องถิ ่
ซึ
งเป็
นการให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการพั
ฒนา
วั
ฒนธรรมในระดั
บสากล โดยการประกาศทศวรรษโลก ว่
าด้
วยการพั
ฒนาวั
ฒนธรรมขององค์
การ
ยู
เนสโก
ส่
วนปั
จจั
ยภายในประเทศเกิ
ดจากการคุ
กคามของระบบทุ
นนิ
ยมต่
อชุ
มชน ทํ
าให้
ปั
ญญาชนและนั
กพั
ฒนาเกิ
ดแนวคิ
ดที่
จะรั
กษาและฟื
นฟู
วั
ฒนธรรม ประเพณี
ดั
งเดิ
ม และในระหว่
าง
นั
นการตื่
นตั
วของปั
ญญาชนที่
ผ่
านการต่
อสู
ในเหตุ
การณ์
๑๔
ตุ
ลาคม ๒๕๑๖
ได้
ร่
วมฟื
นฟู
ประชาธิ
ปไตยและกระบวนการเคลื่
อนไหวทางสั
งคม สร้
างบรรยากาศที่
ส่
งเสริ
มการเรี
ยนรู
สภาพ
และปั
ญหาของประชาชน แนวคิ
ดวั
ฒนธรรมชุ
มชนเริ
มปรากฏชั
ดเป็
นระบบมากขึ
นในปี
พ.ศ.
๒๕๒๔ โดยมี
การประชุ
มสั
มมนาของสมาคมคาทอลิ
กแห่
งประเทศไทยเพื่
อการพั
ฒนา ที่
สวางค
นิ
วาส เรื่
อง “วั
ฒนธรรมไทยกั
บงานพั
ฒนาชนบท”
แนวคิ
ดวั
ฒนธรรมชุ
มชนได้
ขยายออกไปอย่
าง
กว้
างขวางมากขึ
นทั
งในแวดวงของนั
กพั
ฒนาขององค์
กรพั
ฒนาเอกชน และนั
กวิ
ชาการที่
เข้
าร่
วม
นํ
าเสนอแนวคิ
ด ซึ
งสามารถสร้
างความเป็
นระบบและความชั
ดเจนให้
กั
บพั
ฒนาการของแนวคิ
ดใน
ระยะต่
อมา ทํ
าให้
เกิ
ดเป็
นกระแสความตื่
นตั
วต่
อพลั
งของชุ
มชน และมี
ความหลากหลายมากยิ
งขึ
ฉั
ตรทิ
พย์
นาถสุ
ภา. ๒๕๓๔. “แนวความคิ
ดว ั
ฒนธรรมชุ
มชน”, ใน ว ั
ฒนธรรมไทยกั
บขบวนการ
เปลี่
ยนแปลงสั
งคม, หน้
า ๑๗๑ - ๒๑๖. ฉั
ตรทิ
พย์
นาถสุ
ภา, บรรณาธิ
การ. กรุ
งเทพฯ : สํ
านั
กพิ
มพ์
จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย, ๑๘๓ – ๑๙๐.
๑๐
กาญจนา แก้
วเทพ. ๒๕๓๘. การพั
ฒนาแนวว ั
ฒนธรรมชุ
มชนโดยถื
อมนุ
ษย์
เป็
นศู
นย์
กลาง. กรุ
งเทพฯ :
สภาคาทอลิ
กแห่
งประเทศไทยเพื่
อการพั
ฒนา.
๑๑
สาระสํ
าคั
ญของการประชุ
ม สั
มมนาครั
งนั
นได้
แก่
๑. การชี
ให้
เห็
นความสํ
าคั
ญของว ั
ฒนธรรมต่
อการ
พั
ฒนาชนบท ๒. การนํ
าเสนอประสบการณ์
ของการพั
ฒนาชนบท โดยอาศั
ยว ั
ฒนธรรมของชาวชนบทเองเป็
เครื่
องมื
อที่
สํ
าคั
ญจากประสบการณ์
ของนั
กพั
ฒนาเอกชน ที่
น่
าสนใจ คื
อ นอกเหนื
อจากการสั
มมนาดั
งกล่
าวจะช่
วย
ให้
แนวคิ
ดว่
าด้
วยการรื
อฟื
นและพั
ฒนาว ั
ฒนธรรมชาวบ้
านกั
บการพั
ฒนาชนบท ได้
เป็
นที่
ถกเถี
ยง แลกเปลี่
ยนเพื่
นํ
าไปสู
พั
ฒนาการที่
ทํ
าให้
มี
ความชั
ดเจน เป็
นระบบมากขึ
นในระยะต่
อมาแล้
ว การสั
มมนาดั
งกล่
าวย ั
งชี
ให้
เห็
นว่
แนวทางดั
งกล่
าวมิ
ได้
เป็
นเรื่
องเพ้
อฝั
น แต่
เป็
นแนวทางที่
สามารถนํ
าไปใช้
ได้
จริ
งในทางปฏิ
บั
ติ
ทว่
าต้
องอาศั
ยความ
ชํ
านาญ การเรี
ยนรู
และประสบการณ์
ที่
ยาวนานของนั
กพั
ฒนากั
บชาวบ้
าน