๑๙
๑. วั
ฒนธรรมเป็
นสิ่
งจํ
าเป็
นสํ
าหรั
บชี
วิ
ตมนุ
ษย์
มนุ
ษย์
จะอยู
่
โดยปราศจากวั
ฒนธรรมไม่
ได้
๒. วั
ฒนธรรมไม่
ใช้
สิ่
งที่
ติ
ดตั
วมาตั
้
งแต่
เกิ
ดแต่
เป็
นผลจากการเรี
ยนรู
้
ของสมาชิ
กในสั
งคม
๓. วั
ฒนธรรมย่
อมมี
ความเหมาะสมตามสภาพแวดแต่
ละสั
งคม
๔. วั
ฒนธรรมเป็
นสิ่
งที่
เปลี่
ยนแปลงได้
โดยทั่
วไปจะมี
การเปลี่
ยนแปลง ๒ ลั
กษณะ คื
อ
การเปลี่
ยนแปลงภายในวั
ฒนธรรมเอง เช่
น การประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
น ฯลฯ และการเปลี่
ยนแปลงที่
มาจาก
ภายนอก เช่
น มี
การแลกเปลี่
ยนหรื
อติ
ดต่
อกั
บกลุ
่
มวั
ฒนธรรมอื่
นก็
ลอกเลี
ยนแบบหรื
อรั
บเอาวั
ฒนธรรมอื่
น
มาใช้
๕. วั
ฒนธรรมเป็
นสิ่
งร่
วมของหลาย ๆ สิ่
ง หมายความว่
า วั
ฒนธรรมของแต่
ละสั
งคม
เป็
นแนวทางดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตหลาย ๆ อย่
างเข้
าด้
วยกั
น วั
ฒนธรรมแต่
ละแขนงได้
รวมเป็
นวั
ฒนธรรมที่
สมบู
รณ์
ของแต่
ละสั
งคม
สุ
พั
ตรา สุ
ภาพ
ได้
กล่
าวถึ
งลั
กษณะที่
สํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมไว้
๔ ประการ ดั
งนี
้
๑. วั
ฒนธรรมเป็
นสิ่
งที่
ได้
มาโดยการเรี
ยนรู
้
เป็
นการเรี
ยนรู
้
จากมนุ
ษย์
ด้
วยกั
น โดยเฉพาะ
กลุ
่
มบุ
คคลที่
เป็
นสมาชิ
กของสั
งคม เช่
น การแต่
งกาย มารยาทในสั
งคม การละเล่
น เป็
นต้
น
๒. วั
ฒนธรรมเป็
นมรดกทางสั
งคม วั
ฒนธรรมเกิ
ดจากการเรี
ยนรู
้
ทั
้
งการเรี
ยนรู
้
อย่
างไม่
รู
้
ตั
วและ
รู
้
ตั
ว วั
ฒนธรรมจึ
งสามารถถ่
ายทอดจากคนรุ่
นหนึ่
งไปยั
งคนอี
กรุ่
นหนึ่
ง บุ
คคลเกิ
ดในสั
งคมใดก็
จะเรี
ยนรู
้
วั
ฒนธรรมจากบุ
คคลจากสั
งคมนั
้
น วั
ฒนธรรมจึ
งมี
การถ่
ายทอดเป็
นมรดกของสั
งคม
๓. วั
ฒนธรรมเป็
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตหรื
อแบบการดํ
ารงชี
วิ
ต วั
ฒนธรรมทํ
าให้
สามารถจํ
าแนก ความ
แตกต่
างของสั
งคมแต่
ละสั
งคมได้
บุ
คคลเกิ
ดในสั
งคมใดก็
เรี
ยนรู
้
วั
ฒนธรรมของสั
งคมนั
้
น เช่
น วั
ฒนธรรม
ของชาวไทยที่
นั
บถื
อพุ
ทธศาสนาจะแตกต่
างจากวั
ฒนธรรมของชาวมุ
สลิ
มและแตกต่
างกั
บวั
ฒนธรรมของ
ชาวไทยเชื
้
อสายจี
น เป็
นต้
น
๔. วั
ฒนธรรมเป็
นสิ่
งไม่
คงที่
มนุ
ษย์
มี
การคิ
ดค้
นสิ่
งใหม่
ๆ รั
บเอารู
ปแบบของการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของ
บุ
คคลที่
มี
อยู
่
เดิ
มและปรั
บปรุ
งของเดิ
มให้
เหมาะสมกั
บสถานการณ์
ที่
เปลี่
ยนแปลงไป ดั
งนั
้
นวั
ฒนธรรม
จึ
งเปลี่
ยนแปลงไปไม่
คงที่
เช่
น ค่
านิ
ยม ทั
ศนคติ
ความเชื่
อ เป็
นต้
น
ประเภทของวั
ฒนธรรม
๑
จุ
มพล หนิ
มพานิ
ช. สั
งคมและวั
ฒนธรรม. ๒๕๒๖. หน้
า ๑๓๑.
๒
สุ
พั
ตรา สุ
ภาพ. สั
งคมวิ
ทยา. ๒๕๑๘. หน้
า ๖๘.