๑๑
๑. ผู
้
มี
ความคิ
ดสร้
างสรรค์
– ผู
้
มี
ความคิ
ดริ
เริ่
ม เป็
นผู
้
ซึ่
งชอบคิ
ดเป็
นและมี
ความคิ
ดริ
เริ่
มสิ่
งต่
างๆ ได้
ดี
เป็
นตั
วของตั
วเองชอบทํ
างานด้
วยวิ
ธี
ของตั
วเองและใช้
เวลาเป็
นของตั
วเอง
๒. ผู
้
สํ
ารวจ – ผู
้
ส่
งเสริ
ม เป็
นผู
้
ที่
นํ
าความคิ
ดใหม่
ๆ และต่
อสู
้
เพื่
อให้
ได้
มาซึ่
งความคิ
ดใหม่
ๆ
เหล่
านั
้
น โดยมี
ความสามารถที่
จะดึ
งความคิ
ดจากผู
้
มี
ความคิ
ดสร้
างสรรค์
ผู
้
มี
ความคิ
ดริ
เริ่
ม จะค้
นหา
ทรั
พยากรเพื่
อที่
จะส่
งเสริ
มความคิ
ดเหลานั
้
น จุ
ดอ่
อนก็
คื
อ เข้
าอาจจะไม่
มี
ความอดทนที่
จะควบคุ
มทั
กษะและ
การกํ
าหนดรายละเอี
ยด
๓. ผู
้
ประเมิ
น – ผู
้
พั
ฒนา เป็
นผู
้
ที่
มี
ทั
กษะด้
านการวิ
เคราะห์
ที่
ดี
เพราะมี
ความสามารถดี
เลิ
ศในการ
มองด้
วยแง่
มุ
มหลากหลาย
๔. ผู
้
ทํ
าหน้
าที่
กระตุ
้
น – ผู
้
ทํ
าหน้
าที่
จั
ดระเบี
ยบ เป็
นผู
้
ที่
จะวางนโยบายและทํ
าให้
ความคิ
ดไปสู
้
การ
กระทํ
าที่
เป็
นรู
ปธรรมที่
เป็
นจริ
งได้
๕. ผู
้
ลงความเห็
น – ผู
้
สร้
าง จะเกี่
ยวข้
องกั
บผลลั
พธ์
ของการกระทํ
าภายในองค์
การ โดยยื
นยั
นว่
างาน
จะต้
องทั
นเวลาและยื
นยั
นความถู
กต้
อง
๖. ผู
้
ควบคุ
ม – ผู
้
ตรวจสอบ เป็
นผู
้
ที่
มี
ความเชื่
อมั่
นเกี่
ยวกั
บวิ
ธี
การที่
ทํ
าขึ
้
นและมี
หน้
าที่
ปกป้
องและ
ต่
อสู
้
ที
มงานกั
บสิ่
งที่
อยู
่
ภายนอก
๗. ผู
้
สนั
บสนุ
น – ผู
้
บํ
ารุ
งรั
กษา เป็
นผู
้
ที่
มี
ความเชื่
อมั่
นเกี่
ยวกั
บวิ
ธี
การที่
ทํ
าขึ
้
นและมี
หน้
าที่
ปกป้
อง
และต่
อสู
้
ที
มงานกั
บสิ่
งที่
อยู
่
ภายนอก
๘. ผู
้
รายงาน – ที่
ปรึ
กษา เป็
นผู
้
ที่
จั
ดหาข้
อมู
ลให้
มากขึ
้
นสํ
าหรั
บนํ
ามาใช้
ประกอบในการ ตั
ดสิ
นใจ
โดยจะต้
องเป็
นผู
้
ฟั
งที่
ดี
และไม่
กดดั
นความคิ
ดของเขาต่
อบุ
คคลอื่
นๆ
๙. ผู
้
เชื่
อมโยง คื
อ บุ
คคลที่
พยายามจะเข้
าใจทุ
ก ๆ ด้
าน ประสานงานและประสมประสาน กั
บบุ
คคล
ต่
าง ๆ ภายในกลุ
่
ม โดยพยายามสร้
างความร่
วมมื
อระหว่
างสมาชิ
กภายในที
ม โดยพยายาม ที่
จะรวมกั
นให้
เป็
นอั
นหนึ่
งอั
นเดี
ยวกั
น
ลั
กษณะของการบริ
หารและการจั
ดการ
๑. การบริ
หารเป็
นทั
้
งศาสตร์
และศิ
ลปะ
๑
เฉลิ
มพล มี
สมนั
ย. คู
่
เอกสารประกอบการอบรมหลั
กสู
ตรการบริ
หารสํ
าหรั
บผู
้
บั
งคั
บบั
ญชา.