๑๐
การบริ
หารมี
ลั
กษณะเด่
นเป็
นสากลอยู
่
หลายประการคื
อ
๑. การบริ
หารย่
อมมี
วั
ตถุ
ประสงค์
๒. การบริ
หารอาศั
ยปั
จจั
ยบุ
คคลเป็
นองค์
ประกอบสํ
าคั
ญ
๓. การบริ
หารย่
อมต้
องใช้
ทรั
พยากรการบริ
หารเป็
นองค์
ประกอบพื
้
นฐาน
๔. การบริ
หารย่
อมมี
ลั
กษณะการดํ
าเนิ
นการเป็
นกระบวนการ
๕. การบริ
หารย่
อมเป็
นการดํ
าเนิ
นงานร่
วมกั
นของกลุ
่
มบุ
คคล
๖. การบริ
หารย่
อมต้
องอาศั
ยความร่
วมมื
อร่
วมใจของบุ
คคล ฉะนั
้
นต้
องอาศั
ยความร่
วมใจ
(Collective mind) เพื่
อให้
เกิ
ดความร่
วมมื
อของกลุ
่
ม (Group Cooperation) อั
นจะนํ
าไปสู
่
พลั
งร่
วมของ
กลุ
่
ม (Group Effort) ที่
จะทํ
าให้
ภารกิ
จบรรลุ
วั
ตถุ
ประสงค์
๗. การบริ
หารมี
ลั
กษณะ เป็
นการร่
วมมื
อกั
นดํ
าเนิ
นการอย่
างมี
เหตุ
ผล (Rational)
๘. การบริ
หารมี
ลั
กษณะเป็
นการตรวจสอบผลการปฏิ
บั
ติ
งานกั
บวั
ตถุ
ประสงค์
ที่
กํ
าหนด
๙. การบริ
หารไม่
มี
ตั
วตน (Intangible) แต่
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อความเป็
นอยู
่
ของมนุ
ษย์
จากที่
กล่
าวมาสรุ
ปได้
ว่
าการบริ
หารหมายถึ
ง กระบวนการกระทํ
าร่
วมกั
น โดยการ ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ต่
อกั
น โดยมี
จุ
ดมุ
่
งหมายร่
วมกั
นเพื่
อให้
บรรลุ
เป้
าหมายที่
ตั
้
งไว้
ร่
วมกั
น ด้
วยวิ
ธี
ต่
างอย่
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
เพื่
อให้
เกิ
ดความเป็
นเลิ
ศ และให้
เกิ
ดความสุ
ขร่
วมกั
นของผู
้
ปฏิ
บั
ติ
งานในแต่
ละองค์
กร
ศิ
ริ
วรรณ เสรี
รั
ต
ได้
เสนอบทบาทที่
สํ
าคั
ญของการจั
ดการมี
๓ ด้
าน คื
อ
๑. บทบาทด้
านความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างบุ
คคล (Interpersonal roles) เป็
นความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างบุ
คคลท◌ั
◌้
งภายในและภายนอกองค์
การ ผู
้
จั
ดการต้
องทํ
าหน้
าที่
เป็
นตั
วแทนขององค์
การ
๒.
ทบาทด้
านสารสนเทศ (Informational roles) ผู
้
จั
ดการจะรั
บและเก็
บข้
อมู
ลจาก
องค์
การและสถาบั
นภายนอกของเขา โดยการอ่
านนิ
ตยสารหรื
อการคุ
ยกั
บบุ
คลภายนอก เพื่
อเรี
ยนรู
้
การ
เปลี่
ยนแปลงความคิ
ดเห็
นของชุ
มชน
๓. บทบาทในการตั
ดสิ
นใจ (Decisional Roles) ในขั
้
นนี
้
เป็
นบทบาทในการแก้
ปั
ญหา จาก
ทางเลื
อกต่
างๆ
สุ
ดา เที
ยบจั
ตุ
รั
ส
ได้
เสนอบทบาทของบุ
คคลในที
มงานประกอบด้
วย ๙ บทบาท
๑
ศิ
ริ
วรรณ เสรี
รั
ตน์
. พฤติ
กรรมองค์
การ. ๒๕๔๑. หน้
า ๑๒.
๓
สุ
ดา เที
ยบจั
ตุ
รั
ส. พฤติ
กรรมองค์
กร. ๒๕๔๑. หน้
า ๑๗๒.