- 85 -
เสี
ยพระเกี
ยรติ
จนในที่
สุ
ดพระเจ้
าก็
เสี
ยพระทั
ยที่
ได้
สร้
างมนุ
ษย์
ขึ
้
นมา จึ
งได้
กํ
าหนดว่
าจะทํ
าลาย
มนุ
ษย์
และโลกนี
้
ด้
วยนํ
้
าท่
วม ในพระคริ
สตธรรมคั
มภี
ร์
บทที่
6 ได้
กล่
าวย ํ
้
าถึ
งการบาปที่
มนุ
ษย์
กระทํ
า
มี
ใจความโดยสรุ
ปดั
งนี
้
“พระเจ้
าทรงเห็
นว่
าความชั ่
วช้
าของมนุ
ษย์
มี
มากบนแผ่
นดิ
น และทรงเห็
นว่
า
เค้
าความคิ
ดในใจของเขาล้
วนเป็
นเรื่
องร้
ายเสมอ” พระเจ้
าจึ
งตรั
สแก่
โนอาห์
ว่
า “เราตั
ดสิ
นใจแล้
วว่
า
จะให้
บรรดามนุ
ษย์
ถึ
งความพิ
นาศเสี
ยที
ด้
วยเหตุ
ว่
าโลกเต็
มไปด้
วยความทารุ
ณเพราะการกระทํ
าของ
มนุ
ษย์
ดู
เถิ
ด เราจะทํ
าลายพวกเขาพร้
อมกั
บแผ่
นดิ
นโลก...เราเองจะเป็
นผู
้
ทํ
าให้
นํ
้
าท่
วมแผ่
นดิ
น จะ
ทํ
าลายมนุ
ษย์
และสั
ตว์
ที่
มี
ลมปราณทั
่
วใต้
ฟ้
า ทุ
กสิ
่
งที่
อยู
่
บนแผ่
นดิ
นจะตาย” หลั
งเหตุ
การณ์
นํ
้
าท่
วม
โลก ในบทที่
9 พระเจ้
ามอบกฎหมายแก่
โนอาห์
“จงมี
ลู
กดกทวี
มากขึ
้
นจนเต็
มแผ่
นดิ
น บรรดาสั
ตว์
บนแผ่
นดิ
น บรรดานกในอากาศ บรรดาสั
ตว์
ที่
เลื
้
อยคลานอยู
่
บนแผ่
นดิ
นและปลาทั
้
งสิ
้
นในทะเลจะ
กลั
วพวกเจ้
า เรามอบสั
ตว์
ทั
้
งปวงไว้
ในมื
อพวกเจ้
า ทุ
กสิ
่
งที่
มี
ชี
วิ
ตเคลื่
อนไหวไปมาจะเป็
นอาหารแก่
เจ้
า เราจะยกของทุ
กอย่
างให้
แก่
เจ้
า ดั
งที่
เรายกต้
นผั
กเขี
ยวสดให้
แก่
เจ้
าแล้
ว แต่
อย่
ากิ
นเนื
้
อพร้
อมกั
บ
ชี
วิ
ตของมั
นคื
อเลื
อดของมั
น โลหิ
ตที่
เป็
นชี
วิ
ตของเจ้
านั
้
นเราจะทวง เราจะทวงจากสั
ตว์
ทั
้
งปวง และ
เราจะทวงจากมนุ
ษย์
ด้
วย เราจะทวงชี
วิ
ตมนุ
ษย์
จากเพื่
อนมนุ
ษย์
ด้
วย ผู
้
ใดฆ่
ามนุ
ษย์
ให้
โลหิ
ตไหล
มนุ
ษย์
จะฆ่
าผู
้
นั
้
นให้
โลหิ
ตไหลเหมื
อนกั
น
เพราะพระเจ้
าทรงสร้
างมนุ
ษย์
ตามพระฉายาของ
พระองค์
…” การค้
นหาเหตุ
ผลอั
นสมบู
รณ์
โดยตั
วของมนุ
ษย์
เองจึ
งมี
ความบกพร่
องมาตลอด พระเจ้
า
จึ
งสํ
าแดงพระประสงค์
ของพระองค์
ต่
อมนุ
ษย์
ด้
วยพระองค์
เอง เริ
่
มต้
นเมื่
อประมาณ 4,000 ปี
ที่
แล้
ว
พระเจ้
าสํ
าแดงความประสงค์
ของพระเจ้
าแก่
อั
บราฮั
มว่
าถ้
าเขายอมจากพ่
อแม่
พี่
น้
องของเขาไปย ั
ง
แผ่
นดิ
นคานาอั
น พระเจ้
าจะให้
เขาเป็
นต้
นกํ
าเนิ
ดของชนหลายชาติ
อั
บราฮั
มทรงเชื่
อฟั
งพระเจ้
าจึ
งทํ
า
ตามพระสั
ญญาที่
ว่
าจะยกแผ่
นคานาอั
น(ที่
ตั
้
งของประเทศอิ
สราเอลในปั
จจุ
บั
น)เป็
นมรดกตกทอดไป
ย ั
งลู
กหลานที่
เกิ
ดมาตามพระสั
ญญา การเชื่
อฟั
งพระเจ้
าจึ
งเป็
นหน้
าที่
ของมนุ
ษย์
เพื่
อที่
จะได้
เป็
นที่
พอ
พระทั
ยพระเจ้
า กฎเกณฑ์
แห่
งการต้
องเชื่
อฟั
งนี
้
ต่
อมาได้
พั
ฒนามากขึ
้
นจนเป็
นธรรมบั
ญญั
ติ
จนกระ
ทั
้
งมาถึ
งสมั
ยของโมเสส จึ
งได้
มี
การบั
นทึ
กเป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษรเรี
ยกกั
นว่
าบั
ญญั
ติ
สิ
บประการ
โดย
มี
เนื
้
อความโดยสรุ
ปดั
งนี
้
ข้
อที่
1. อย่
ามี
พระเจ้
าอื่
นใดนอกเหนื
อจากเรา(พระเจ้
าตรี
เอกานุ
ภาพ)
ข้
อที่
2. อย่
าทํ
ารู
ปเคารพสํ
าหรั
บตนหรื
ออย่
ากราบไหว้
รู
ปเคารพเหล่
านั
้
น เราคื
อพระเจ้
าของ
เจ้
า เป็
นพระเจ้
าที่
หวงแหน
ข้
อที่
3. อย่
าพระนามของพระเจ้
าอย่
างไม่
สมควร
ข้
อที่
4. จงระลึ
กถึ
งวั
นสะบาโตถื
อเป็
นวั
นบริ
สุ
ทธิ
์
ข้
อที่
5. จงให้
เกี
ยรติ
แก่
บิ
ดามารดา
ข้
อที่
6. อย่
าฆ่
าคน
1
บั
ญญั
ติ
สิ
บประการปรากฏในหนั
งสื
ออพยพและเฉลยธรรมบั
ญญั
ติ
ที่
โมเสสเป็
นผู
้
จารึ
กไว้
เป็
นภาษาฮี
บรู
เมื่
อประมาณ 3,500 ปี
ที่
แล้
ว
หรื
อบางคนเรี
ยกว่
า กฎหมายของโมเสส