Page 43 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

27
นี
วั
ฒนธรรมได้
เปลี่
ยนแปลงไปอย่
างเห็
นได้
ชั
ด โดยที่
มนุ
ษย์
เองไม่
ได้
รู
สึ
กถึ
งการเปลี่
ยนแปลงนั
นเลย
ไม่
มี
ใครสนใจว่
าใครเป็
นผู
สร้
างสิ่
งต่
างๆ ขึ
น ใครเป็
นผู
ริ
เริ่
มระบบพฤติ
กรรมและใครเป็
นผู
ทํ
าให้
แฟชั่
นน่
าสนใจ ผู
คนได้
ให้
ความสนใจกั
บการเปลี่
ยนแปลงเหล่
านี
เพี
ยงเล็
กน้
อย แต่
พฤติ
กรรมปฏิ
บั
ติ
ตามกั
นมาโดยไม่
รู
ตั
สรุ
ปแนวความคิ
ดและทฤษฏี
เกี
ยวกั
บการเปลี
ยนแปลงทางสั
งคมและ
วั
ฒนธรรม
กล่
าวได้
ว่
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม เป็
นการที่
ระบบสั
งคม กระบวนการแบบอย่
าง
หรื
อรู
ปแบบทางสั
งคม เช่
น ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ระบบครอบครั
ว ระบบการปกครอง เป็
นต้
เปลี่
ยนไปจากเดิ
มที่
เป็
นอยู
ซึ่
งมี
วิ
วั
ฒนาการของสั
งคมและวั
ฒนธรรม ไว้
3 ขั
นตอน คื
อ สั
งคมป่
(Savagery) สั
งคมบ้
าน (Barbarism) สั
งคมเมื
อง (Civilization) และกระบวนการเปลี่
ยนแปลงของ Kroeber
แบ่
งออกเป็
น 5 ขั
น คื
อ ขั
นที่
1 การสร้
างสรรค์
(Innovative Combination) ขั
นที่
2 ความเจริ
ญเติ
บโตของ
ความคิ
ดสร้
างสรรค์
ซึ่
งสั่
งสมกั
นมากเข้
า (Cumulative Growth) ขั
นที่
3 จุ
ดอิ่
มตั
วของการสร้
างสรรค์
(Culmination of Value Expression) ขั
นที่
4 ระยะที่
มี
การทํ
าซํ
าของเดิ
ม (Repetition) และขั
นที่
5
วั
ฒนธรรมแตกสลาย (Pattern Rupture and Dissolution)
ส่
วนการเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรม เป็
นการเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
นในด้
านต่
างๆ
ที่
มนุ
ษย์
ประดิ
ษฐ์
และสร้
างขึ
น เช่
น ด้
านค่
านิ
ยม บรรทั
ดฐานและระบบสั
ญลั
กษณ์
ต่
างๆ ในสั
งคม
นั
นๆ หรื
อการเปลี่
ยนแปลงวิ
ถี
ชี
วิ
ตการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตและพฤติ
กรรมที่
บุ
คคลในสั
งคมได้
เคยประพฤติ
ปฏิ
บั
ติ
ติ
ดต่
อกั
นมาเป็
นระยะเวลานาน ไปสู
แบบแผนใหม่
ที่
ยั
งไม่
เคยชิ
นมาก่
อน
4.1.1
แนวความคิ
ดเกี
ยวกั
บปั
จจั
ยและผลกระทบต่
อการเปลี
ยนแปลงทางสั
งคม
และวั
ฒนธรรม
สมศั
กดิ
ศรี
สั
นติ
สุ
ข (2529 : 22)
กล่
าวถึ
ปั
จจั
ยของการเปลี
ยนแปลงทาง
สั
งคมและวั
ฒนธรรม
สามารถแบ่
งได้
เป็
น 2 ปั
จจั
ย คื
1. ปั
จจั
ยภายใน (Internal or Cacogenic Factor)
หมายถึ
ง ปั
จจั
ยภายในสั
งคม
ที่
ก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมซึ่
งสามารถมองได้
2 ลั
กษณะคื
1.1 ปั
จจั
ยที่
แสดงอย่
างเปิ
ดเผยหรื
อตั
งใจกระทํ
าการเปลี่
ยนแปลง (Manifest
or Intended Factor) ได้
แก่
กระบวนการเคลื่
อนไหวทางสั
งคม (Social Movement) การประดิ
ษฐ์
สิ่
งใหม่
(Invention) การวางแผนทางสั
งคม การกระทํ
าของปั
จเจกบุ
คคลในสั
งคม เช่
น ผู
นํ
า ขบถ เป็
นต้
1.2 ปั
จจั
ยที่
ไม่
ได้
แสดงอย่
างเปิ
ดเผยหรื
อตั
งใจ ได้
แก่
ความตึ
งเครี
ยดภายใน
ระบบสั
งคมและการขาดแคลนทรั
พยากร ทํ
าให้
มี
ผลกระทบต่
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
2. ปั
จจั
ยภายนอก (External Factor)
ปั
จจั
ยภายนอกเป็
นปั
จจั
ยที่
เกิ
ดขึ
นภายนอก
ของสั
งคมปั
จจั
ยที่
เห็
นชั
ดก็
คื