Page 31 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

15
เเรงงานของคนอี
สานมายั
งภาคกลาง ปั
จจั
ยดั
งกล่
าวน่
าจะมี
ผลกระทบต่
อชาวกวยเพราะสอดคล้
อง
กั
บผลการสํ
ารวจของ เอเตี
ยน เเอมอนิ
เย ที่
กล่
าวว่
า ชนเผ่
ากวยเป็
นเผ่
าที่
ยากจนที่
สุ
ด ไม่
มี
ไร่
นาจะ
เพาะปลู
ก เขามี
เพี
ยงไร่
ผื
นเล็
กๆ กลางป่
าเพื่
อปลู
กข้
าว ต่
อมาฝรั่
งได้
ขยายอํ
านาจสู
บริ
เวณอิ
นโดจี
รั
ฐไทยมี
นโยบายเพื่
อความมั่
นคง โดยเฉพาะชายแดนในอี
สานตอนใต้
ที่
มี
ชนชาติ
กวยได้
ถู
กผนวก
เข้
ากั
บรั
ฐไทย ได้
เปลี่
ยนสั
ญชาติ
กวยเป็
นไทย การสํ
ารวจสํ
ามะโนครั
ว หรื
อ หากมี
ราษฎรติ
ดต่
ราชการที่
จะต้
องใช้
เเบบพิ
มพ์
ทางราชการให้
ปฏิ
บั
ติ
โดย กรอกในช่
องสั
ญชาติ
ว่
าไทย บั
งคั
บห้
ามมิ
ให้
ลง
หรื
อเขี
ยนในช่
องสั
ญชาติ
ว่
า ชาติ
ลาว ชาติ
เขมร ชาติ
ส่
วย (กวย) ผู
ไทย ดั
งที่
เคยปฏิ
บั
ติ
มาแต่
ก่
อน
เป็
นอั
นขาด
อาจกล่
าวได้
ว่
าประวั
ติ
ศาสตร์
ชนชาติ
กวย มี
บทบาทสํ
าคั
ญยิ่
งในบริ
เวณ
อี
สานตอนใต้
ลาวใต้
และกั
มพู
ชาตอนบน (ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อทะเลสาบเขมร) มี
ความเป็
นมา
และได้
มี
การพั
ฒนาวิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
ผสมกลมกลื
นกั
บชาวกั
มพู
ชา ลาวและไทย ตลอดมา
โดยเฉพาะความสั
มพั
นธ์
กั
บชนชาติ
ไทย ปั
จจุ
บั
น กวย มี
ถิ่
นฐานอยู
ในเขตจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ศรี
สะเกษ
บางอํ
าเภอในจั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
บ้
านสะเดาหวาน อํ
าเภอพยั
คฆ์
ภู
มิ
พิ
สั
ย จั
งหวั
ดมหาสารคาม และบาง
อํ
าเภอในเขตจั
งหวั
ดอุ
บลราชธานี
ลั
กษณะทั
วไปของชาวกวย
ชาวกวยโดยทั่
วไปมี
ผิ
วดํ
า สู
งปานกลาง เฉลี่
ยประมาณ 5 ฟุ
ต 2 นิ
(ประมาณ 160 เซนติ
เมตร) จมู
กแฟบ ผมเหยี
ยดตรงหรื
อหยิ
กเล็
กน้
อยในบางกลุ
มที่
ผสมกั
บพวกนิ
กรอยต์
ผมจะหยิ
กและมี
ผิ
วดํ
าสนิ
ท ส่
วนพวกที่
ผสมกั
บกลุ
มไทย – ลาว จะมี
ผิ
วขาวโดยทั่
วไปกล่
าว
โดยรวมๆ แล้
วลั
กษณะเด่
นทางกายภาพของชาวกวยมี
รู
ปร่
างสั
นทั
ด ไหล่
กว้
าง จมู
กแบน ผิ
วคลํ
เช่
นเดี
ยวกั
บชาวเขมรและมอญ
ชาวกวยมี
ภาษาพู
ดเป็
นของตนเองจั
ดอยู
ในกลุ
มภาษาตระกู
ลมอญ –
เขมร ชาวกวยไม่
มี
ภาษาเขี
ยนจึ
งสื
บทอดวั
ฒนธรรมโดยการบอกเล่
า (Oral Tradition) สื
บต่
อกั
นมา
จากคนเฒ่
าคนแก่
จากการบอกเล่
าของผู
รู
ชาวกวยสามารถย้
อนอดี
ตไปประมาณ 200 ปี
เศษ คื
สมั
ยที่
อพยพจากเมื
องอั
ดแสนแป มาอยู
ในเขตจั
งหวั
ดศรี
สะเกษ สุ
ริ
นทร์
มาจนถึ
งบุ
รี
รั
มย์
ลั
กษณะที่
เด่
นอย่
างหนึ่
งของชาวกวยก็
คื
อ การปรั
บตั
วสามารถที่
จะเรี
ยนรู
เทคนิ
คใหม่
ๆ จากโลกภายนอกได้
ดี
กว่
ากลุ
มชนที่
อยู
อาศั
ยในบริ
เวณเดี
ยวกั
นดั
งที่
โกรสริ
เย่
(Groslier) และไซ
เดนฟาเดน (Chidenfaden:1952) ได้
เน้
นว่
าในอดี
ตชาวกวยได้
พั
ฒนาการทํ
ามาหากิ
นจากการทํ
าไร่
เลื่
อนลอย โดยหั
นมาปลู
กข้
าว (Wet rice faring) รั
บเทคนิ
คการตี
เหล็
กและถลุ
งโลหะตามแบบของ
อิ
นเดี
ยมาตั
งแต่
พุ
ทธกาล แต่
จากการขุ
ดค้
นและศึ
กษาทางโบราณคดี
เกี่
ยวกั
บภาคอี
สานในปั
จจุ
บั