Page 3 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

และพ่
อวั
ง ดั
ชถุ
ยาวั
ตร ผู
อาวุ
โสของชุ
มชนกวยบ้
านตรึ
ม (กั
นยายน: 2550)) ซึ่
งอพยพมาจากอั
ตปื
อแสน
แป แคว้
นเมื
องจํ
าปาศั
กดิ ์
ประเทศลาวในปั
จจุ
บั
น โดยมาเริ่
มตั
งรกรากที่
บ้
านตรึ
มเป็
นที่
แรกและส่
วน
ใหญ่
อพยพขยายไปตามเขตอํ
าเภอต่
างๆ ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
บุ
รี
รั
มย์
และศรี
สะเกษ ซึ่
งโดยทั่
วไปจะเรี
ยก
ลุ
มชาติ
พั
นธุ
นี
ว่
า “ส่
วย” (เขมรป่
าดง) มี
บทบาทในการส่
งส่
วยเป็
นเครื่
องบรรณาการแก่
กรุ
งศรี
อยุ
ธยา
เป็
นประจํ
าทุ
กปี
อี
กทั
งภาษาที่
ใช้
สื่
อสารโดยการพู
ด คื
อ ตระกู
ลมอญ-เขมร, โซ เขาเรี
ยกตามกลุ
มสํ
าเนี
ยง
ที่
พู
ดว่
า กู
ย, กวย โก้
ย แปลว่
า คน ยั
งแบ่
งกลุ
มออกไปอี
ก เช่
น กู
ยมลอ (เมโล) กู
ยดํ
าเรย, กู
ยมรู
, กรู
ส่
วนการปกครอง มี
การบริ
หารและกํ
าหนดการปกครองเป็
นแบบคณะกรรมการหมู
บ้
าน ผู
นํ
าผู
ปกครอง
หรื
อหั
วหน้
าหมู
บ้
าน เรี
ยกว่
า พ่
อบ้
าน และหั
นมาใช้
กฎหมายลั
กษณะการปกครองท้
องถิ่
นแทน เมื่
อปี
พ.ศ.
2475 ได้
เปลี่
ยนจากพ่
อบ้
านเป็
นกํ
านั
น, ผู
ใหญ่
บ้
าน ปกครองแบบพึ่
งพาอาศั
ยกั
นโดยมี
ผู
อาวุ
โสเป็
ผู
นํ
าส่
วนประชากรชาวไทยกวยในปั
จจุ
บั
น มี
จํ
านวนลดลงมาก ประชากรส่
วนใหญ่
เพศหญิ
งมากกว่
ชาย และมี
อายุ
ระหว่
าง 18-49 ปี
และ 60 ปี
ตามลํ
าดั
บ ส่
วนด้
านบุ
คลิ
กภาพและลั
กษณะของชุ
มชน
จะเน้
นความสั
มพั
นธ์
แบบเครื
อญาติ
พี่
น้
อง นิ
ยมอาศั
ยอยู
รวมกั
นเป็
นกลุ
มใหญ่
และหนาแน่
น หรื
แบ่
งเป็
นคุ
ม ซึ่
งลั
กษณะหน้
าตาของชาวกู
ยส่
วนใหญ่
มี
จมู
กใหญ่
โหนกแก้
มสู
ง มี
ผิ
วลั
กษณะดํ
าแดง
และขาว มี
รู
ปร่
างใหญ่
กํ
ายํ
า มี
แขนขายาว มี
อุ
ปนิ
สั
ยยิ
มแย้
มแจ่
มใส ไม่
โกรธง่
าย ซื่
อสั
ตย์
สุ
จริ
เที่
ยงธรรม ถื
อสั
จจะเป็
นหลั
ก ขยั
นหมั่
นเพี
ยรและชอบถ่
อมตน อี
กทั
งมี
ความรั
กความสามั
คคี
ตั
งแต่
อดี
ตจนถึ
งปั
จจุ
บั
น เคารพผู
สู
งอายุ
อยู
แบบเศรษฐกิ
จพอเพี
ยง และในปั
จจุ
บั
นได้
มี
ความสนใจกั
การศึ
กษาเพิ่
มสู
งขึ
น ส่
วนด้
านโครงสร้
างพื
นฐานและสาธารณู
ปโภคจะมี
คล้
ายกั
บชุ
มชนหมู
บ้
านอื่
นๆ
อาศั
ยอยู
ภู
มิ
ประเทศบนโคกเนิ
นสู
ง ที่
ราบลุ
ม พื
นที่
ดอนเนิ
นสู
ง ลาดชั
น มี
ลํ
าห้
วยรอบหมู
บ้
าน ส่
วน
ด้
านการจั
ดการพื
นที่
และทรั
พยากร ส่
วนใหญ่
จะใช้
แหล่
งนํ
าทางการเกษตรของชุ
มชน ส่
วนแหล่
ทางการศึ
กษาและทางศาสนา ได้
แก่
วั
ด โรงเรี
ยน ศาลากลางหมู
บ้
าน และบ้
าน ชาวไทยกวยทั
งหมด
นั
บถื
อพระพุ
ทธศาสนา ชอบทํ
าบุ
ญด้
วยการเข้
าวั
ดปฏิ
บั
ติ
ธรรม เคารพผู
อาวุ
โส เชื่
อเรื่
องไสยศาสตร์
เวท
มนต์
คาถา ยาสมุ
นไพร สิ่
งศั
กดิ
สิ
ทธิ ์
และผี
บรรพบุ
รุ
ษ (ประเพณี
แกลมอ หรื
อการเซ่
นไหว้
ปู
ตา)
ส่
วนลั
กษณะสภาพทางเศรษฐกิ
จ ชาวไทยกวยจะมี
อาชี
พหลั
ก คื
อ การทํ
านา อาชี
พรอง คื
การทอผ้
าไหม เลี
ยงวั
วควาย ค้
าขายและรั
บจ้
าง และรั
บราชการ โดยมี
รายได้
เฉลี่
ยต่
อเดื
อนต่
อครั
วเรื
อน
อยู
ระหว่
าง 10,000 – 20,000 บาท และมี
หนี
สิ
นต่
อครั
วเรื
อนอยู
ระหว่
าง 100,000 – 250,000 บาท
สมาชิ
กในชุ
มชนที่
ถื
อว่
ามี
ฐานระดั
บรวยร้
อยละ 10 ระดั
บปานกลางร้
อยละ 40 และระดั
บจนร้
อยละ 50
ชาวไทยกวยมี
ศิ
ลปะการแสดงพื
นบ้
าน ได้
แก่
ประเพณี
การแสดงเล่
นบ้
องไฟ การเล่
นแกลมอ การแสดง
หมอลํ
ากิ
จกรรมการจั
ดงานสวยสะพุ
กและการแสดงรํ
าเซิ
งและกลองยาวอี
กทั
งยั
งมี
ความเชื่
อได้
แก่
ผี
บรรพบุ
รุ
(เจ้
าปู
ตา) ตะกวด เป็
นต้
น และมี
ภู
มิ
ปั
ญญา ได้
แก่
การทอผ้
า การทํ
านา อาหาร เป็
นต้
น ตลอดจนยั