Page 29 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

13
เป็
นหลวงสุ
วรรณ เชี
ยงขั
น เป็
นหลวงปราบ เชี
ยงฆะ เป็
นหลวงเพชร เชี
ยงปุ
ม เป็
นหลวงสุ
ริ
นทรภั
กดี
เชี
ยงสี
เป็
นหลวงศรี
นครเตา
ผู
นํ
าชาวกวยได้
ทํ
าราชการขึ
นอยู
กั
บเมื
องพิ
มาย มี
บทบาทสํ
าคั
ญ ได้
แก่
นํ
าช้
าง, ม้
า,แก่
นสน,ยางสน,ปี
กนก,นอระมาด,งาช้
าง, ขี
ผึ
ง สิ่
งของดั
งกล่
าวเรี
ยกว่
า “ส่
วย” โดย
นํ
าไปส่
ง ณ กรุ
งศรี
อยุ
ธยา จึ
งทรงพระกรุ
ณาโปรดเกล้
าฯ ในเวลาต่
อมาโดยตั
งให้
หลวงสุ
วรรณ (ตากะจะ)
เป็
นพระไกรภั
กดี
ศรี
นครลํ
าดวน เจ้
าเมื
อง ยกบ้
านปราสาทสี่
เหลี่
ยมดงลํ
าดวน เป็
นเมื
องขุ
ขั
นธ์
ให้
หลวงเพชร (เชี
ยงฆะ) เป็
นพระสั
งฆะบุ
รี
ศรี
นครวั
ด เจ้
าเมื
องบ้
านโคกอั
ดจะ (บ้
านดงยาง) เป็
บ้
านสั
งฆะ ให้
หลวงสุ
ริ
นทรภั
กดี
(เชี
ยงปุ
ม) เป็
นพระสุ
ริ
นทร์
ภั
กดี
ศรี
ณรงค์
จางวาง เจ้
าเมื
อง ตั
งบ้
าน
คู
ประทายสมั
น (คื
อเมื
องสุ
ริ
นทร์
) ให้
หลวงศรี
นครเตา (เชี
ยงสี
หรื
อ ตาพ่
อควาน) เป็
นพระศรี
นคร
เตาเจ้
าเมื
อง ยกบ้
านกุ
ดหวาย (หรื
อบ้
านเมื
องเตา) เป็
นเมื
องรั
ตนบุ
รี
ขึ
นกั
บเมื
องพิ
มาย
สมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
คื
อ พ.ศ.2319 เมื
องจํ
าปาศั
กดิ
เกิ
ดวิ
วาทกั
บพระวอ ซึ่
งอยู
ที่
ดอนมดแดง (ในจั
งหวั
ดอุ
บลราชธานี
ปั
จจุ
บั
น) เจ้
ากรุ
งศรี
รั
ตนาคนหุ
ตเวี
ยงจั
นทร์
โปรดให้
พระยาสุ
โพ คุ
มกองทั
พมาตี
พระวอสู
ไม่
ได้
และได้
จั
บพระวอฆ่
าเสี
ย ฝ่
ายท้
าวกํ่
า บุ
ตรพระวอ กั
บท้
าวฝ่
าย
หน้
า ท้
าวคํ
าผง และท้
าวทิ
ดพรหม หนี
ออกมาได้
จึ
งให้
คนถื
อหนั
งสื
อไปกรุ
งธนบุ
รี
ได้
โปรดเกล้
าฯ ให้
สมเด็
จพระยามหากษั
ตริ
ย์
ศึ
ก เป็
นแม่
ทั
พไปสมทบกั
บกํ
าลั
งที่
เกณฑ์
จากเมื
องสุ
ริ
นทร์
ขุ
ขั
นธ์
และ
เมื
องสั
งฆะ ซึ่
งเป็
นผู
นํ
าชาวกวย ตามตี
กองทั
พของพระยาสุ
โพ กองทั
พไทยตี
เมื
องต่
างๆ ในแถบลุ
แม่
นํ
าโขงได้
ทั
งหมด อาณาจั
กรเวี
ยงจั
นทร์
และนครจํ
าปาศั
กด์
จึ
งตกเป็
นเมื
องขึ
นของไทยตั
งแต่
นั
มา ในปี
เดี
ยวกั
นนี
ได้
โปรดเกล้
าฯ ให้
เจ้
าเมื
องสุ
ริ
นทร์
เจ้
าเมื
องขุ
ขั
นธ์
และเมื
องสั
งฆะ เป็
นตํ
าแหน่
“พระยา” ทางเมื
องเขมรนั
นกองทั
พไทย ได้
ยกไปตี
เมื
องเสี
ยมราช กํ
าปงสวาย เมื
องบรรทายเพชร เมื
งบรรทายมาศ และเมื
องรู
งตํ
าแร็
ย เมื
องเหล่
านี
ต้
องยอมแพ้
ต่
อกองทั
พไทย จากการชนะสงคราม
ดั
งกล่
าว จึ
งเป็
นเหตุ
ให้
มี
กลุ
มชนชาวลาว และชาวเขมรเข้
ามาอยู
อาศั
ย ในชุ
มชนกวย และมี
ความ
เจริ
ญทางวั
ฒนธรรมสู
งกว่
าพวกกวย จึ
งถู
กวั
ฒนธรรมเขมรกลื
นไป เช่
น เมื
องสุ
ริ
นทร์
เมื
องสั
งขะ และ
เมื
องขุ
ขั
นธ์
ส่
วนที่
เมื
องกุ
ดหวาย (รั
ตนบุ
รี
) อุ
บลราชธานี
และศรี
ษะเกษได้
มี
การปรั
บเปลี่
ยนไปทาง
วั
ฒนธรรมลาวไปแทบทั
งสิ
ในช่
วงสมั
ยรั
ชกาลที่
๑ ถึ
งรั
ชกาลที่
๓ ได้
โปรดเกล้
าฯ ให้
กลุ
มชาวกวย
เป็
นข้
าไพร่
แผ่
นดิ
นสยาม ได้
ถู
กเกณฑ์
แรงงานและจั
ดส่
งส่
วย ให้
แก่
ทางราชการอยู
โดยตลอด ใน
สมั
ยต้
นแห่
งกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
การเกณฑ์
แรงงานกวยในเขตอี
สานใต้
(เขมรป่
าดง) เริ่
มประสบความ
ยุ
งยากเพราะหนุ
มฉกรรจ์
ชาวกวย มั
กหลบหนี
การเกณฑ์
บางครั
งถึ
งกั
บซุ
มโจมตี
ทํ
าร้
ายเจ้
าพนั
กงาน แล้