12
ทั
้
งปวง ในขณะเดิ
นป่
าก็
จะเป็
นผู
้
ชี
้
ขาดและตั
ดสิ
นใจ ขณะกระทํ
าการจั
บช้
างป่
ามี
กฤตาคมสู
ง
สามารถป้
องกั
นภั
ยทั
้
งจากภู
ตผี
และสั
ตว์
ป่
าด้
วยเวทมนต์
ในการออกจั
บช้
างป่
าแต่
ละครั
้
ง ครู
บา
ใหญ่
จะต้
องแสดงความรู
้
ความสามารถอย่
างเต็
มที่
ชาวกวยมี
การนั
บถื
อผี
และศาสนาพุ
ทธผสมกั
น ภายในชุ
มชนมี
ทั
้
งวั
ดและ
ศาลผี
ประจํ
าหมู
่
บ้
าน ผี
บรรพบุ
รุ
ษเรี
ยกว่
า “ญะจั
วะฮ” บนบ้
านจะมี
หิ
้
งบู
ชา ผี
บรรพบุ
รุ
ษ บาง
ครอบครั
วสร้
างศาลปู
่
ตาไว้
ใกล้
กั
บศาลพระภู
มิ
เจ้
าที่
ในการเซ่
นผี
กระทํ
าปี
ละครั
้
ง เริ่
มพิ
ธี
โดยมี
ข้
าวสุ
ก
เหล้
า เนื
้
อสั
ตว์
กรวยใบตอง ผ้
า สตางค์
หมากพลู
เอามาวางไว้
ใต้
หิ
้
งบู
ชา ทํ
าพิ
ธี
เซ่
นโดยเอานํ
้
าตาล
โรยบนข้
าวสุ
ก จุ
ดเที
ยนปั
กลงที่
ข้
าวแล้
วกล่
าวขอให้
ผี
บรรพบุ
รุ
ษคุ
้
มครอง ขณะที่
กล่
าวค่
อยๆ ริ
นเหล้
า
ลงขั
น แล้
วหยิ
บของที่
ใช้
เซ่
นวางบนหิ
้
งที่
เหลื
อนํ
ามารั
บประทาน การเซ่
นผี
อาจจั
ดขึ
้
นในวาระอื่
นๆ
เช่
น เมื่
อมี
เด็
กคลอด หรื
อเมื่
อมี
แขกมาเยื
อนและพั
กอาศั
ยอยู
่
ที่
บ้
าน นอกจากนั
้
นชาวกวยยั
งนั
บถื
อ
วิ
ญญาณ ได้
แก่
ภู
ติ
ผี
ปี
ศาจ เจ้
าที่
เจ้
าทาง เจ้
าป่
าเจ้
าเขา ผี
ปอบ และเรื่
องขวั
ญ ในหมู
่
บ้
านจะมี
แม่
เฒ่
าทํ
าหน้
าที่
ดู
แลความเจ็
บไข้
ชาวกวยเชื่
อว่
าการเจ็
บป่
วยเกิ
ดจากการกระทํ
าของผี
จึ
งมี
การอ้
อน
วอนให้
ผี
พอใจ โดยมี
การรํ
าแกลมอ หรื
อผี
มอ ผู
้
ที่
จะรํ
าผี
มอต้
องผ่
านพิ
ธี
ไหว้
ครู
ครอบครู
ชาวกวยยั
ง
มี
พิ
ธี
ไหว้
พระแข สั
นนิ
ษฐานกั
นว่
าเป็
นพิ
ธี
ที่
ได้
จากเขมร พิ
ธี
นี
้
เป็
นพิ
ธี
เสี่
ยงทายเพื่
อดู
ปริ
มาณนํ
้
าฝนที่
จะตกในเดื
อนต่
างๆ ที่
เป็
นฤดู
ทํ
านาในปี
การแต่
งกายของชาวกวย หญิ
งสู
งอายุ
จะนุ
่
งผ้
าที่
มี
ลายใส่
เสื
้
อคอกระเช้
า
ใส่
สร้
อยคอลู
กปั
ดเงิ
น นิ
ยมใส่
ดอกไม้
หอมไว้
ที่
ติ่
งหู
ชาวกวยนิ
ยมทอผ้
า เช่
น ผ้
าจิ
กกะน้
อย เป็
นผ้
าที่
มี
ลั
กษณะคล้
ายผ้
าหางกระรอกมี
สี
เดี
ยวเป็
นผ้
าสํ
าหรั
บผู
้
ชายนุ
่
งในพิ
ธี
สํ
าคั
ญๆ ลั
กษณะการนุ
่
งจะนุ
่
ง
พั
บจี
บด้
านหน้
า เหมื
อนการนุ
่
งโสร่
ง ผ้
านุ
่
งสตรี
นิ
ยมทอหมี่
คั่
นเป็
นทางแนวดิ่
งยื
นพื
้
นสี
นํ
้
าตาล มี
หั
ว
ซิ่
นพื
้
นสี
แดงลายขิ
ด ตี
นซิ่
นสี
ดํ
ามี
ริ
้
วขาวเหลื
องแดงผ้
าจะกวี
เป็
นผ้
าคล้
ายอั
นลู
ซี
มของเขมรมี
ลายทาง
ยาว เป็
นผ้
าที่
สตรี
ใช้
นุ
่
งในงานสํ
าคั
ญๆ
ชาวกวย หรื
อ ข่
า ในแขวงเมื
องอั
ตตปื
อจํ
าปาศั
กดิ
์
และสาละวั
น ประเทศ
ลาว เข้
ามาตั
้
งหลั
กแหล่
งทํ
ามาหากิ
นที่
ดิ
นแดนแถบอี
สานใต้
จนกระทั
้
งมี
ชุ
มชนกวย ได้
ปรากฏชั
ด
ขึ
้
นและทํ
าการเคลื่
อนไหวทางการเมื
อง ในอี
สานใต้
(เขมรป่
าดง) ซึ่
งขณะนั
้
นอํ
านาจการปกครอง
ของเมื
องพิ
มายได้
เข้
าสู
่
พื
้
นที่
เขตเขมรป่
าดง แต่
ทํ
าการปกครองหั
วเมื
องในอี
สานได้
อย่
างหลวมๆ
รั
ชสมั
ยพระเจ้
าเอกทั
ศน์
(พ.ศ.2301-2310) และในปี
2302 พระยา
ช้
างเผื
อกแตกโรงออกจากกรุ
งออกไปอยู
่
ในป่
าดงทางตะวั
นตกแขวงเมื
องจํ
าปาศั
กดิ
์
มี
ผู
้
นํ
าชาวกวย 5 คน
ให้
ความช่
วยเหลื
อข้
าหลวงจากอยุ
ธยา ในการติ
ดตามช้
างเผื
อกกลั
บคื
นเมื
องหลวงได้
จึ
งได้
รั
บ
การตอบแทนความดี
ความชอบ และได้
รั
บการโปรดเกล้
าฯ แต่
งตั
้
งบุ
คคลดั
งกล่
าว คื
อ ให้
ตากะจะ