Page 69 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๕๘
ในปี
พ.ศ. ๒๓๓๘ เจ้
าอุ
ปฮาด เจ้
าเมื
องไชย หั
วเมื
องหลวงพระบาง คิ
ดถึ
งพระเดช
พระคุ
ณของเจ้
าอุ
ปฮาดอนุ
รุ
ธ เจ้
านาคะ และเจ้
าราชวงศ์
ที
ถู
กพระเจ้
านั
นทเสนจั
บกุ
มไปที
กรุ
งเทพ
โดยอ้
างว่
าเป็
นกบฏเอาใจออกห่
างไทยไปขึ
นต่
อพม่
า ความจริ
งแล้
วเป็
นเหตุ
เพราะเจ้
านายลาว
สองฝ ่
ายไม่
ถู
กกั
น คร ั
นเรื
องทราบถึ
งไทยได้
มี
การสอบสวนจึ
งได้
โปรดฯ ให้
เจ้
าอนุ
รุ
ธ (หรื
อเจ้
อนุ
วงศ์
) กลั
บไปครองเมื
องหลวงพระบางตามเดิ
ม ครอบคร ั
วหลวงพระบางที
อพยพมาครานั
นมี
ด้
วยกั
นเป็
นจํ
านวนมากโปรดให้
อยู
ที
สระบุ
รี
พระนครศรี
อยุ
ธยา
ต่
อมาเมื
อปี
พ.ศ. ๒๓๔๗ กองทั
พไทยไปตี
เชี
ยงแสนซึ
งขณะนั
นพม่
าครองอยู
ทั
พไทย
ได้
เชลยกว่
า ๒๓,๐๐๐ คน แบ่
งออกเป็
น ๕ ส่
วน ได้
แก่
ให้
ไปเมื
องเชี
ยงใหม่
เมื
องลํ
าปาง เมื
อง
น่
าน และเมื
องเวี
ยงจั
นทน์
และที
เหลื
อให้
ตั
งบ้
านเรื
อนอยู
ที
บ้
านห้
วยหวาน อํ
าเภอเสาไห้
จั
งหวั
สระบุ
รี
(โพธิ
แซมลํ
าเจี
ยก, ๒๕๓๗ : ๒๐๘-๒๐๙)
๓)
การอพยพของชาวพวนในร ั
ชสมั
ยพระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธเลิ
ศหล้
านภาลั
(พ.ศ. ๒๓๑๐–พ.ศ. ๒๓๖๗)
ในปี
พ.ศ. ๒๓๕๒ ท้
าวไชยอุ
ปราชเมื
องนครพนมได้
วิ
วาทกั
บพระบรมราชาเจ้
าเมื
อง
นครพนมเรื
องบ่
าวไพร่
ท้
าวไชยไม่
ยอมจึ
งมาขอพึ
งพระบรมโพธิ
สมภารพระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธ
เลิ
ศหล้
านภาลั
โดยย้
ายเข้
ามาอยู
ที
กรุ
งเทพฯ และได้
พาสมั
ครพรรคพวกรวม ๒,๐๐๐ คน ลงมา
ด้
วย พระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธเลิ
ศหล้
านภาลั
ยทรงโปรดฯ ให้
ไปตั
งบ้
านเรื
อนอยู
คลองมหาวงศ์
เมื
องสมุ
ทรปราการ
และโปรดให้
ท้
าวอิ
นพิ
ศา
บุ
ตรคนโตของอุ
ปราชเป็
นปลั
ดเมื
อง
สมุ
ทรปราการ คอยดู
แลไม่
ไห้
คนเผ่
าอื
นข่
มเหง
ต่
อมาในปี
พ.ศ. ๒๓๕๖ เจ้
าอนุ
วงศ์
เวี
ยงจั
นทน์
ได้
ให้
เจ้
าราชวงศ์
คุ
มราษฎรลงมาตั
ดต้
ตาลปิ
ดทํ
านบแม่
นํ
าเจ้
าพระยาให้
ไหลเข้
าคลองบางแก้
วจั
งหวั
ดอ่
างทอง เนื
องจากคลองบางแก้
ตื
น เมื
อถึ
งฤดู
แล้
งนํ
าแห้
งเรื
อเดิ
นไม่
ได้
นํ
าเดิ
นเสี
ยทางแม่
นํ
าใหญ่
แรงจะต้
องปิ
ดทํ
านบที
ลํ
านํ
าใหญ่
โดยให้
นํ
าพั
ดเอาทรายจากคลองบางแก้
วออกไป เมื
อทํ
าการปิ
ดนํ
าแล้
วไม่
ปรากฏหลั
กฐานว่
าเจ้
ราชวงศ์
ได้
พาคนกลั
บไปหมดหรื
อไม่
ซึ
งอาจเป็
นไปได้
ว่
าหมู
บ้
านลาวที
พบในบริ
เวณนั
นอาจจะ
เป็
นราษฎรชาวเวี
ยงจั
นทน์
ที
อพยพมาที
หลั
งตอนปราบกบฏเจ้
าอนุ
วงศ์
ก็
เป็
นได้
ปี
พ.ศ. ๒๓๖๒ อ้
ายสาเกี
ยดโง้
งแห่
งเมื
องสาละวั
น ได้
ตั
งตนเป็
นผู
วิ
เศษมี
บุ
ญสํ
าแดง
เดชให้
พวกข่
าเห็
น ข่
าสาละวั
นข่
าทองคํ
า ข่
าอั
ตปื
อ นั
บคนได้
ประมาณ ๘,๐๐๐ คน อ้
ายสาเกี
ยด
โง้
งได้
บุ
กเข้
าเผาเมื
องจํ
าปาศั
กดิ
จนผู
คนแตกหนี
เรื
องทราบถึ
งพระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธเลิ
ศหล้
นภาลั
ยจึ
งโปรดฯ ให้
เจ้
าพระยานครราชสี
มาและเจ้
าอนุ
วงศ์
ยกทั
พไปปราบ และได้
ครอบคร ั
วข่
มาจึ
งให้
อยู
ที
บางบอน
๔๒
หรื
อท้
าวอิ
นศาล
ในฉบั
บของกรมพระยาดํ
ารงราชานุ
ภาพ