๕๙
๔) การอพยพของชาวพวนในร ั
ชสมั
ยพระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว (พ.ศ.
๒๓๓๐–พ.ศ. ๒๓๙๓)
หลั
งการสวรรคตของพระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธเลิ
ศหล้
านภาลั
ย เจ้
าอนุ
วงศ์
ได้
ลงมาจาก
เมื
องเวี
ยงจั
นทน์
เพื
่
อถวายพระเพลิ
งพระบรมศพ โดยคิ
ดว่
าเชื
่
อว่
าตนเองเคยเป็
นที
่
โปรดฯ ของ
พระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วมาก่
อนจึ
งกราบบั
งคมทู
ลขอพระราชทานของสามประการ
จากพระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว ได้
แก่
๑. ขอพระราชทานคร ั
วลาวเวี
ยงจั
นทน์
ที
่
ถู
กกวาดต้
อนมาไว้
ที
่
เมื
องสระบุ
รี
ตั
้
งแต่
คร ั
้
งสมั
ย
กรุ
งธนบุ
รี
กลั
บคื
นไปเวี
ยงจั
นทน์
ตามเดิ
ม
๒. ขอพระราชทานละครในของราชสํ
านั
กไทยไปแสดงที
่
เวี
ยงจั
นทน์
๓. ขอพระราชทานเจ้
าดวงคํ
าซึ
่
งเป็
นพระราชวงศ์
เวี
ยงจั
นทน์
กลั
บคื
นไปเวี
ยงจั
นทน์
แต่
พระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วจึ
งไม่
พระราชทานตามประสงค์
เนื
่
องจากไม่
พอพระทั
ยต่
อพฤติ
กรรมของเมื
องเวี
ยงจั
นทน์
ในระยะหลั
ง
เจ้
าอนุ
วงศ์
รู
้
สึ
กอั
ปยศและโทมนั
ส
น้
อยใจและกลั
บไป (ปรารถนา แซ่
อึ
๊
ง, ๒๕๔๓ : ๒๙)
แม้
ว่
าพระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วได้
ทรงดํ
าเนิ
นพระราโชบายในการปกครอง
เมื
องพวนตามแบบอย่
างที
่
พระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธยอดฟ้
าจุ
ฬาโลกวางไว้
แต่
สถานการณ์
มี
ความแตกต่
างไปจากเดิ
ม เจ้
าอนุ
วงศ์
กษั
ตริ
ย์
เวี
ยงจั
นทน์
เริ่
มผู
กไมตรี
กั
บเวี
ยดนามและเริ่
มก่
อการ
กบฏ อั
นส่
งผลกระทบต่
อการปกครองเมื
องเชี
ยงขวางเป็
นอย่
างยิ่
ง
ต่
อมาเกิ
ดเหตุ
การณ์
เกิ
ดขึ
้
น ๒ อย่
างคื
อพร้
อมกั
น ได้
แก่
การที
่
เวี
ยดนามเริ่
มแผ่
อาณา
เขตมาทางเมื
องลาวริ
มฝ ั
่
งโขงมาเกลี
้
ยกล่
อมให้
เจ้
าอนุ
วงศ์
เอาใจออกห่
างจากไทย และเหตุ
การณ์
อั
งกฤษกั
บไทยเกิ
ดการขั
ดแย้
งเรื
่
องเมื
องไทรบุ
รี
ดั
งนั
้
นในปี
พ.ศ. ๒๓๗๐ เจ้
าอนุ
วงศ์
จึ
งได้
ทํ
าการ
กบฏต่
อกรงเทพฯ พระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วจึ
งโปรดฯ ให้
ทั
พหลวงกรุ
งเทพฯ ขึ
้
น
ปราบเจ้
าอนุ
วงศ์
ที
่
เมื
องเวี
ยงจั
นทน์
เมื
อมาถึ
งเมื
องสกลทวาปี
(สกลนคร) เจ้
าเมื
องไม่
ได้
เตรี
ยมกระสุ
นดิ
นปื
นและไพร่
พลไว้
แม่
ทั
พนายกองเห็
นว่
าเจ้
าเมื
องขั
ดขื
นจึ
งจั
บประหารและนํ
าครอบคร ั
วผู
้
คนมาอยู
่
ที
่
กบิ
นทร์
จั
นต
คราม (อํ
าเภอกบิ
นทรบุ
รี
และอํ
าเภอประจั
นตคาม) ขณะเดี
ยวกั
นพระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
า
เจ้
าอยู
่
หั
วโปรดเกล้
าฯ ให้
ราชวงศ์
พวน เมื
องกาฬสิ
นธุ
์
ที
่
ไม่
สมั
ครใจไปขึ
้
นกั
บเวี
ยงจั
นทน์
พา
ครอบคร ั
วไปตั
้
งที
่
อ่
างศิ
ลา ชายทะเลตะวั
นออก แขวงเมื
องชลบุ
รี
(โพธิ
์
แซมลํ
าเจี
ยก, ๒๕๓๗ :
๑๑๔-๑๑๕)
หลั
งจากสิ
้
นเจ้
าอนุ
วงศ์
เจ้
าสานอุ
ปราชเมื
องพวนต้
องการขึ
้
นครองเมื
องพวนจึ
งได้
ใส่
ความเจ้
าน้
อยเจ้
าเมื
องพวนต่
อเวี
ยดนาม เมื
องพวนจึ
งถู
กผนวกกั
บญวนเรี
ยกว่
าแขวงตรานนิ
นห์
และต้
องร ั
บประเพณี
ศาสนา ตลอดจนการแต่
งกายแบบเวี
ยดนาม
นั
บตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ. ๒๓๗๑ เป็
นต้
นมา ชาวพวนได้
อพยพมาตั
้
งภู
มิ
ลํ
าเนาอยู
่
ในประเทศ
ไทยอี
กหลายคร ั
้
งหลายครา และเข้
าใจได้
ว่
าบางส่
วนอาจจะอพยพมาเฉพาะชาวพวนตามลํ
าพั
ง
เช่
นชาวพวนในจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย และบ้
างส่
วนอาจอพยพมากั
บชาวผู
้
ไทและโซ่
อี
กด้
วย