๕๐
คร ั
้
นปี
จ.ศ. ๑๒๕๓ ไทยทํ
าสนธิ
สั
ญญากั
บฝร ั
่
งเศสโดยยกฝ ั
่
งซ้
ายแม่
นํ
้
าโขงให้
ฝร ั
่
งเศส ส่
งผลให้
เจ้
าคํ
าโง่
นแก้
วกลั
บมาเป็
นเจ้
าเมื
องเวี
ยงจั
นทน์
และเจ้
าเมื
องเชี
ยงขวาง ซึ
่
งเจ้
าคํ
า
โง่
นแก้
วได้
แจ้
งฝร ั
่
งเศสให้
ขอร ั
บศพเจ้
าขั
นตี
และเจ้
านายเชื
้
อสายพวนทั
้
งหมดซึ
่
งสิ
้
นพระชนม์
ที
่
กรุ
งเทพฯ กลั
บมาเมื
องเชี
ยงขวางด้
วย กระทั
่
งเจ้
าคํ
าโง่
นแก้
วลาออกจากราชการในเวลาต่
อม
เมื
่
อฝร ั
่
งเศสส่
งมองซิ
เออร์
เดอลิ
โน (Delineau) มาเป็
นข้
าหลวงประจํ
าแขวงเชี
ยง
ขวางไดตั
้
งให้
เจ้
าคํ
าเฮื
องบุ
ตรเจ้
าอึ
่
งเป็
นกวานด้
าว (เจ้
าครองแขวงเชี
ยงขวาง) พร้
อมกั
บแบ่
งเมื
อง
เชี
ยงขวางออกเป็
นหกเมื
อง ได้
แก่
เมื
องคู
ณ เมื
องคํ
า เมื
องคั
ง เมื
องแสน เมื
องสู
้
ย และเมื
องหมอก
ต่
อมาเจ้
าคํ
าเฮื
องกระทํ
าความผิ
ด ฝร ั
่
งเศสจึ
งปลดจากเจ้
าครองแขวงเชี
ยงขวางและให้
คงเหลื
อแต่
เพี
ยงเจ้
าเมื
องทั
้
งหกเท่
านั
้
น
ปี
จ.ศ. ๑๒๗๓ ฝร ั
่
งเศสได้
ยุ
บเมื
องสู
้
ยกั
บเมื
องคั
งรวมเป็
นเมื
องแปก พร้
อมกั
บยุ
บ
เมื
องแสนรวมกั
บเมื
องคู
ณ ดั
งนั
้
นในช่
วงเวลาดั
งกล่
าวแขวงเชี
ยงขวางจึ
งมี
สี
่
เมื
อง ได้
แก่
เมื
องคู
ณ
เมื
องคํ
า เมื
องแปก และเมื
องหมอก โดยมี
เจ้
าแขวงปกครอง
ขณะเดี
ยวกั
นยั
งมี
บุ
ตรเจ้
าอึ
่
ง โอรสเจ้
าน้
อย ประกอบด้
วยเจ้
าสุ
วั
น เจ้
าบุ
นคง และ
เจ้
าดวงดี
ได้
อพยพมาอยู
่
เมื
องบริ
คั
นโดยฝ ่
ายไทยตั
้
งให้
เจ้
าสุ
วั
นเป็
นเจ้
าอุ
ปราชเมื
องบริ
คั
นพร้
อมยก
ครอบคร ั
วชาวพวนให้
อยู
่
ในเมื
องบริ
คั
นประมาณหกร้
อยคน เมื
่
อเจ้
าสุ
วั
นเสี
ยชี
วิ
ต เจ้
าบุ
นคงและ
เจ้
าดวงดี
ได้
ปกครองเมื
องบริ
คั
นสื
บต่
อมา ป ั
จจุ
บั
นเมื
องบริ
คั
นมี
ตาแสงคอยดู
แลโดยขึ
้
นอยู
่
กั
บเมื
อง
ปากซั
น
๒.๒) พงศาวดารเมื
องหลวงพระบาง
สํ
าหร ั
บพงศาวดารเมื
องหลวงพระบางแล้
ว เอกสารที
่
พบเป็
นเอกสารชั
้
นรองซึ
่
ง
เขี
ยนขึ
้
นเป็
นสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การ สาธารณร ั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาว ในชุ
ด
พงศาวดารชาติ
ลาวร่
วมกั
บพงศาวดารเมื
องพวน โดยในพงศาวดารเมื
องหลวงพระบางได้
ระบุ
ถึ
ง
ความเกี
่
ยวพั
นกั
บชาวพวนในช่
วงต่
างๆ ดั
งนี
้
ช่
วงที่
๑ ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างท้
าวเที่
ยงคํ
ายอ
37
๓๘
กั
บท้
าวฟ้
างุ้
ม
ในพงศาวดารเมื
องหลวงพระบางปรากฏความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างเมื
องหลวงพระบาง
กั
บเมื
องเชี
ยงขวางคร ั
้
งแรกจากการที
่
ท้
าวเที
ยงคํ
ายอซึ
่
งเป็
นราชบุ
ตรพระเจ้
าเมื
องเชี
ยงขวางมาขอ
พึ
่
งบารมี
ท้
าวผี
ฟ้
าและท้
าวฟ้
างุ
้
มเนื
่
องจากเป็
นชู
้
กั
บสนมของบิ
ดา โดยท้
าวเที
่
ยงคํ
ายอขอให้
ยกทั
พ
ไปตี
เมื
องเชี
ยงขวาง ท้
าวฟ้
างุ
้
มเห็
นว่
าหากตี
เมื
องพวนได้
ก็
จะสามารถระดมพลไปรบกั
บพระเจ้
า
สุ
วรรณคํ
าผงเมื
องหลวงพระบางซึ
่
งเป็
นปู
่
ของตนเองได้
ดั
งนั
้
นจึ
งช่
วยท้
าวเที
่
ยงคํ
ายอยึ
ดเมื
องเชี
ยง
๓๗
ความตอนนี
้
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การให้
รายละเอี
ยดว่
าเมื
่
อเจ้
าคํ
าโง่
นแก้
วลาออกจาก
ราชการ ฝร ั
่
งเศสได้
ตั
้
งเจ้
าไชยวงศาอนุ
ชาต่
างมารดาของเจ้
าคํ
าโง่
นแก้
วเป็
นเจ้
าเมื
องเชี
ยงขวาง (จารุ
วรรณ
ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๓–๓๔)
๓๘
ในพงศาวดารเมื
องพวน สํ
านวนเจ้
าคํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะระบุ
ว่
าเป็
นเจ้
าคํ
ายอยกซึ
่
งต่
อมาเป็
นพระเจ้
า
เขี
้
ยวคํ
ายอ