๔๙
เจ้
าบั
วคํ
าเจ้
าอุ
ปราชเมื
องหลวงพระบาง และเจ้
าน้
อยซู
ยเจ้
าอุ
ปราชเมื
องน่
านยกทั
พมาปราบฮ่
อ
แต่
ไม่
สามารถปราบได้
พระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วจึ
งโปรดฯ ให้
พระยาสุ
ริ
ยะภั
กดี
บุ
ตรพระยาพุ
ทธราภั
ยยกทั
พพร้
อมกั
บทั
พเจ้
าสุ
วั
นนะพมมาเจ้
าราชวงศ์
เมื
องหลวงพระบางเพื
่
อมา
ช่
วยพระยาพุ
ทธราภั
ย
การปราบฮ่
อคร ั
้
งนี
้
ส่
งผลให้
พระยาสุ
ริ
ยภั
กดี
กวาดต้
อนชาวพวนประมาณสองพั
น
หกร้
อยคนไปเมื
องกรุ
งเทพฯ ด้
วยอย่
างไรก็
ดี
เกิ
ดอหิ
วาตกโรคทํ
าให้
ชาวพวนเสี
ยชี
วิ
จระหว่
างทาง
คงเหลื
อรอดจนถึ
งกรุ
งเทพฯ ประมาณหนึ
่
งพั
นสองร้
อยคร ั
วเท่
านั
้
น
เมื
่
อทั
พไทยและลาวยกกั
บ ฮ่
อได้
เข้
ามาโจมตี
เมื
องเชี
ยงขวางอี
กคร ั
้
งหนึ
่
ง เจ้
าขั
นตี
และเจ้
าสุ
วั
น
โอรสของเจ้
าอึ
่
งอพยพชาวพวนหนี
ฮ่
อไปพึ
่
งพระยามหาอํ
ามาตย์
ของฝ ่
ายไทยซึ
่
ง
ตั
้
งทั
พอยู
่
ที
่
เมื
องหนองคายเพื
่
อปราบฮ่
อ พระยามหาอํ
ามาตย์
ส่
งตั
วเจ้
าขั
นตี
ลงมายั
งกรุ
งเทพฯ
โดยพระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วโปรดฯ ให้
ส่
งเจ้
าขั
นตี
ไปหลวงพระบางเพื
่
อให้
กษั
ตริ
ย์
หลวงพระบางแต่
งตั
้
งเจ้
าขั
นตี
เป็
นกษั
ตริ
ย์
ครองเมื
องเชี
ยงขวาง กระทั
่
งไทยส่
งพระเจ้
าน้
อง
ยาเธอ กรมหมื
่
นประจั
กษ์
ศิ
ลปาคมเป็
นแม่
ทั
พพร้
อมกั
บเจ้
าราชวงศ์
คํ
าสุ
กและเจ้
าราชภาคิ
ไนยบุ
ญ
คงแห่
งหลวงพระบางยกทั
พไปปราบฮ่
อที
่
เมื
องหั
วพั
นและเมื
องพวนสํ
าเร็
จในที
่
สุ
ด โดยตั
้
งพระยา
หล่
มเป็
นข้
าหลวงเมื
องเชี
ยงขวาง
ต่
อมาในปี
จ.ศ. ๑๒๔๙ พระยาหล่
มคิ
ดอยากจะเอาเมื
องเชี
ยงขวางเป็
นของไทย
จึ
งวางอุ
บายจั
บเจ้
าขั
นตี
เจ้
าอิ
นทะโสม เจ้
าทองอิ
น เจ้
าคํ
าโง่
นแก้
ว
และท้
าวยะเมื
องคํ
าส่
งกลั
บ
มาที
่
กรุ
งเทพฯ และถู
กกั
กตั
วที
่
กรุ
งเทพฯ เป็
นเวลาแปดปี
จนกระทั
่
งเจ้
าขั
นตี
เจ้
าอิ
นทะโสม เจ้
า
ทองอิ
น และท้
าวยะเมื
อง เสี
ยชี
วิ
ต ส่
วนเจ้
าคํ
าโง่
นแก้
วหนี
ไปพึ
่
งราชทู
ตฝร ั
่
งเศส ราชทู
ตฝร ั
่
งเศสจึ
ง
ส่
งตั
วเจ้
าคํ
าโง่
นแก้
วไปอยู
่
ที
่
เมื
องฮาเตี
ยนที
่
เวี
ยดนาม ขณะที
่
เจ้
าพานคํ
าซึ
่
งหนี
ออกจากเมื
องเชี
ยง
ขวางไปพึ
่
งฝร ั
่
งเศสที
่
เวี
ยดนาม ในเวลาต่
อมามองซิ
เออร์
เดี
ย ลิ
เล (Le Myre De Vilers) ได้
ตั
้
งเจ้
า
พานคํ
าเป็
นเจ้
าเมื
องคํ
า แต่
ยั
งคงอยู
่
ที
่
ชายแดนเวี
ยดนามเช่
นเดิ
ฝ ่
ายเจ้
าพานคํ
าเกรงว่
าไทยจะยกทั
พมากวาดต้
อนชาวพวนกลั
บไปกรุ
งเทพฯ อี
ก
จึ
งไปหาฝร ั
่
งเศสที
่
เวี
ยดนาม มองซิ
เออร์
ลู
ยส์
(Luee) ที
่
เวี
ยดนามจึ
งแจ้
งมองซิ
เออร์
ปาวี
(Pavie)
ซึ
่
งประจํ
าอยู
่
ที
่
เมื
องหลวงพระบางให้
ร ั
บเจ้
าพานคํ
ากลั
บมาเมื
องเชี
ยงขวางตามเดิ
ม
๓๔
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การเรี
ยกว่
าเจ้
าสี
สวั
น (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๒)
๓๕
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การระบุ
ว่
าเป็
นโอรสของเจ้
ากํ
่
า เจ้
าราชบุ
ตรเมื
องเชี
ยงขวางซึ
่
งเป็
น
น้
องของเจ้
าโป้
และมี
อนุ
ชาต่
างมารดาชื
่
อเจ้
าไชยวงศา (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๑,๓๓)
๓๖
ความตอนนี
้
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การให้
รายละเอี
ยดว่
าพระเจ้
าน้
องยาเธอ กรมหมื
่
น
ประจั
กษ์
ศิ
ลปาคมทรงให้
เจ้
าขั
นตี
กั
บเจ้
านายพวนทั
้
งหลายไปกรุ
งเทพฯ โดยหลอกว่
าจะให้
พระบาทสมเด็
จพระ
จุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วตั
้
งและคื
นยศเป็
นเจ้
านายเมื
องเชี
ยงขวางเหมื
อนเดิ
ม แต่
กลั
บถู
กกั
กตั
วไว้
ที
่
กรุ
งเทพฯ ถึ
ง
แปดปี
ในที
่
สุ
ดเจ้
าขั
นตี
เจ้
าไชยเทศา เจ้
าทองอิ
น และเจ้
าอิ
นโสมสิ
้
นพระชนม์
ที
่
กรุ
งเทพฯ โดย
“…ไทยก็
เอาเงิ
น
ใ
ห
◌้
ฝ ั
งศพพอสมควร…”
ทั
้
งนี
้
การที
่
ไทยกระทํ
าเช่
นนี
้
เพราะระแวงว่
ากลุ
่
มเจ้
าเมื
องเชี
ยงขวางจะไปเข้
าด้
วย
ฝร ั
่
งเศสและไม่
ซื
่
อสั
ตย์
ต่
อไทย (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๓)