๕๑
ขวางพร้
อมกั
บประหารพระเจ้
าเมื
องเชี
ยงขวาง และตั
้
งท้
าวเที
่
ยงคํ
ายอเป็
นเจ้
าเมื
องเชี
ยงขวาง
แทนนามว่
า “พระยาเที
่
ยงคํ
ายอ” พร้
อมกั
บขอกํ
าลั
งพลชาวพวนมาสมทบกั
บทหารของท้
าวผี
ฟ้
า
และท้
าวฟ้
างุ
้
มเพื
่
อไปรบกั
บพระเจ้
าสุ
วรรณคํ
าผง ส่
งผลให้
นั
บตั
้
งแต่
นั
้
นเมื
องพวนจึ
งอยู
่
ในการ
ปกครองของหลวงพระบางจนถึ
งป ั
จจุ
บั
น (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๔๐ : ๒๗)
ความตอนนี
้
ในพงศาวดารเมื
องพวนทั
้
งสอบฉบั
บกล่
าวตรงกั
น แต่
ในพงศาวดาร
เมื
องพวนสํ
านวนเจ้
าคํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะให้
รายละเอี
ยดว่
าเกิ
ดขึ
้
นเมื
่
อปี
จ.ศ. ๗๑๑ และเมื
่
อพระ
เจ้
าฟ้
างุ
้
มขอกํ
าลั
งท้
าวเที
่
ยงคํ
ายอ (หรื
อที
่
ปรากฏในสํ
านวนว่
าเจ้
าเขี
้
ยวคํ
ายอ) ไปรบกั
บพระเจ้
า
สุ
วรรณคํ
าผง พบว่
าท้
าวเที
่
ยงคํ
ายอไม่
ยอมช่
วย พระเจ้
าฟ้
างุ
้
มจึ
งยกทั
พเมื
องหลวงพระบางมาตี
เมื
องเชี
ยงขวาง และจั
บมเหสี
ของท้
าวเที
่
ยงคํ
ายอไป (คํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะ, ๑๙๖๙ : ๔-๕) แต่
ใน
พงศาวดารเมื
องพวนสํ
านวนกระทรวงศึ
กษาการบอกแต่
เพี
ยงว่
าเมื
่
อสิ
้
นเจ้
าคํ
าผงแล้
ว
“…เจ้
า
เขี
้
ยวคํ
านอนั
่
งเซี
ยงขวางแทนเจ้
าคํ
าผงพ่
อตน…”
(จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๒๗)
ช่
วงที่
๒ ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างนางผมดํ
ากั
บพระยาล้
านคํ
าแดง
ในพงศาวดารหลวงพระบางได้
ระบุ
ถึ
งความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างเมื
องเชี
ยงขวางกั
บ
เมื
องหลวงพระบางอี
กประการหนึ
่
ง เห็
นได้
แก่
ในช่
วงร ั
ชสมั
ยพระเจ้
าล้
านคํ
าแดง (จ.ศ. ๗๗๘–
๗๙๐) ซึ
่
งเป็
นโอรสของพระเจ้
าสามแสนไท ซึ
่
งในพงศาวดารระบุ
ว่
าช่
วงเวลานั
้
นเมื
องพวนเกิ
ด
โกลาหล นางผมดํ
าจึ
งลงมาเมื
องล้
านช้
างพร้
อมด้
วยบุ
ตรชายหนึ
่
งคนชื
่
อว่
าท้
าวคํ
าผง นางได้
เอา
แหวนหกหน้
ากั
บพระแสงหนึ
่
งอั
น
เขะใก้
ข้
าวหนึ
่
งขั
น ทองคํ
าหนั
กสี
่
ร้
อย ปลอกแขนทองหนึ
่
งคู
่
มา
ถวายพระเจ้
าล้
านคํ
าแดงเพื
่
อขอให้
พระยาล้
านคํ
าแดงชุ
บเลี
้
ยง คร ั
้
นเมื
องพวนหมดความวุ
่
นวาย
พระยาล้
านคํ
าแดงจึ
งอนุ
ญาตให้
นางผมดํ
ากลั
บเมื
องพวน (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๔๐ : ๒๙)
หากเที
ยบตามศั
กราชที
่
ระบุ
ไว้
พบว่
าพงศาวดารเมื
องพวนสํ
านวนเจ้
าคํ
าหมั
้
น
วงกตร ั
ตนะ ได้
กล่
าวถึ
งเรื
่
องราวของนางผมดํ
าว่
าเกิ
ดในร ั
ชสมั
ยของพระเจ้
าอุ
่
นคํ
าเมื
อง หรื
อ
พระเจ้
าผ้
าขาว (จ.ศ. ๗๘๔–?) ซึ
่
งเป็
นโอรสของพระเจ้
าอิ
สระเสดถา โดยนางผมดํ
ามี
ชื
่
อจริ
งว่
า
นางคํ
าอ่
อนเป็
นธิ
ดาของพระเจ้
าอุ
่
นคํ
าเมื
อง และภายหลั
งจากพระเจ้
าอุ
่
นคํ
าเมื
องสิ
้
นพระชนม์
ทํ
า
ให้
มี
เสนาสองคนชื
่
อพระยาแสนกั
บพระยาสี
ร ั
้
งราชการ กระทั
่
งพระสงฆ์
และประชาชนพร้
อมใจกั
น
อั
ญเชิ
ญเจ้
าคํ
าอ่
อนเป็
นพระมหาเทพี
ครองเมื
องเชี
ยงขวางต่
อไป (คํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะ, ๑๙๖๙ :
๖) ขณะเดี
ยวกั
นว่
าพงศาวดารเมื
องพวนสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การกล่
าวถึ
งเจ้
าคํ
าอ่
อน
เพี
ยงสองบรรทั
ด ดั
งนี
้
“…แม่
นเจ้
าคํ
าอ่
อนแม่
เมื
องลู
กหญิ
งเจ้
าผ้
าขาว ได้
นั
่
งเซี
ยงขวางนางนี
้
ก็
มี
ผั
วแต่
บ่
รู
้
ชื
่
อสามี
ของนาง…”
(จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๒๗)
อย่
างไรก็
ดี
ในพงศาวดารเมื
องพวนสํ
านวนเจ้
าคํ
าหมั
้
น ไม่
ได้
ระบุ
ว่
าเจ้
าคํ
าอ่
อน
หรื
อนางผมดํ
าได้
หลบหนี
ไปเมื
องหลวงพระบางหรื
อมี
โอรสชื
่
อว่
าท้
าวคํ
าผงหรื
อไม่