๔๘
๘. เวี
้
ยนหมอก คื
อเมื
องหมอก (ท่
าโทม) ให้
หมื
่
นหมอกดู
แล ทั
้
งนี
้
ยั
งแบ่
งเมื
อง
หมอกให้
พยาติ
นแท่
นและตี
นเซี
ยงเสนาผู
้
ใหญ่
ดู
แลอี
กด้
วย
เมื
่
อเจ้
าสาลี
(สารี
บุ
ด?) กลั
บมาถึ
งเมื
องเชี
ยงขวางก็
อยากเป็
นกษั
ตริ
ย์
เมื
องเชี
ยง
ขวางเสี
ยเอง จึ
งส่
งตงสี
ให้
พระเจ้
ามั
นทาตุ
ราดแห่
งเมื
องหลวงพระบางแต่
งตั
้
งตนเองขึ
้
นเป็
น
กษั
ตริ
ย์
แต่
ตงสี
แย้
งว่
าเจ้
าสาลี
ไม่
ใช่
เจ้
านายเมื
องเชี
ยงขวางทํ
าให้
เจ้
าสาลี
สั
งหารตงสี
เสี
ยชี
วิ
ต ทํ
า
ให้
ขุ
นนางเมื
องเชี
ยงขวางทั
้
งหมดหลบหนี
ไปฟ้
องเวี
ยดนามว่
าเจ้
าสาลี
ไม่
ใช่
เชื
้
อสายพวนและฆ่
าสง
สี
ตาย ทํ
าให้
เวี
ยดนามต้
องส่
งทหารมาประจํ
าการที
่
เมื
องคํ
า
ในเวลาต่
อมา เวี
ยดนามได้
ส่
งเจ้
าโป้
เจ้
าอึ
่
ง เจ้
าอ่
าง เจ้
าทั
บ และเจ้
าพมมา โอรส
ของเจ้
าน้
อยที
่
นํ
ากลั
บไปเวี
ยดนาม ให้
กลั
บคื
นมายั
งเมื
องเชี
ยงขวาง ขณะนั
้
นพระเจ้
ามิ
นมานของ
เวี
ยดนามสวรรคต กษั
ตริ
ย์
พระองค์
ใหม่
ของเวี
ยดนามโปรดฯ ให้
ถอนทหารกลั
บคื
นเวี
ยดนาม
ทั
้
งหมด ดั
งนั
้
นในปี
จ.ศ. ๑๒๑๓ เจ้
าโป้
จึ
งขึ
้
นเป็
นกษั
ตริ
ย์
เมื
องเชี
ยงขวางทรงพระนามว่
า “พระเจ้
า
อิ
สระเสดถา” พร้
อมกั
บให้
องเวี
้
ยนเป็
นเสนาบดี
ที
่
เชี
ยงขวาง ขณะเดี
ยวกั
นโปรดฯ ให้
เจ้
าอึ
่
ง เป็
น
เจ้
าอุ
ปราช เจ้
าอ่
างเป็
นเจ้
าราชบุ
ตร เจ้
าเกดโอรสของพระเจ้
าอิ
สระเสดถาเป็
นเสนาบดี
กะซวงทั
ม
มะกาน ส่
วนเจ้
าทั
บและเจ้
าพมมาเป็
นน้
องคนละแม่
กั
บพระเจ้
าอิ
สระเสดถาจึ
งํ
าม่
มี
ตํ
าแหน่
ง ทํ
าให้
เจ้
าทั
บและเจ้
าพมมาน้
อยใจและไปพึ
่
งเวี
ยดนาม ไทยในร ั
ชสมั
ยพระบาทสมเด็
จพระจอมเกล้
า
เจ้
าอยู
่
หั
ว และพระเจ้
าจั
นเทบปะพาคุ
นแห่
งเมื
องหลวงพระบางให้
ช่
วย ซึ
่
งที
่
สุ
ดแล้
วเจ้
าทบกั
บ
เจ้
าพมมาพํ
านั
กอยู
่
ที
่
หลวงพระบางนั
่
นเอ
เมื
่
อพระเจ้
าอิ
สระเสดถาสวรรคต เจ้
าอึ
่
งก็
ขึ
้
นครองเม
องเชี
ยงขวางแทน
ปี
จ.ศ. ๑๒๓๖ เกิ
ดกบถฮ่
อ ชื
่
อว่
าฮ่
อเก้
อคํ
ายกทั
พมาเมื
องเชี
ยงขวาง เจ้
าอึ
่
งเห็
นจะ
ต้
านไม่
ไหวจึ
งส่
งทู
ตไปขอให้
เวี
ยดนามมาช่
วย การรบกั
บฮ่
อคร ั
้
งนั
้
นส่
งผลให้
เจ้
าอึ
่
งสิ
้
นพระชนม์
ใน
สนามรบแล้
วกองทั
พเวี
ยดนามจึ
งยกทั
พกลั
บ ทํ
าให้
ฮ่
อสามารถปล้
นเมื
องเชี
ยงขวางได้
พร้
อมกั
บ
จุ
ดไฟเผาเมื
องและวั
ดวาอารามสี
ยหายจํ
านวนมาก ชาวพวนที
่
เหลื
ออยู
่
จึ
งอพยพหนี
ไปยั
งเมื
อง
หลวงพระบางและเวี
ยงจั
นทน์
ในปี
ต่
อมาพระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วของไทยทรง
เห็
นว่
าพวกฮ่
อปล้
นเมื
องหั
วพั
นและเมื
องเชี
ยงขวางซึ
่
งติ
ดกั
บไทยจึ
งโปรดฯ ให้
พระยาพุ
ทธราภั
ย
๓๑
ความตอนนี
้
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การกลั
บระบุ
บางเวี
้
ยนไม่
ตรงกั
นกั
บสํ
านวนของเจ้
าคํ
า
หมั
้
น ได้
แก่
๑. เวี
้
ยนขวาง คื
อเมื
องเชี
ยงขวาง ให้
พระยาเชี
ยงคู
ณดู
แล ๒. เวี
้
ยนสู
ยเมื
องลองขึ
้
นอยู
่
กั
บเมื
อง
เชี
ยงขวาง ให้
หมื
่
นสู
ยดู
แล ๓. เวี
้
ยนหมอกเมื
องลองเชี
ยงขวาง ให้
หมื
่
นหมอกดู
แล ๔. เวี
้
ยนคลั
งให้
พระยาเมื
อง
กลางดู
แล ๕. เวี
้
ยนแสนให้
น้
องเจ้
าชี
วิ
ตพวนชื
่
ออุ
ปราชแสนเมื
องดู
แล ๖. เวี
้
ยนพั
น ให้
พระยาเมื
องกลางดู
แล ๗.
เวี
้
ยนคํ
า ให้
พระยาเมื
องคํ
าดู
แล และ๘. เวี
้
ยนลานเมื
องหั
วพั
นเรี
้
ยน ให้
เพี
้
ยหั
วพั
นดู
แล ทั
้
งนี
้
ให้
เวี
้
ยนคํ
าเป็
นเมื
อง
หลั
กและเวี
้
ยนขวางเป็
นเมื
องรอง (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๑)
๓๒
ความตอนนี
้
ในสํ
านวนของเจ้
าคํ
าหมั
้
นเองสรุ
ปว่
าเหตุ
การณ์
ดั
งกล่
าวจึ
งเป็
นที
่
มาของการกล่
าวว่
า
“…
ไทพวนนี
้
หั
วช่
วยแกวแอวช่
วยลาว…”
(คํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะ, ๑๙๖๙ : ๒๔)
๓๓
ความตอนนี
้
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การให้
รายละเอี
ยดว่
าเมื
่
อเจ้
าโป้
ขึ
้
นครองเมื
องเชี
ยง
ขวางแล้
ว โปรดให้
เจ้
าอิ
งพระอนุ
ชาเป็
นอุ
ปราช เจ้
ากํ
่
าเป็
นราชบุ
ตร เจ้
าเพชรโอรสเจ้
าโป้
เป็
นนายศาล โดย
ทั
้
งหมด
“…ได้
ร ั
บสั
ญญาบั
ตรจากราชาธิ
ราชแกวแลหลวงพระบาง…”
(จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๑)