๔๗
คน ร่
วมกั
บพระเจ้
ามั
นทาตุ
ราดอี
กประมาณหนึ
่
งพั
นคนมาช่
วยขั
บไล่
เวี
ยดนามออกจากเมื
องเชี
ยง
ขวาง
หลั
งจากทั
พไทยและหลวงพระบางขั
บไล่
เวี
ยดนามออกจากเมื
องเชี
ยงขวางแล้
ว
พระราชสุ
ริ
นแม่
ทั
พฝ ่
ายไทย
แจ้
งแก่
เจ้
าสานว่
าหากกองทั
พไทยยกกลั
บไปแล้
ว ฝ ่
ายเวี
ยดนาม
จะกลั
บมาแก้
แค้
นและกองทั
พฝ ่
ายไทยไม่
สามารถอยู
่
ป้
องกั
นได้
ดั
งนั
้
นจึ
งบั
งคั
บให้
เจ้
าสานอพยพ
ผู
้
คนจากเมื
องเชี
ยงขวางประมาณหกพั
นค
กลั
บมาไทยด้
วย ส่
วนชาวพวนที
่
คงหลงเหลื
ออยู
่
ต่
างหลบหนี
เข้
าป ่
าไปเป็
นจํ
านวนมาก
เมื
่
อกองทั
พไทย เจ้
าสาน และชาวพวนจํ
านวนหกพั
นคนเดิ
นทางมาถึ
งเมื
อง
หนองคาย เจ้
าสะ เจ้
าสาริ
บุ
ด และเจ้
าเหมั
้
นน้
อย เจ้
านายเชื
้
อสายเชี
ยงขวาง
ได้
ตี
ชิ
งชาวพวน
กลั
บคื
นไปได้
สามพั
นคนแต่
อดตายระหว่
างทางจํ
านวนมาก
คร ั
้
นเมื
่
อเวี
ยดนามยกทั
พจํ
านวน
มากมาถึ
งเมื
องเชี
ยงขวางเห็
นแต่
ชาวพวนที
่
เหลื
อไว้
เพี
ยงเล็
กน้
อย ก็
ถอนทั
พกลั
บเวี
ยดนามโดย
ให้
คงทหารเวี
ยดนามเอาไว้
ประมาณหนึ
่
งร้
อยค
พร้
อมกั
บแบ่
งเมื
องเชี
ยงขวางออกเป็
นแปด
ส่
วนแต่
ละส่
วนเรี
ยกว่
า “เวี
้
ยน” พร้
อมกั
บให้
ชาวพวนที
่
หลงเหลื
ออยู
่
เลื
อกเสนาร ั
กษาเวี
้
ยนจํ
านวน
แปดค
เรี
ยกว่
าองเวี
้
ยน ได้
แก่
๑. เวี
้
ยนกาง คื
อเมื
องเชี
ยงขวาง ให้
พยาเซี
ยงคุ
นดู
แล
๒. เวี
้
ยนคั
ง คื
อเมื
องคั
ง ให้
พยาเมื
องคั
งดู
แล
๓. เวี
้
ยนแสน คื
อเมื
องแสน ให้
เจ้
าอุ
ปราดแสนเมื
องดู
แล
๔. เวี
้
ยนกั
ด คื
อเมื
องกั
ด ให้
พยาเมื
องกางดู
แล
๕. เวี
้
ยนคํ
า คื
อเมื
องคํ
า (บ้
านบาน) ให้
พยาเมื
องคํ
าดู
แล
๖. เวี
้
ยนสู
้
ย คื
อเมื
องสู
้
ย ให้
หมื
่
นสู
ยดู
แล
๗. เวี
้
ยนเรี
้
ยม คื
อเมื
องหั
วพั
นเรี
้
ยม ให้
เพี
ยหั
วพั
นดู
แล
๒๕
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การเรี
ยกว่
าพระราชริ
นทร (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๐)
๒๖
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การระบุ
ว่
าหกพั
นคร ั
ว (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๐)
๒๗
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การระบุ
ว่
ามี
เพี
ยงเจ้
าสาลี
และเจ้
าสะ (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ :
๓๐)
๒๘
ความตอนนี
้
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การให้
รายละเอี
ยดว่
าเมื
่
อเจ้
าสาลี
และเจ้
าสะชิ
งชาวพวน
กลั
บไปได้
สามพั
นคร ั
วข้
ามแม่
นํ
้
าโขงกลั
บมาจนถึ
งป ่
าภู
หอภู
โฮง กองทั
พไทยตามมาทั
นแต่
เจ้
าสาลี
และเจ้
าสะ
ต่
อสู
้
ด้
วยความสามารถ กองทั
พฝ ่
ายไทยถอยทั
พด้
วยความ
“อึ
ดอยากที
่
สุ
ด”
ส่
วนชาวพวนที
่
หนี
ตายคง
หลงเหลื
อกลั
บมาเมื
องเชี
ยงขวางเพี
ยงหนึ
่
งพั
นห้
าร้
อยคร ั
ว ฝ ่
ายชาวพวนที
่
อพยพไปฝ ั
่
งไทยนั
้
นฝ ่
ายไทยให้
“อยู
่
ศาลและให้
ตั
้
งพนม”
ทํ
าให้
มี
เชื
้
อสายเจ้
านายเมื
องเชี
ยงขวางและเชื
้
อสายชาวพวนหลงเหลออยู
่
จนถึ
งป ั
จจุ
บั
น
(จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๐)
๒๙
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การระบุ
ว่
าสองร้
อยคน (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๐)
๓๐
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การกล่
าวว่
าจํ
านวนเวี
้
ยนทั
้
งแปด เวี
ยดนามเรี
ยกว่
าเป็
น “ตลานี
น” ใน
การปกครองของเวี
ยดนามทั
้
งหมด (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๓๑)