Page 57 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๔๖
ราดกลั
บมาได้
ทรงฝากพระบรมวงศานุ
วงศ์
ไว้
กั
บเจ้
าน้
อยเพื
ออั
ญเชิ
ญไปคุ
มกั
นที
เมื
องเชี
ยงขวาง
ส่
วนพระเจ้
าอะนุ
รุ
ดทะราดเสด็
จหนี
ไปเวี
ยดนาม
ฝ ่
ายเจ้
าน้
อยเกรงว่
ากองทั
พไทยจะยกทั
กมาตี
เมื
องเชี
ยงขวาง จึ
งส่
งทู
ตขอทหาร
จากเวี
ยดนามมาช่
วยคุ
มครอง ซึ
งเวี
ยดนามส่
งทหารมาช่
วงเพี
ยง ๑๒๐ คนเท่
านั
น ในปี
เดี
ยวกั
สมเด็
ดพระเจ้
าล้
านช้
างร่
มขาวหลวงพระบางมั
นทาตุ
ราดได้
ส่
งทู
ตมายั
งเจ้
าน้
อยเพื
อทํ
าสั
ญญา
มิ
ตรภาพ โดยเจ้
าน้
อยได้
ส่
งพระยาเซี
ยงดี
และขุ
นเสดพนไปเมื
องหลวงพระบาง ปรากฏว่
าพระ
ยาเซี
ยงดี
และขุ
นเสดพนคิ
ดกบฏโดยจะยกเมื
องเชี
ยงขวางครึ
งหนึ
งแก่
หลวงพระบางแลกกั
ความชอบ แต่
สมเด็
ดพระเจ้
าล้
านช้
างร่
มขาวหลวงพระบางมั
นทาตุ
ราดไม่
เห็
นดี
ด้
วย พระยาเซี
ยง
ดี
และขุ
นเสดพนจึ
งไปเข้
าเฝ้
าพระบาทสมเด็
จพระนั
งเกล้
าเจ้
าอยู
หั
วที
กรุ
งเทพฯ เพื
อกราบบั
งคม
ทู
ลถวายเมื
องเชี
ยงขวาง แต่
พระบาทสมเด็
จพระนั
งเกล้
าเจ้
าอยู
หั
วก็
ไม่
ทรงเห็
นชอบด้
วยเช่
นกั
เนื
องจากผิ
ดธรรมเนี
ในปี
เดี
ยวกั
น เวี
ยดนามได้
ยกทั
พขึ
นมาตี
เมื
องเชี
ยงขวาง เจ้
าน้
อยไม่
สามารถ
ต้
านทานได้
เลยยอมเป็
นเมื
องขึ
นของเวี
ยดนาม
ปี
จ.ศ. ๑๑๙๐ พระยาเซี
ยงตี
และขุ
นเสดพนกลั
บมาจากกรุ
งเทพฯ เมื
อถึ
งเมื
อง
เชี
ยงขวางเกรงความผิ
ดจึ
งฆ่
าตั
วตายเหลื
อเพี
ยงแต่
เจ้
าสาระบุ
ด (เจ้
าสาน) และเจ้
ากางลู
กของพระ
ยาเซี
ยงตี
เจ้
าน้
อยเห็
นว่
าเจ้
าสานมี
ความเฉลี
ยวฉลาดจึ
งร ั
บมาเป็
นเสนาบดี
กะซวงทั
มมะกาน
ในปี
เดี
ยวกั
นนั
นเองพระเจ้
าอะนุ
รุ
ดทะราดซึ
งหนี
ภั
ยไปเวี
ยดนามได้
กลั
บมาที
เมื
อง
เวี
ยงจั
นทน์
ถู
กฝ ่
ายไทยจั
บได้
และนํ
าตั
วไปกรุ
งเทพฯ ส่
งผลให้
ในปี
ต่
อมาเวี
ยดนามยกทั
พมายึ
เมื
องเชี
ยงขวางพร้
อมกั
บอ้
างว่
าเจ้
าน้
อยเป็
นไส้
ศึ
กแจ้
งฝ ่
ายไทยโดยสั
งหารเจ้
าน้
อยและมเหส
พร้
อมกั
บนํ
าตั
วเจ้
าโป้
เจ้
าอึ
ง เจ้
าอ่
าง เจ้
าทั
บ และเจ้
าพมมา โอรสของเจ้
าน้
อยไปเลี
ยงที
เวี
ยดนาม
พร้
อมกั
นนี
เวี
ยดนามได้
ตั
งขุ
นนางชื
อกวางฟู
คุ
มทหาร ๖๐๐ นายมาร ั
กษาเมื
องเชี
ยงขวางแทน
กวางฟู
ปกครองเมื
องเชี
ยงขวางได้
ประมาณหกปี
สร้
างความเดื
อนร้
อนแก่
ชาวพวน
เป็
นจํ
านวนมาก เมื
อเวี
ยดนามแต่
งตั
งให้
เจ้
าสาน อดี
ตเสนาบดี
กะซวงทั
มมะกานในร ั
ชสมั
ยเจ้
น้
อยขึ
นเป็
นกษั
ตริ
ย์
เมื
องเชี
ยงขวาง ปี
จ.ศ. ๑๑๙๖ เจ้
าสานจึ
งส่
งทู
ตไปเข้
าเฝ้
าพระบาทสมเด็
พระนั
งเกล้
าเจ้
าอยู
หั
วที
กรุ
งเทพฯ และเข้
าเฝ้
ามั
นทาตุ
ราดที
เมื
องหลวงพระบางเพื
อขอกํ
าลั
งทหาร
มาช่
วยเมื
องพวน พระบาทสมเด็
จพระนั
งเกล้
าเจ้
าอยู
หั
วโปรดฯ ส่
งกํ
าลั
งทหารประมาณหนึ
งพั
๒๒
ตรงกั
บร ั
ชสมั
ยพระเจ้
ามิ
นมาง (Nguyen Minh Mang, ค.ศ. ๑๘๒๑–๑๘๔๑)
๒๓
ความตอนนี
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การกล่
าวว่
าพระยาเซี
ยงดี
กลั
วว่
าเจ้
าน้
อยจะแก้
แค้
นที
ใส่
ความว่
าจะประกาศตนเป็
นอิ
สระจากเวี
ยงจั
นทน์
ส่
งผลให้
พระเจ้
าอะนุ
รุ
ดทะราดจั
บตั
วเจ้
าน้
อยไปขั
งที
เวี
ยงจั
นทน์
จึ
งต้
อง
“…กราบทู
ลเจ้
าอยู
หั
วกรุ
งสยามว่
า ขอเอาเชี
ยงขวางขึ
นนํ
าหลวงพระบางท่
องหนึ
ง เจ้
แผ่
นดิ
นไทยและหลวงพระบางบ่
ทรงโปรดเพราะผิ
ดประเวณี
พระยาเซี
ยงดี
เห็
นบ่
สํ
าเร็
จก็
คื
น…”
(จารุ
วรรณ
ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๒๙)
๒๔
ความตอนนี
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การอธิ
บายว่
าเวี
ยดนามยกทั
พมาเพราะต้
องการแก้
แค้
เมื
องเชี
ยงขวางตั
งแต่
คร ั
งองค์
รวางมั
ดเดยเตนจึ
งหนี
มาพร้
อมน้
องสาวชื
อนางบาโก (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร,
๒๕๓๗ : ๒๙)