Page 54 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๔๓
เมื
องเชี
ยงขวางต่
อจากเจ้
าคํ
าผง (ในพงศาวดารหลวงพระบางระบุ
ว่
าเจ้
าคํ
ายอยกชิ
งราชสมบั
ติ
จากเจ่
าคํ
าผง) ทรงพระนามว่
าพระเจ้
าเขี
ยวคํ
ายอ
พระเจ้
าฟ้
างุ
มได้
ขอกํ
าลั
งพระเจ้
าเขี
ยวคํ
ายอ
เพื
อไปรบกั
บพระ
1
1
าสุ
วรรณคํ
าผงที
เมื
องหลวงพระบาง แต่
พระเจ้
าเขี
ยวคํ
ายอไม่
ช่
วยรบ กระทั
เมื
อพระ
1
1
าสุ
วรรณคํ
าผงปลงพระชนม์
ตั
วเองและพระเจ้
าฟ้
างุ
มยึ
ดครองหลวงพระบางได้
แล้
ว จึ
นํ
าทั
พมาตี
เมื
องเชี
ยงขวางพร้
อมกั
บนํ
ามเหสี
ของพระเจ้
าเขี
ยวคํ
ายอไปเมื
องหลวงพระบางด้
วย
(คํ
าหมั
น วงกตร ั
ตนะ, ๑๙๖๙ : ๕)
พระเจ้
าเขี
ยวคํ
ายอมี
พระโอรสนามว่
าเจ้
าล้
านคํ
ากอง และได้
ครองเมื
องเชี
ยงขวาง
ต่
อจากพระเจ้
าเขี
ยวคํ
ายอในปี
จ.ศ. ๗๓๔ พระกรณี
ยกิ
จของเจ้
าล้
านคํ
ากองที
โดดเด่
น เช่
น การ
ตรากฎหมายเมื
องเชี
ยงขวางที
เรี
ยกว่
า “กดหมายล้
านคํ
ากอง”
การส่
งทู
ตไปอั
ญเชิ
พระพุ
ทธศาสนาและพระพุ
ทธรู
ปทองหล่
อขั
ดสมาธิ
เพชรจากเมื
องหงษาวดี
เข้
ามาสู
เมื
องเชี
ยง
ขวาง ส่
งคนไปศึ
กษาพุ
ทธศาสนาและสร้
างวั
ดที
เมื
องอิ
นทป ั
ตนคร (เขมร) ตลอดจนเสด็
จไปเมื
อง
หลวงพระบางเพื
อนิ
มนต์
พระอาจารย์
ธรรมคาถามาสร้
างวั
ดในเมื
องเชี
ยงขวางและตั
งมเหศํ
กดิ
หลั
กเมื
องจํ
านวน ๑๒ หอ จนถึ
งป ั
จจุ
บั
น ส่
งผลให้
เมื
องเชี
ยงขวางมี
ความเจริ
ญอย่
างยิ่
ง จน
พระสงฆ์
และเสนาอํ
ามาตย์
พร้
อมใจถวายพระนามว่
าพระเจ้
าอิ
สระเสดถา และยกเมื
องเชี
ยงขวาง
เป็
น “มหาร ั
ตนะบุ
รี
รม พมจั
กกะพั
ด สี
มะหานะคะระตั
กกะเสลา นะคอนเชี
ยงขวางราชทานี
จนกระทั
งพระเจ้
าสามแสนไทแห่
งเมื
องหลวงพระบางต่
องส่
งราชทู
ตมาขอเป็
นไมตรี
และขอ
กองทั
พพวนไปช่
วยปราบศึ
กพม่
พระเจ้
าอิ
สระเสดถามี
พระโอรสนามว่
าเจ้
าอุ
นคํ
าเมื
อง ซึ
งต่
อมาขึ
นเป็
นกษั
ตริ
ย์
ครองเมื
องเชี
ยงขวางพระนามว่
าพระเจ้
าผ้
าขาวโดยมี
ทายาทปกครองเมื
องเชี
ยงขวางสื
บต่
อมา
จนถึ
งเจ้
าคํ
าสั
นซึ
งเป็
นหลานปู
ของพระเจ้
าผ้
าขาวได้
เป็
นกษั
ตริ
ย์
เมื
อปี
จ.ศ. ๑๐๑๒ ตรงกั
บร ั
ชสมั
พระเจ้
าสุ
ริ
ยะวงสากษั
ตริ
ย์
เมื
องล้
านช้
างร่
มขาวเวี
ยงจั
นทน์
พระเจ้
าสุ
ริ
ยะวงสาทู
ลขอนางแก่
นจั
ธิ
ดาของเจ้
าคํ
าสั
นไปเป็
นมเหสี
เจ้
าคํ
าสั
นไม่
ให้
ทํ
าให้
พระเจ้
าสุ
ริ
ยะวงสายกทั
พมาทํ
าศึ
กกั
บเจ้
าคํ
สั
น เจ้
าคํ
าสั
นแพ้
แก่
พระเจ้
าสุ
ริ
ยะวงสาพร้
อมกั
บจั
บนางแก่
นจั
นและกวาดต้
อนผู
คนหลายพั
คร ั
กลั
บไปเมื
องเวี
ยงจั
นทน์
หลั
งร ั
ชสมั
ยเจ้
าคํ
าสั
นเมื
องเชี
ยงขวางได้
มี
กษั
ตริ
ย์
สื
บต่
อมาจนถึ
งเจ้
าคํ
าสั
ดทาได้
อภิ
เษกกั
บเจ้
านางแว่
นแก้
วสามผิ
ว ธิ
ดาของพระเจ้
าอิ
นทะโสม กษั
ตริ
ย์
เมื
อล้
านช้
างร่
มขาวหลวง
๑๐
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การระบุ
ว่
าชื
อพระเจ้
าเขี
ยวคํ
านอ (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ :
๒๗)
๑๑
ข้
อความตอนนี
ไม่
ปรากฏในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การ
๑๒
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การกลั
บระบุ
ว่
าช่
วงเวลานี
เมื
องเชี
ยงขวางเป็
นเพี
ยง “เมื
องส่
วยหลวง
พระบาง” และยั
งเป็
น “เมื
องส่
วยแกว” กระทั
งเรี
ยกติ
ดปากว่
“…พวนนี
หั
วส่
วยแกวแอวส่
วยลาว…”
(จารุ
วรรณ
ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๒๗)
๑๓
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การระบุ
ว่
ามี
สี
ร้
อยคร ั
ว (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๒๗)
๑๔
ความตอนนี
ในสํ
านวนของเจ้
าคํ
าหมั
นระบุ
ว่
าเป็
นสาเหตุ
ที
ชาวพวนยั
งอยู
ในเมื
องเวี
ยงจั
นทน์
ซึ
ต่
อมาเรี
ยกว่
าพวนเดิ
มจนถึ
งป ั
จจุ
บั
น (คํ
าหมั
น วงกตร ั
ตนะ, ๑๙๖๙ : ๗)