๔๒
๒) พงศาวดารที่
กล่
าวถึ
งชาวพวน
๒.๑) พงศาวดารเมื
องพวน
พงศาวดารเมื
องพวนนั
บเป็
นเอกสารชั
้
นรองที
่
ปรากฏในหลายสํ
านวน เห็
นได้
จาก
สํ
านวนของเจ้
าคํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะ (๑๙๖๙) ซึ
่
งเขี
ยนขึ
้
นก่
อนการเปลี
่
ยนแปลงการปกครองใน
ประเทศลาว และสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การ ซึ
่
งเขี
ยนขึ
้
นภายหลั
งการเปลี
่
ยนแปลงระบอบ
การปกครองเป็
นสาธารณร ั
ฐสั
งคมนิ
ยมแล้
ว ทั
้
งนี
้
ในสํ
านวนของเจ้
าคํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะได้
กล่
าวถึ
ง
พงศาวดารเมื
องพวนเพี
ยงอย่
างเดี
ยวเนื
่
องจากเจ้
าคํ
าหมั
้
นตั
้
งใจจะเขี
ยนขึ
้
น
“…เพื
่
อจะได้
เผี
ย-
เกี
ยดติ
ยดของแม่
ทั
บสองพระอง และเจ้
านายในตะกุ
นวง พงกะสั
ดเมื
องพวน…”
(คํ
าหมั
้
น วงกต
ร ั
ตนะ, ๑๙๖๙ : คํ
านํ
า) ขณะที
่
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การแล้
วพงศาวดารเมื
องพวนถู
ก
กล่
าวถึ
งในฐานะส่
วนหนึ
่
งของพงศาวดารชาติ
ลาว เนื
่
องจาก
“…พวกสื
บต่
อๆ มา เลยบ่
ถื
อสั
จจะ
นั
้
นก็
มายาดบ้
านชิ
งเมื
องเลวกั
นหลายๆ เที
่
อ ดิ
นพวนได้
ถื
กจิ
บหายหลายกว่
าเพิ
่
น ด้
วยเหตุ
นี
้
พงศาวดารเดิ
มของพวนจึ
งเสี
ยหมด…”
(จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๒๖) ดั
งนั
้
นพงศาวดาร
เมื
องพวนสํ
านวนดั
งกล่
าวจึ
งประกอบด้
วยพงศาวดารเมื
องหลวงพระบาง พงศาวดารเวี
ยงจั
นทน์
พงศาวดารเมื
องพวน และพงศาวดารเมื
องจํ
าปาสั
ก ทั
้
งนี
้
ในงานวิ
จั
ยนี
้
ผู
้
วิ
จั
ยจะยึ
ดสํ
านวนของเจ้
า
คํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะเป็
นหลั
ก หากแต่
จะสอดแทรกสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การในประเด็
นที
่
ขั
ดแย้
งหรื
อไม่
ตรงกั
น
อย่
างไรก็
ดี
พงศาวดารเมื
องพวนทั
้
งสองสํ
านวนมี
ความคล้
ายคลึ
งกั
นโดยเริ่
มจาก
ขุ
นเจ็
ดเจื
องที
่
สื
บต่
อจากตํ
านานนํ
้
าเต้
าปู
งและกงดิ
นเมื
องพวน เมื
่
อขุ
นเจ็
ดเจื
องเสี
ยชี
วิ
ตลงได้
มี
กษั
ตริ
ย์
ครองเมื
องพวนหรื
อเมื
องเชี
ยงขวางสื
บต่
อมา ๒๐ พระองค์
จนถึ
งร ั
ชสมั
ยเจ้
าคํ
าผงเมื
่
อ จ.
ศ. ๖๕๑ (คํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะ, ๑๙๖๙ : ๓
ในร ั
ชสมั
ยเจ้
าคํ
าผง มี
พระอนุ
ชาของกษั
ตริ
ย์
แกว (เวี
ยดนาม) ราชวงศ์
แล (Le) ชื
่
อ
แลดุ
ยมั
ดพร้
อมน้
องสาวชื
่
อนางบาโกหนี
ราชภั
ยมาพึ
่
งเจ้
าคํ
าผง
ต่
อมาได้
ถวายนางบาโกเป็
น
มเหสี
ของเจ้
าคํ
าผงพร้
อมขอกองทั
พเมื
องพวนไปยึ
ดเมื
องแกวคื
น แต่
พ่
ายแพ้
กลั
บมาและได้
ฆ่
าตั
ว
ตายจนกลายเป็
นมเหศั
กดิ
์
หลั
กเมื
องที
่
คนแกวสั
กการะสื
บมาจนป ั
จุ
จบั
น
เจ้
าคํ
าผงมี
พระราชโอรสกั
บนางบาโกชื
่
อเจ้
าคํ
ายอยกซึ
่
งถู
กเจ้
าคํ
าผงเนรเทศ
เนื
่
องจากเป็
นชู
้
กั
บพระสนมของเจ้
าคํ
าผง โดยเจ้
าคํ
ายอยกและพระเจ้
าฟ้
างุ
้
ม
ไปอยู
่
เมื
องบริ
คั
น
นิ
คม คํ
าม่
วน เมื
องจํ
าพวน และเมื
องเซโปนเมื
่
อ จ.ศ. ๗๑๑ ต่
อมาเจ้
าคํ
ายอยกได้
เป็
นกษั
ตริ
ย์
๗
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การกลั
บระบุ
ว่
าเป็
นจุ
ลศั
กราช ๓๔๓ หรื
อ ค.ศ. ๙๘๑ (จารุ
วรรณ
ธรรมวั
ตร, ๒๕๓๗ : ๒๖–๒๗)
๘
ในสํ
านวนของกระทรวงศึ
กษาธิ
การกลั
บระบุ
ว่
ากษั
ตริ
ย์
แกวชื
่
อแลมาด หมายจะสั
งหารองค์
รวางมั
ด
เดยเตนซึ
่
งเป็
นน้
องเขย องค์
รวางมั
ดเดยเตนจึ
งหนี
มาพร้
อมน้
องสาวชื
่
อนางบาโก (จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร,
๒๕๓๗ : ๒๗)
๙
ปรากฏแต่
ในสํ
านวนของเจ้
าคํ
าหมั
้
น วงกตร ั
ตนะ (๑๙๖๙ : ๔)