Page 16 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

หากพิ
จารณาสั
ญลั
กษณ์
การท่
องเที
ยวที
แสดงออกถึ
งความเป็
นกลุ
มชาติ
พั
นธุ
พวนและ
ได้
ร ั
บการ “สร้
าง” ให้
เป็
นประเพณี
เพื
อการท่
องเที
ยวมากที
สุ
ดประการหนึ
งแล้
ว ได้
แก่
“ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า” หรื
อ “บุ
ญกํ
าฟ้
า” เนื
องจากได้
ถู
กบรรจุ
อยู
ในปฏิ
ทิ
นการท่
องเที
ยวของการท่
องเที
ยว
แห่
งประเทศไทย (การท่
องเที
ยวแห่
งประเทศไทย , ๒๕๔๕) ซึ
งหมายถึ
งการที
ประเพณี
กํ
าฟ้
หรื
อกํ
าฟ้
าได้
ร ั
บการร ั
บรองของหน่
วยงานร ั
ฐและหน่
วยงานที
เกี
ยวข้
องกั
บการท่
องเที
ยวเพื
สะท้
อนถึ
งความมี
ตั
วตนของกลุ
มชาติ
พั
นธุ
พวนในประเทศไทยอย่
างเป็
นทางการ
อย่
างไรก็
ดี
ตามฮี
ตของกลุ
มชาติ
พั
นธุ
พวนแล้
ว ได้
ระบุ
ถึ
งประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าว่
าอยู
ใน
เดื
อนสาม ดั
งที
ธวั
ช ปุ
ณโณทก (๒๕๔๒ : ๒๓๐–๒๓๓) กล่
าวถึ
งฮี
ตของพวนว่
“มื
อเดื
อนสาม
ขึ
นสามคํ
า หื
อกํ
าฟ้
า”
ขณะเดี
ยวกั
น โพธิ
แซมลํ
าเจี
ยก (๒๕๓๗ : ๒๒๑–๒๓๒) ได้
อธิ
บาย
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าไว้
ว่
า คํ
าว่
ากํ
าฟ้
าเป็
นภาษาไทยพวนโดยที
คํ
าว่
ากํ
า หมายถึ
งการยึ
ดหรื
อถื
ซึ
งคล้
ายกั
บคํ
าว่
า ขะลํ
า ที
ห้
ามทํ
างานในช่
วงเวลาการจั
ดงาน และคํ
าว่
าฟ้
า หมายถึ
งแถน หรื
เทพเจ้
าที
สามารถดลบั
นดาลให้
คุ
ณให้
โทษกั
บคน อี
กทั
งฟ้
ายั
งหมายรวมถึ
งวิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
รษ
ที
ลู
กหลานจะต้
องให้
ความเคารพและบู
ชา ด้
วยเหตุ
นี
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจึ
งเป็
นการระลึ
กถึ
ความดี
ของบรรพบุ
รุ
ษ โดยถื
อเอาพระยาแถนเป็
นผู
ให้
กํ
าเนิ
ดชาวพวนคนแรก (ตามตํ
านานขุ
นบู
ลม)
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าของกลุ
มชาติ
พั
นธุ
พวนในประเทศไทย จั
ดขึ
นในระหว่
างเดื
อน ๓ ขึ
น ๓
คํ
าของทุ
กปี
ซึ
งเป็
นช่
วงเวลาที
“กบบ่
มี
ปาก นากบ่
มี
ฮู
ขี
หมากขามป้
อมต่
าวหวาน ฟ้
าไขป ั
กตู
นํ
า”
หรื
อในช่
วงการเกิ
ดฝนชะช่
อมะม่
วง ทั
งนี
นอกจากการบู
ชาพระยาแถนและผี
บรรพบุ
รุ
ษแล้
ยั
งมี
การสู
ขวั
ญข้
าว การบู
ชาแม่
โพสพ และการขนปุ
ยใส่
นา ซึ
ง วาสนา บุ
ญสม (๒๕๔๒ : ๘๖–
๙๖) อธิ
บายว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าได้
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าร้
องคร ั
งแรกเพื
อการ
ทํ
านายความเป็
นอยู
ของคน อาชี
พ ตลอดจนสามารถทํ
านายถึ
งปริ
มาณนํ
าที
จะมี
ในแต่
ละวั
นอี
ด้
วย
นอกจากนี
ในประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
ายั
งมี
การสู
ขวั
ญข้
าว โดยการตั
กข้
าวออกมาจากยุ
งเพื
อเชิ
ขวั
ญแม่
โพสพให้
อยู
กั
บชาวพวน แล้
วจึ
งนํ
าข้
าวที
ตั
กออกมาไปถวายพระสงฆ์
อี
กทั
งยั
งมี
การทํ
ข้
าวจี
ตามความเชื
อในชาดกที
นางปุ
ณณทาสี
แห่
งเมื
องพาราณสี
ถวายข้
าวจี
แด่
พระพุ
ทธเจ้
า ซึ
ทํ
าให้
บรรลุ
โสดาบั
น อี
กทั
งยั
งมี
การทํ
าข้
าวปุ
น (ขนมจี
น) และข้
าวหลามถวายพระสงฆ์
หลั
งจากการถวายข้
าวจี
ผู
สู
งอายุ
จะถื
อศี
ลภาวนาที
วั
ด ขณะที
คนหนุ
มสาวจะมี
การละเล่
ต่
างๆ เช่
นเซิ
งนางด้
ง นางกวั
ก นางสาก มอญซ่
อนผ้
า ไม้
อื
อ และเมื
อถึ
งเวลาคํ
า หนุ
มสาวจะมี
คติ
เรื
องกบบ่
มี
ปาก นากบ่
มี
ฮู
ขี
หมากขามป้
อมต่
าวหวาน ฟ้
าไขป ั
กตู
นํ
า นั
นพระอริ
ยานุ
วั
ตร เขมจารี
เถระ ได้
อธิ
บายไว้
ว่
าเมื
อถึ
งวั
นขึ
น ๓ คํ
า เดื
อน ๓ ซึ
งถื
อว่
าเป็
นวั
นมงคลของปี
เป็
นเวลาที
ชาวอี
สานจะต้
อง
ประกอบพิ
ธี
กรรมประจํ
าปี
ได้
แก่
การสู
ขวั
ญข้
าว (ตุ
มปากเล้
า) การหาบฝุ
นปุ
ยใส่
นา เสริ
มเกษตรกรรม การ
ทํ
าบุ
ญมงคลเรื
อน ตุ
มปากเล้
าเลี
ยงพระ และการนํ
ากระบุ
งข้
าวเปลื
อกไปถวายวั
ดประจํ
าปี
นอกจากนี
ยั
ประกอบพิ
ธี
บู
ชาแม่
โพสพ และยั
งมี
การลงข่
วง (ซึ
งทํ
ามาตั
งแต่
เดื
อนยี
) อี
กด้
วย ซึ
งคติ
ดั
งกล่
าวคล้
ายคลึ
งกั
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า (พระอริ
ยานุ
วั
ตร เขมจารี
เถระ, ๒๕๓๓ : ๑๕–๑๙)