๕
หากพิ
จารณาสั
ญลั
กษณ์
การท่
องเที
่
ยวที
่
แสดงออกถึ
งความเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนและ
ได้
ร ั
บการ “สร้
าง” ให้
เป็
นประเพณี
เพื
่
อการท่
องเที
่
ยวมากที
่
สุ
ดประการหนึ
่
งแล้
ว ได้
แก่
“ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า” หรื
อ “บุ
ญกํ
่
าฟ้
า” เนื
่
องจากได้
ถู
กบรรจุ
อยู
่
ในปฏิ
ทิ
นการท่
องเที
่
ยวของการท่
องเที
่
ยว
แห่
งประเทศไทย (การท่
องเที
่
ยวแห่
งประเทศไทย , ๒๕๔๕) ซึ
่
งหมายถึ
งการที
่
ประเพณี
กํ
าฟ้
า
หรื
อกํ
่
าฟ้
าได้
ร ั
บการร ั
บรองของหน่
วยงานร ั
ฐและหน่
วยงานที
่
เกี
่
ยวข้
องกั
บการท่
องเที
่
ยวเพื
่
อ
สะท้
อนถึ
งความมี
ตั
วตนของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนในประเทศไทยอย่
างเป็
นทางการ
อย่
างไรก็
ดี
ตามฮี
ตของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนแล้
ว ได้
ระบุ
ถึ
งประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าว่
าอยู
่
ใน
เดื
อนสาม ดั
งที
่
ธวั
ช ปุ
ณโณทก (๒๕๔๒ : ๒๓๐–๒๓๓) กล่
าวถึ
งฮี
ตของพวนว่
า
“มื
้
อเดื
อนสาม
ขึ
้
นสามคํ
่
า หื
้
อกํ
าฟ้
า”
ขณะเดี
ยวกั
น โพธิ
์
แซมลํ
าเจี
ยก (๒๕๓๗ : ๒๒๑–๒๓๒) ได้
อธิ
บาย
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าไว้
ว่
า คํ
าว่
ากํ
าฟ้
าเป็
นภาษาไทยพวนโดยที
่
คํ
าว่
ากํ
า หมายถึ
งการยึ
ดหรื
อถื
อ
ซึ
่
งคล้
ายกั
บคํ
าว่
า ขะลํ
า ที
่
ห้
ามทํ
างานในช่
วงเวลาการจั
ดงาน และคํ
าว่
าฟ้
า หมายถึ
งแถน หรื
อ
เทพเจ้
าที
่
สามารถดลบั
นดาลให้
คุ
ณให้
โทษกั
บคน อี
กทั
้
งฟ้
ายั
งหมายรวมถึ
งวิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
รษ
ที
่
ลู
กหลานจะต้
องให้
ความเคารพและบู
ชา ด้
วยเหตุ
นี
้
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจึ
งเป็
นการระลึ
กถึ
ง
ความดี
ของบรรพบุ
รุ
ษ โดยถื
อเอาพระยาแถนเป็
นผู
้
ให้
กํ
าเนิ
ดชาวพวนคนแรก (ตามตํ
านานขุ
นบู
ลม)
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนในประเทศไทย จั
ดขึ
้
นในระหว่
างเดื
อน ๓ ขึ
้
น ๓
คํ
่
าของทุ
กปี
ซึ
่
งเป็
นช่
วงเวลาที
่
“กบบ่
มี
ปาก นากบ่
มี
ฮู
ขี
้
หมากขามป้
อมต่
าวหวาน ฟ้
าไขป ั
กตู
นํ
้
า”
หรื
อในช่
วงการเกิ
ดฝนชะช่
อมะม่
วง ทั
้
งนี
้
นอกจากการบู
ชาพระยาแถนและผี
บรรพบุ
รุ
ษแล้
ว
ยั
งมี
การสู
่
ขวั
ญข้
าว การบู
ชาแม่
โพสพ และการขนปุ
๋
ยใส่
นา ซึ
่
ง วาสนา บุ
ญสม (๒๕๔๒ : ๘๖–
๙๖) อธิ
บายว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าได้
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าร้
องคร ั
้
งแรกเพื
่
อการ
ทํ
านายความเป็
นอยู
่
ของคน อาชี
พ ตลอดจนสามารถทํ
านายถึ
งปริ
มาณนํ
้
าที
่
จะมี
ในแต่
ละวั
นอี
ก
ด้
วย
นอกจากนี
้
ในประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
ายั
งมี
การสู
่
ขวั
ญข้
าว โดยการตั
กข้
าวออกมาจากยุ
้
งเพื
่
อเชิ
ญ
ขวั
ญแม่
โพสพให้
อยู
่
กั
บชาวพวน แล้
วจึ
งนํ
าข้
าวที
่
ตั
กออกมาไปถวายพระสงฆ์
อี
กทั
้
งยั
งมี
การทํ
า
ข้
าวจี
่
ตามความเชื
่
อในชาดกที
่
นางปุ
ณณทาสี
แห่
งเมื
องพาราณสี
ถวายข้
าวจี
่
แด่
พระพุ
ทธเจ้
า ซึ
่
ง
ทํ
าให้
บรรลุ
โสดาบั
น อี
กทั
้
งยั
งมี
การทํ
าข้
าวปุ
้
น (ขนมจี
น) และข้
าวหลามถวายพระสงฆ์
หลั
งจากการถวายข้
าวจี
่
ผู
้
สู
งอายุ
จะถื
อศี
ลภาวนาที
่
วั
ด ขณะที
่
คนหนุ
่
มสาวจะมี
การละเล่
น
ต่
างๆ เช่
นเซิ
้
งนางด้
ง นางกวั
ก นางสาก มอญซ่
อนผ้
า ไม้
อื
่
อ และเมื
่
อถึ
งเวลาคํ
่
า หนุ
่
มสาวจะมี
๒
คติ
เรื
่
องกบบ่
มี
ปาก นากบ่
มี
ฮู
ขี
้
หมากขามป้
อมต่
าวหวาน ฟ้
าไขป ั
กตู
นํ
้
า นั
้
นพระอริ
ยานุ
วั
ตร เขมจารี
เถระ ได้
อธิ
บายไว้
ว่
าเมื
่
อถึ
งวั
นขึ
้
น ๓ คํ
่
า เดื
อน ๓ ซึ
่
งถื
อว่
าเป็
นวั
นมงคลของปี
เป็
นเวลาที
่
ชาวอี
สานจะต้
อง
ประกอบพิ
ธี
กรรมประจํ
าปี
ได้
แก่
การสู
่
ขวั
ญข้
าว (ตุ
้
มปากเล้
า) การหาบฝุ
่
นปุ
๋
ยใส่
นา เสริ
มเกษตรกรรม การ
ทํ
าบุ
ญมงคลเรื
อน ตุ
้
มปากเล้
าเลี
้
ยงพระ และการนํ
ากระบุ
งข้
าวเปลื
อกไปถวายวั
ดประจํ
าปี
นอกจากนี
้
ยั
ง
ประกอบพิ
ธี
บู
ชาแม่
โพสพ และยั
งมี
การลงข่
วง (ซึ
่
งทํ
ามาตั
้
งแต่
เดื
อนยี
่
) อี
กด้
วย ซึ
่
งคติ
ดั
งกล่
าวคล้
ายคลึ
งกั
บ
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า (พระอริ
ยานุ
วั
ตร เขมจารี
เถระ, ๒๕๓๓ : ๑๕–๑๙)