๑๓๗
ทํ
างานเพื
่
อให้
มี
การพั
กผ่
อนและหาความสุ
ขให้
กั
บตนเองเท่
านั
้
น อั
นสอดร ั
บกั
บหน้
าที
่
ใหม่
ในบริ
บท
การท่
องเที
่
ยวซึ
่
งต้
องการกิ
จกรรมเพื
่
อความบั
นเทิ
ง ด้
วยเหตุ
นี
้
หน้
าที
่
ของประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าที
่
มี
อยู
่
จึ
ง
เปลี
่
ยนแปลงไป
๕.๓.๓ บุ
ญกํ
าฟ้
ากั
บการสร้
างความเป็
นอื่
น
การสร้
างความเป็
นอื
่
นหมายถึ
งการอธิ
บายรู
ปแบบความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนสองกลุ
่
ม
ในลั
กษณะที
่
จะอธิ
บายว่
าอี
กกลุ
่
มหนึ
่
งแตกต่
างจากตนเองอย่
างไร ซึ
่
งอาจกล่
าวได้
ว่
างานประเพณี
บุ
ญ
กํ
าฟ้
าในพื
้
นที
่
วิ
จั
ยทั
้
ง ๓ แห่
งมี
การสร้
างความเป็
นอื
่
นในความหมายดั
งกล่
าวด้
วยเช่
นกั
นเห็
นได้
จาก
๑) ความเป็
นอื่
นทางประวั
ติ
ศาสตร์
การจั
ดงานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในพื
้
นที
่
วิ
จั
ย โดยเฉพาะที
่
บ้
านหาดเสี
้
ยวและที
่
อํ
าเภอพรหมบุ
รี
ได้
มี
การนํ
าเสนอประวั
ติ
ของประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าที
่
เชื
่
อมโยงกั
บบุ
ญญาบารมี
ของเจ้
า
ชมภู
ซึ
่
งเป็
นเจ้
าครองเมื
องพวน
อั
นเปรี
ยบเสมื
อนวี
รบุ
รุ
ษของชาวพวนเนื
่
องจากไม่
ยอมขึ
้
นกั
บ
เวี
ยงจั
นทน์
กระทั
่
งเจ้
าชมภู
ถู
กจั
บแต่
ฟ้
าได้
ผ่
าลงด้
ามหอกของเพชฌฆาตทํ
าให้
ทางเวี
ยงจั
นทน์
เห็
นว่
า
เป็
นเหตุ
อั
ศจรรย์
จึ
งให้
เจ้
าชมภู
ครองเมื
องพวนตามเดิ
ม จนเป็
นที
่
มาของการกํ
าฟ้
าเพื
่
อ
แสดงความ
เคารพท้
องฟ้
ากล่
าวได้
ว่
าเจ้
าชมภู
จึ
งเป็
น “ภาพแทน” (อภิ
ญญา เฟื
่
องฟู
สกุ
ล, ๒๕๔๖ : ๖๙–๑๐๐)
หนึ
่
งของความเป็
นเอกราชและการรวมตั
วเป็
นกลุ
่
มก้
อนท่
ามกลางการสู
ญเสี
ยดิ
นแดนและความเป็
น
พวน
ไม่
เพี
ยงแต่
เจ้
าชมภู
จะเป็
นวี
รบุ
รุ
ษในตํ
านานพวนเท่
านั
้
น ประวั
ติ
ศาสตร์
การ
รวมตั
วเป็
นมู
ลนิ
ธิ
ไทยพวนอั
นเป็
นองค์
กรชาวพวนระดั
บประเทศชี
้
ให้
เห็
นว่
ายั
งมี
วี
รบุ
รุ
ษชาวพวนใน
ป ั
จจุ
บั
นที
่
ได้
ร ั
บการกล่
าวถึ
งทุ
กกิ
จกรรมของชาวพวนในแง่
ของการเป็
นแกนนํ
าให้
เกิ
ดการรวมตั
วของ
ชาวพวนมากขึ
้
น อาทิ
พล.อ. สายหยุ
ด เกิ
ดผล อดี
ตผู
้
บั
ญชาการทหารสู
งสุ
ด พล.ท. ปุ
่
น วงศ์
วิ
เศษ
อดี
ตผู
้
อํ
านวยการองค์
การสงเคราะห์
ทหารผ่
านศึ
ก ศาสตราจารย์
เกี
ยรติ
คุ
ณประหยั
ด พงษ์
ดํ
า
ศิ
ลปิ
นแห่
งชาติ
สาขาทั
ศนศิ
ลป์
(ภาพพิ
มพ์
) ประจํ
าปี
พ.ศ. ๒๕๔๑ และนายนพดล เสริ
มศิ
ริ
มงคล
รองประธานกรรมการบริ
ษั
ทห้
างสรรพสิ
นค้
าพาต้
าปิ่
นเกล้
า จํ
ากั
ด
ฯลฯ ซึ
่
งเป็
นชาวพวนที
่
มี
ชื
่
อเสี
ยง
และเป็
นแกนนํ
าในการจั
ดตั
้
งองค์
กรเพื
่
ออนุ
ร ั
กษ์
วั
ฒนธรรมพวนทั
้
ง ๑๙ จั
งหวั
ด อั
นนํ
าไปสู
่
การผลิ
ต
วาทกรรมเพื
่
ออธิ
บายความแตกต่
างของวั
ฒนธรรมพวนกั
บกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
อื
่
นๆ ในเวลาต่
อมา เช่
น
“...
กํ
าฟ้
าเป็
นประเพณี
สํ
าคั
ญประเพณี
หนึ
่
งของไทยพวนที
่
จั
ดติ
ดต่
อกั
นมาเป็
นเวลาช้
านาน นั
บว่
าเป็
น
ประเพณี
ที
่
สํ
าคั
ญและเชื
่
อถื
อกั
นอย่
างแน่
นหนา
แม้
กาลเวลาผ่
านไปเป็
นเวลาร้
อยๆ ปี
ประเพณี
ก็
ยั
ง
มั
่
นคง...”
(ไชยวั
ฒน์
สุ
คั
นธวิ
ภั
ติ
, ๒๕๕๑ : สั
มภาษณ์
) เป็
นต้
น
๑
จากตํ
านานที
่
ชาวพวนอํ
าเภอพรหมบุ
รี
เล่
าสื
บต่
อกั
นมา พบว่
าในเวลาต่
อมาเจ้
าชมภู
มี
บุ
ตรครองเมื
องพวนชื
่
อเจ้
า
น้
อยซึ
่
งภายหลั
งเป็
นราชบุ
ตรเขยของพระเจ้
าอนุ
วงศ์
แห่
งเวี
ยงจั
นทน์
(สภาวั
ฒนธรรมอํ
าเภอพรหมบุ
รี
, ๒๕๔๓ : ๒)