Page 147 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๓๖
อย่
างไรก็
ดี
ในป ั
จจุ
บั
นการนํ
าเสนอภาพงานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าที
ส่
วนใหญ่
มุ
งอธิ
บาย
ให้
กั
บคนภายนอกเพี
ยงความหมายของการหยุ
ดทํ
างาน และการฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าร้
องเท่
านั
น ขณะที
ความ
จํ
าเป็
นต้
องพึ
งผู
ปกครองได้
ลดน้
อยลง คงเหลื
อแต่
การแสดงความชื
นชมผู
นํ
าพวนที
เจริ
ญก้
าวหน้
าใน
การร ั
บราชการเท่
านั
น จึ
งทํ
าให้
ความเชื
อที
จะอธิ
บายว่
า “ฟ้
าย่
อมปราณี
ผู
ไม่
ประพฤติ
ผิ
ด” จึ
งถู
กลบ
เลื
อนไป
๕.๓.๒ บุ
ญกํ
าฟ้
ากั
บความเชื่
อเกษตรกรรมและการจั
ดการทร ั
พยากรธรรมชาติ
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในพื
นที
วิ
จั
ยทั
ง ๓ แห่
งอาจกล่
าวได้
ว่
าในอดี
ตล้
วนแล้
วแต่
มี
ความสั
มพั
นธ์
ในเชิ
งเกษตรกรรมและการจั
ดการทร ั
พยากรธรรมชาติ
ทั
งสิ
น ทั
งนี
หากพิ
จารณา
ความหมายของคํ
าว่
ากํ
าฟ้
าโดยทั
วไปแล้
วแล้
วจะพบว่
านอกเหนื
อจากการอิ
งตํ
านานเพื
อการจั
ระเบี
ยบสั
งคมดั
งที
กล่
าวมาแล้
วในข้
อ ๕.๓.๑ แล้
วยั
งมี
ความเกี
ยวพั
นในประเด็
น การฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าร้
อง
ตามทิ
ศต่
างๆ เพื
อทํ
านายความแห้
งแล้
งสํ
าหร ั
บการทํ
านา ซึ
งมี
การทํ
านายว่
“…ถ้
าฟ้
าร้
องทางทิ
เหนื
อหรื
ออี
สานฝนจะตกหนั
ก ฟ้
าร้
องทางทิ
ศใต้
ฝนจะแล้
ง นํ
าท่
าไม่
สมบู
รณ์
การทํ
านาก็
จะเสี
ยหาย
ฟ้
าร้
องทางทิ
ศตะวั
นออก ฝนตกปานกลาง อาจเกิ
ดแห้
งแล้
วเสี
ยหายหรื
ออี
กนั
ยหนึ
งว่
าฟ้
าร้
องทางทิ
ใต้
จะอดเกลื
อ ฟ้
าร้
องทางทิ
ศเหนื
อจะอดข้
าว ฟ้
าร้
องทางทิ
ศตะวั
นตกจะเอาจอบทํ
าหอกทํ
าจา…”
(วิ
ฑู
รย์
พานิ
ชพั
นธเวศ, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
) อั
นแสดงให้
เห็
นถึ
งความรู
สึ
กไม่
มั
นคงต่
อธรรมชาติ
เนื
องด้
วยการมี
อํ
านาจจากฟ้
าในการควบคุ
มธรรมชาติ
อั
นสอดคล้
องกั
บความเชื
อของชาวอํ
าเภอ
พรหมบุ
รี
ที
งานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าส่
วนหนึ
งคื
อการเคารพฟ้
าจึ
งต้
องมี
การบู
ชาเทวดา (ซึ
งอยู
บนฟ้
า)
เพื
อให้
เกิ
ดความอุ
ดมสมบู
รณ์
ขณะเดี
ยวกั
น ความเชื
อในการกํ
าฟ้
าของแต่
ละแห่
งยั
งมี
ความแตกต่
างกั
นไปอี
กในแต่
ละพื
นที
เห็
นได้
จากความเชื
อเกี
ยวกั
บการใส่
ปุ
ยในนาและการนํ
าเมล็
ดพั
นธุ
พื
ชไปหว่
านในไร่
นาในวั
กํ
าฟ้
าที
ตํ
าบลบ้
านผื
อ อั
นสะท้
อนให้
เห็
นถึ
งทั
ศนคติ
การมองความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนกั
บธรรมชาติ
ที
มี
ความเกื
อกู
ลกั
น ซึ
งเป็
นการมองอย่
างเข้
าใจธรรมชาติ
ว่
าเป็
นมิ
ตรและมนุ
ษย์
ไม่
ใช่
นายธรรมชาติ
ดั
งนั
นจึ
งต้
องมี
ช่
วงเวลาในการ “พั
กฟื
น” ทั
งพั
กฟื
นแรงงานซึ
งหมายถึ
งการไม่
ทํ
างานในวั
นกํ
าฟ้
า และ
พั
กฟื
นธรรมชาติ
ที
ต้
องมี
การตอบแทนธรรมชาติ
ด้
วยการใส่
ปุ
ยและหว่
านเมล็
ดพั
นธุ
พื
ชลงในไร่
นา อี
ทั
งยั
งเป็
นการเตรี
ยมดิ
นเพื
อการเพาะปลู
กในคร ั
งต่
อไป
กล่
าวได้
ว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในอดี
ตจึ
งมี
ความสํ
าคั
ญในสั
งคมเกษตรกรรมอย่
างยิ่
ทั
งนี
หากพิ
จารณาประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในป ั
จจุ
บั
น แม้
ว่
าจะมี
การฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าอยู
บ้
างในบางพื
นที
แต่
การ
ใช้
เทคโนโลยี
เพื
อทํ
านายความอุ
ดมสมบู
รณ์
อย่
างน้
อยที
สุ
ดได้
แก่
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
ทางนํ
า ทํ
าให้
ความรู
สึ
กไม่
มั
นคงจากอํ
านาจเหนื
อธรรมชาติ
หมดไป ขณะเดี
ยวกั
นผลจากเทคโนโลยี
สมั
ยใหม่
ประกอบกั
บแนวคิ
ดการเป็
นนายของธรรมชาติ
ในสั
งคมสมั
ยใหม่
ทํ
าให้
ไม่
มี
ความจํ
าเป็
นที
จะเกื
อกู
ธรรมชาติ
อี
กต่
อไป โดยนั
ยนี
หน้
าที
ของประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจึ
งเปลี
ยนแปลงไปเป็
นช่
วงเวลาที
ไม่
ต้
อง