Page 48 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ผลการวิ
จั
ย/๔๒
และเครื่
องดื่
มแก
เรา และทรงทํ
าให
เราเป
นมุ
สลิ
ม (บรรจง บิ
นกาซั
น: ๒๕๔๓) นอกจากนี้
การ
ดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตครอบครั
วตามแนวทางจากอั
ลกุ
รอ
าน และอั
ลหะดี
ษกล
าวว
า ควรจะสอนให
ลู
กๆ รู
ถึ
จริ
ยธรรมและบทดุ
อาอ
ต
างๆ เช
น ดุ
อาอ
เมื่
อรั
บประทานอาหาร ไม
นั่
งในทางสั
ญจรไปมา ไม
นั่
งใน
ร
านกาแฟ และเป
นเรื่
องจํ
าเป
นด
วยเช
นกั
นที่
จะต
องสอนสตรี
ให
รู
จั
กมารยาทการรั
บประทานอาหาร
การดื่
ม (เชค มุ
ฮั
มมั
ด ซอและห
อั
ลมุ
นั
จญิ
ด แปลโดย มุ
ฮั
มมั
ด บิ
น ฟาริ
ด อั
ลอั
ซอารี
ย
, ๒๕๔๙: ๓๕,
๕๔, ๘๘) นอกจากนี้
มุ
สลิ
มยั
งให
กิ
นและดื่
มให
หมดภาชนะ อย
าให
เหลื
อ ฟุ
มเฟ
อย
ชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนบางหลวงถื
อปฏิ
บั
ติ
ตามหลั
กศาสนาเกี่
ยวกั
บมารยาทในการ
รั
บประทานอาหาร เช
น ก
อนรั
บประทานอาหาร กล
าวคํ
าว
"บิ
สมิ
ลลาฮิ
รเราะฮมา นิ
รเราะฮี
ม"
และ
ถ
าหากลื
มกล
าวนามของอั
ลลอฮฺ
ในตอนเริ่
มรั
บประทาน
จะกล
าวนามของอั
ลลอฮฺ
ในทั
นที
หรื
หลั
งจากรั
บประทานอาหารเสร็
จเรี
ยบร
อยแล
ส
วนใหญ
จะกล
าวนามของอั
ลลอฮฺ
ในตอนเริ่
รั
บประทานแต
หลั
งจากรั
บประทานอาหารเสร็
จเรี
ยบร
อยแล
วจะไม
ค
อยมี
ใครกล
าวนามของอั
ลลอฮฺ
มารยาทในการรั
บประทานอาหารของชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนบางหลวงเหมื
อนกั
ชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนหนองจอก กรุ
งเทพมหานครคื
อจะต
องกล
าวนามของพระเจ
าก
อน
เวลาการบริ
โภคอาหาร
ตามบทบั
ญญั
ติ
ของศาสนาอิ
สลามไม
ได
กล
าวถึ
งเวลาในการบริ
โภค ยกเว
นในช
วง
ถื
อศี
ลอด มุ
สลิ
มจะบริ
โภคได
ก็
ต
อเมื่
อดวงอาทิ
ตย
ตกจนกระทั่
งก
อนถึ
งรุ
งสางของอี
กวั
นหนึ่
ชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนบางหลวงส
วนใหญ
รั
บประทานอาหารวั
นละ ๓ มื้
อ คื
อมื้
อเช
มื้
อกลางวั
น และมื้
อเย็
น บางครั้
งถ
าหิ
วในช
วงกลางคื
นก็
จะรั
บประทานอี
กครั้
งหนึ่
ง แต
บางคน
รั
บประทานอาหารเพี
ยง ๒ มื้
อ คื
อมื้
อกลางวั
น และมื้
อเย็
น ส
วนมื้
อเช
าจะดื่
มกาแฟแทน
เวลาการบริ
โภคอาหารของชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนบางหลวง
เหมื
อนกั
บชาวไทย
มุ
สลิ
มอํ
าเภอเมื
องสตู
ล จั
งหวั
ดสตู
ล และชาวไทยมุ
สลิ
มใน ๓ จั
งหวั
ดชายแดนภาคใต
คื
อที่
บ
านบู
แม
ตํ
าบลยี่
งอ อํ
าเภอยี่
งอ จั
งหวั
ดนราธิ
วาส บ
านปาลั
ส ตํ
าบลควน อํ
าเภอปะนาเระ จั
งหวั
ดป
ตตานี
บ
าน
ราโมง ตํ
าบลยะรม อํ
าเภอเบตง จั
งหวั
ดยะลา และบ
านธารมะลิ
ตํ
าบลอั
ยเยอร
เวง อํ
าเภอเบตง จั
งหวั
ยะลา บริ
โภคอาหารวั
นละ ๓ มื้
อ คื
อมื
อเช
า มื้
อกลางวั
น และมื้
อเย็
น สํ
าหรั
บชาวไทยมุ
สลิ
มอํ
าเภอ
เมื
องสตู
ล จั
งหวั
ดสตู
ล มี
เวลาการบริ
โภคอาหารในแต
ละมื้
อ ดั
งนี้
มื้
อเช
าเริ่
มบริ
โภคอาหารระหว
าง
เวลา ๐๗.๐๐ - ๐๗.๓๐ น. มื้
อกลางวั
นเริ่
มบริ
โภคอาหารระหว
างเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น. และมื้
เย็
นเริ่
มบริ
โภคอาหารระหว
างเวลา ๑๗.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.
ลั
กษณะการบริ
โภคอาหาร
ตามบทบั
ญญั
ติ
ของศาสนาอิ
สลามให
มุ
สลิ
มบริ
โภคอย
างพอประมาณ คื
อ สามส
วน
ของกระเพาะอาหารควรเป
นอาหาร ๑ ส
วน น้ํ
า ๑ ส
วน และอากาศ ๑ ส
วน และไม
ให
รั
บประทานใน
ลั
กษณะทิ้
งขว
าง สุ
รุ
ยสุ
ร
ายหรื
อโอ
อวด (เสาวนี
ย
จิ
ตต
หมวด, ๒๕๓๕: ๑๙๗-๑๙๙)