Page 47 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ผลการวิ
จั
ย/๔๑
มารยาทในการรั
บประทานอาหาร
ตามบทบั
ญญั
ติ
ของศาสนาอิ
สลาม มุ
สลิ
มยอมรั
บว
าการรั
บประทานอาหารเป
สิ่
งจํ
าเป
นต
อการดํ
ารงชี
วิ
ตทางด
านร
างกายของมนุ
ษย
ที่
จะต
องเจริ
ญเติ
บโต
ใช
กํ
าลั
งงานและสร
าง
พลานามั
ยที่
แข็
งแรง แต
ขณะเดี
ยวกั
น มนุ
ษย
ก็
มิ
ได
เกิ
ดมาเพี
ยงเพื่
อกิ
นอย
างเดี
ยวเหมื
อนกั
บสิ่
งมี
ชี
วิ
อื่
นๆ เท
านั้
น แต
มนุ
ษย
ยั
งต
องการมารยาทในการกิ
นและดื่
ม เพื่
อแสดงถึ
งความมี
วั
ฒนธรรมอั
นเป
สิ่
งที่
นอกจากจะแยกมนุ
ษย
ออกจากสั
ตว
แล
ว ยั
งเป
นสิ่
งที่
จะบอกถึ
งระดั
บการศึ
กษา และวั
ฒนธรรม
ในหมู
มนุ
ษย
ด
วยกั
นเองอี
กด
วย ดั
งนั้
น ตามหลั
กศาสนาอิ
สลามจึ
งได
กํ
าหนดมารยาทในการกิ
นและ
ดื่
มไว
สํ
าหรั
บมุ
สลิ
มดั
งนี้
ก
อนรั
บประทานอาหารทุ
กครั้
งจะต
องล
างมื
อให
สะอาดเสี
ยก
อน แม
ว
อาหารมื้
อนั้
นจะไม
ได
กิ
นด
วยมื
อก็
ตาม ก
อนรั
บประทานอาหารหรื
อดื่
มน้ํ
าทุ
กครั้
ง จะต
องกล
าวคํ
าว
"บิ
สมิ
ลลาฮิ
รเราะฮมา นิ
รเราะฮี
ม"
(ด
วยพระนามของอั
ลลอฮฺ
ผู
ทรงกรุ
ณาปรานี
ผู
ทรงเมตตาเสมอ)
เมื่
อจะกิ
นหรื
อดื่
ม ควรนั่
งให
เรี
ยบร
อย อย
าเอนกายหรื
อนอนเอกเขนก หรื
อนั่
งยองๆ หรื
อยื
นกิ
น ถ
หากว
าสามารถหาที่
นั่
งที่
เหมาะสมได
อย
ากิ
นหรื
อดื่
ม ในขณะที่
ปวดอุ
จจาระ หรื
อป
สสาวะ ให
ไป
ถ
ายเสี
ยก
อน แล
วจึ
งค
อยมากิ
น ให
ใช
มื
อขวาในการกิ
น และดื่
ม อย
างไรก็
ตาม ให
ใช
มื
อซ
ายได
ถ
เกรงว
า การหยิ
บช
อนกลางด
วยมื
อขวาจะทํ
าให
ช
อนกลางหรื
อภาชนะอย
างอื่
นเป
อนอาหารที่
ติ
ดมื
อยู
เมื่
อเวลารั
บประทานอาหารด
วยมื
อ อย
าใช
นิ้
วที่
เป
อนอาหารจ
วงลงไปในอาหารที่
เราต
องกิ
ร
วมกั
บคนอื่
น อย
ารั
บประทานอาหารคํ
าโตเกิ
นไป และไม
ควรกิ
นอย
างรี
บเร
งหรื
อมู
มมาม พยายาม
อย
าให
อาหารที่
กิ
นอยู
หกเรี่
ยราดรอบภาชนะที่
ใส
อาหาร ควรดู
แลและหยิ
บยื่
นอาหารที่
อยู
ใกล
ตั
วเรา
ให
แก
คนที่
ยู
ไกลจากอาหารนั้
น ในกรณี
ที่
กิ
นร
วมกั
น ควรจะรั
บประทานอาหารให
เสร็
จพร
อมๆ หรื
เสร็
จในเวลาที่
ไล
เลี่
ยกั
บคนอื่
นๆ และควรจะลุ
กจากวงอาหารเมื่
อทุ
กคนกิ
นเสร็
จแล
ว อย
าคุ
ยในขณะ
เคี้
ยวอาหาร และอย
าเคี้
ยวให
มี
เสี
ยงดั
ง ควรรั
บประทานอาหารร
วมกั
นกั
บพี่
น
องหรื
อเพื่
อน เพราะมั
จะก
อให
เกิ
ดความรั
กความสามั
คคี
อย
าเรอในขณะที่
ร
วมรั
บประทานอาหารกั
บคนอื่
น ถ
าหากรู
สึ
กว
จะจาม ให
ป
องปาก และจมู
กของตั
วเอง และหั
นไปนอกวงอาหาร หรื
อขอตั
วลุ
กไปจามที
อื่
น อย
ตํ
าหนิ
อาหารที่
มี
ผู
นํ
ามาเลี้
ยง จงกิ
นในสิ่
งที่
เราชอบ สิ่
งใดที่
ไม
ชอบก็
ไม
ต
องกิ
น อย
าหั
วเราะคิ
กคั
หรื
อคุ
ยมากเกิ
นไปในเวลารั
บประทานอาหาร
อย
าเลื
อกกิ
นแต
อาหารที่
เราชอบอย
างเดี
ยวโดยไม
คํ
านึ
งถึ
งคนอื่
น อย
าดมอาหารที่
นํ
ามาเลี้
ยงโดยไม
จํ
าเป
น เพราะการทํ
าเช
นนี้
เป
นมารยาทที่
ไม
สุ
ภาพ
อย
าแคะฟ
นหรื
อเขี่
ยเศษอาหารในปาก ขณะที่
กํ
าลั
งรั
บประทานอาหารร
วมกั
นคนอื่
น เพราะการทํ
เช
นนี้
เป
นสิ่
งน
ารั
งเกี
ยจ หากจํ
าเป
นก็
ให
ใช
มื
อ หรื
อผ
าป
องปากตั
วเอง ตั
กอาหารแต
พออิ่
ม และกิ
นให
เกลี้
ยงจาน ท
านศาสดามุ
ฮั
มหมั
ด แนะนํ
าให
รั
บประทานอาหารแค
สามส
วนของกระเพาะ และอี
ส
วนหนึ่
งไว
สํ
าหรั
บน้ํ
า อย
าเป
าอาหาร หรื
อน้ํ
าที่
ร
อน เพราะลมที่
เราเป
า หรื
อหายใจออกมานั้
นไม
สะอาด เมื่
อเวลาดื่
มน้ํ
า จงค
อย ๆ ดื่
มที
ละอึ
ก อย
าดื่
มรวดเดี
ยวหมดแก
ว เพราะอาจเป
นอั
นตรายต
สุ
ขภาพ และเมื่
อรั
บประทานอาหารเสร็
จเรี
ยบร
อยแล
ว ให
กล
าวคํ
าขอบคุ
ณอั
ลลอฮฺ
ผู
ทรงให
อาหาร