Page 19 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทนํ
า/๑๓
แหล
งที่
มาของอาหารได
มาจาก แหล
งอาหารตามธรรมชาติ
ในพื้
นที่
ได
จากผลผลิ
ตในครั
วเรื
อน และอาหารที่
ได
จากการแลกเปลี่
ยนซื้
อขายจากตลาด
การประกอบอาหารจะให
ความสํ
าคั
ญด
านรสชาติ
แต
ต
องขึ้
นกั
บเศรษฐกิ
ของแต
ละครอบครั
วด
วย การจั
ดอาหารในการบริ
โภค สํ
าหรั
บผู
ชายที่
อยู
ในวั
ยผู
ใหญ
แม
บ
านหรื
อลู
สาว จะเป
นผู
จั
ดให
บางครอบครั
วบริ
โภคอาหารพร
อมกั
นในมื้
อค่ํ
า ส
วนมื้
ออื่
นต
างคนต
างบริ
โภค
ผู
ใหญ
จะจั
ดอาหารรั
บประทานเอง โดยตั
กแกงใส
ถ
วยนั่
งรั
บประทานอาหารที่
พื้
นหรื
อโต
ะอาหาร
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บการบริ
โภคอาหารในวั
ยผู
ใหญ
มี
มากพอสมควร
เนื่
องจากวั
ยนี้
มี
ประสบการณ
และผ
านชี
วิ
ตมามาก วั
ยผู
ใหญ
จะเน
นอาหารหลั
กที่
รั
บประทานแล
วอิ่
นาน มี
รสจั
ด การประกอบอาหารในบ
านจะขึ้
นอยู
กั
บความต
องการของวั
ยผู
ใหญ
เป
นสํ
าคั
อาหารที่
เชื่
อว
าเป
นของแสลงจะถู
กห
ามนํ
ามาประกอบอาหาร เช
น เนื้
อสั
ตว
ที่
ตายเอง ห
ามหญิ
งหลั
คลอดบริ
โภค ขนุ
น แตงโม มะมุ
ด จํ
าปาดะ สั
บปะรด มะละกอสุ
ก ลางสาด เชื่
อว
าถ
าบริ
โภคแล
วจะ
ทํ
าให
ไม
สบายถึ
งกั
บเสี
ยชี
วิ
ต (ปราณี
จั
นทศรี
, ๒๕๔๗: ๘๐-๑๐๕)
ชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนเก
าเส็
ง ตํ
าบลบ
อยาง อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดสงขลา วั
ผู
ใหญ
สามารถบริ
โภคอาหารได
แทบทุ
กชนิ
ด การประกอบอาหารสํ
าหรั
บวั
ยผู
ใหญ
ประกอบอาหาร
รสจั
ด ๑ อย
าง ส
วนอย
างอื่
นจะเป
นอะไรก็
ได
นิ
ยมนํ
าอาหารทะเลมาประกอบอาหาร เพราะความ
เคยชิ
นกั
บอาหารทะเล วั
ยผู
ใหญ
บริ
โภคอาหารวั
นละ ๓ มื้
อ คื
อ มื้
อเช
า มื้
อเที่
ยง มื้
อเย็
นหรื
อมื้
อค่ํ
วั
ยนี้
มี
ลั
กษณะการบริ
โภคอาหารที่
เรี
ยบร
อย คื
อนั่
งบริ
โภคอาหาร ใช
ช
อนตั
กอาหาร ใช
มื
อในการ
หยิ
บจั
บอาหารบริ
โภคบ
าง เช
น อาหารทะเลบางชนิ
ด แม
บ
านจะนํ
าอาหารใส
สํ
ารั
บเฉพาะอาหารคาว
ส
วนอาหารหวานและผลไม
จะใส
ภาชนะต
างหาก
วั
ยนี้
มี
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บเรื่
องอาหารแสลงมาก
เพราะประสบการณ
ที่
ได
พบเห็
นและคนรุ
นก
อนห
ามไว
ความเชื่
ออี
กอย
างหนึ่
งเป
นความเชื่
อตาม
หลั
กศาสนาอิ
สลามที่
ห
ามบริ
โภคอาหารบางชนิ
ด (ประสิ
ทธิ์
คงธรรม, ๒๕๓๙ อ
างใน
ปราณี
จั
นทศรี
, ๒๕๔๗: ๓๐-๓๑)
อาหารที่
ชาวไทยมุ
สลิ
มใน ๓ จั
งหวั
ดชายแดนภาคใต
คื
อที่
บ
านบู
แม ตํ
าบล
ยี่
งอ อํ
าเภอยี่
งอ จั
งหวั
ดนราธิ
วาส บ
านปาลั
ส ตํ
าบลควน อํ
าเภอปะนาเระ จั
งหวั
ดป
ตตานี
บ
านราโมง
ตํ
าบล ยะรม อํ
าเภอเบตง จั
งหวั
ดยะลา และบ
านธารมะลิ
ตํ
าบลอั
ยเยอร
เวง อํ
าเภอ เบตง จั
งหวั
ดยะลา
นิ
ยมรั
บประทานเป
นอาหารพื้
นเมื
อง
ซึ่
งมั
กปรุ
งกั
นเองในแต
ละครอบครั
หรื
อออกไปกิ
นตาม
ร
านอาหารหรื
อร
านน้ํ
าชา และบ
างก็
ซื้
อใส
ห
อนํ
ากลั
บไปรั
บประทานร
วมกั
บสมาชิ
กทั้
งครอบครั
วที่
บ
านตามแต
สะดวก อาหารหลั
กสํ
าหรั
บมื้
อเช
าที่
ชาวไทยมุ
สลิ
มใน ๓ จั
งหวั
ดชายแดนภาคใต
นิ
ยม
รั
บประทานมั
กเป
นข
าวยํ
า มี
ข
าวยํ
าสี
ขาว ข
าวยํ
าสี
เหลื
อง ข
าวยํ
าใบยอ ข
าวเหนี
ยวนึ่
ง ข
าวเหนี
ยวป
ขนมครก ข
าวแกง (เนื้
อ ปลา ไก
ไข
) นาสิ
ตาแฆ ละแส โรตี
และมะตะบะ อาหารสํ
าหรั
บมื้
อเที่
ยง
และมื้
อค่ํ
า เป
นอาหารที่
มี
ข
าวสวย เป
นหลั
ก ส
วนกั
บข
าวแตกต
างกั
นไป ตามรสนิ
ยมและฐานะทาง
เศรษฐกิ
จของผู
บริ
โภค (รั
ตติ
ยา สาและ, ๒๕๔๔: ๑๔๐-๑๔๑)