Page 17 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

บทนํ
า/๑๑
ทารกรั
บประทานปลา เพราะเชื่
อว
าจะทํ
าให
เป
นพยาธิ
ห
ามทารกบริ
โภคอาหารหวานก
อนอาหาร
คาว เพราะเชื่
อว
าจะทํ
าให
ปวดท
อง ห
ามป
อนอาหารให
ทารกด
วยมื
อซ
าย เพราะเชื่
อว
าจะเกิ
อั
ปมงคล ห
ามทารกบริ
โภคเนื้
อสั
ตว
เพราะเชื่
อว
าจะทํ
าให
เกิ
ดโรค ห
ามทารกบริ
โภคผลไม
ในตอน
เช
า เพราะเชื่
อว
าจะทํ
าให
ปวดท
อง (ปราณี
จั
นทศรี
, ๒๕๔๗: ๔๖-๕๖)
วั
ฒนธรรมอาหารในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นสํ
าหรั
บทารก
ของชาวไทยมุ
สลิ
ชุ
มชนเก
าเส็
ง ตํ
าบลบ
อยาง อํ
าเภอเมื
อง จั
งหวั
ดสงขลา จะบริ
โภคนมแม
เป
นเวลา ๔ เดื
อน หลั
งจาก
นั้
น จะให
อาหารเสริ
มควบคู
กั
บนมผสม โดยให
บริ
โภคสลั
บกั
นระหว
างนมผสมกั
บอาหารเสริ
ม และ
อาหารอื่
นๆ เช
น ผลไม
เป
นต
น เมื่
อทารกมี
อายุ
ประมาณ ๒-๓ ป
ลั
กษณะอาหารที่
บริ
โภคเป
อาหารเหลวละเอี
ยดที่
สามารถบริ
โภคได
ง
าย การประกอบอาหารใช
ความร
อนในการปรุ
งจนสุ
ก บด
อาหารให
ละเอี
ยดก
อนให
ทารกบริ
โภค ทารกบริ
โภคอาหารวั
นละ ๖ มื้
อ คื
อ มื้
อเช
า มื้
อสาย มื้
อเที่
ยง
มื้
อบ
าย มื้
อเย็
น และมื้
อค่ํ
า ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บการบริ
โภคอาหารเชื่
อว
านมแม
หรื
อนมผสมเป
นอาหาร
หลั
กสํ
าหรั
บทารก ชาวบ
านส
วนหนึ่
งเชื่
อว
าเนื้
อสั
ตว
ทุ
กชนิ
ดเป
นตั
วก
อให
เกิ
ดโรคสํ
าหรั
บทารก แต
ชาวบ
านส
วนหนึ่
งเชื่
อว
า เนื้
อสั
ตว
เครื่
องในสั
ตว
น้ํ
าต
มกระดู
ก และไข
แดง เป
นอาหารบํ
ารุ
งสํ
าหรั
ทารก สํ
าหรั
บมื้
อเช
าต
องให
ทารกบริ
โภคอาหารคาวก
อนอาหารประเภทอื่
น โดยเชื่
อว
าถ
าบริ
โภค
อาหารประเภทอื่
นก
อนจะทํ
าให
ทารกไม
สบาย และเชื่
อว
าผั
กเป
นอาหารบํ
ารุ
งสํ
าหรั
บทารก ส
วน
ผลไม
ช
วยให
ระบบการขั
บถ
ายของทารกทํ
างานได
ดี
ขึ้
น (ประสิ
ทธิ์
คงธรรม, ๒๕๓๙ อ
างใน ปราณี
จั
นทศรี
, ๒๕๔๗: ๒๙-๓๐)
๒.๒ วั
ฒนธรรมอาหารสํ
าหรั
บเด็
กและวั
ยรุ
การบริ
โภคอาหารในวั
ยเด็
กและวั
ยรุ
น ของชาวไทยมุ
สลิ
มอํ
าเภอเมื
องสตู
จั
งหวั
ดสตู
ล มี
ผลสื
บเนื่
องมาจากการบริ
โภคอาหารในวั
ยทารก การบริ
โภคอาหารมี
ความแตกต
าง
กั
นเนื่
องจากวั
ยเด็
กและวั
ยรุ
นสามารถช
วยเหลื
อตนเองในการบริ
โภค
ผู
จั
ดเตรี
ยมอาหารไม
จํ
าเป
นต
องดู
แลมากนั
ก เพี
ยงแต
คอยประกอบอาหารไว
ตามความต
องการเท
านั้
น วั
ยเด็
กและวั
ยรุ
ส
วนใหญ
นิ
ยมออกไปหาอาหารบริ
โภคนอกบ
าน เช
น ตามร
านอาหารในหมู
บ
าน ส
วนวั
ยเด็
กและ
วั
ยรุ
นที่
อยู
ในตํ
าบลพิ
มานและตํ
าบลฉลุ
ง นิ
ยมบริ
โภคอาหารตามร
านค
าในตลาด ในการบริ
โภค
อาหารจะบริ
โภคไม
เป
นเวลา
โดยบริ
โภคอาหารเมื่
อรู
สึ
กหิ
สํ
าหรั
บวั
ยเด็
กและวั
ยรุ
นที่
ต
องไป
โรงเรี
ยน แม
จะเตรี
ยมอาหารให
ในตอนเช
าก
อนไปโรงเรี
ยน บางคนบริ
โภคอาหารที่
บ
าน บางคนซื้
อาหารบริ
โภคภายในชุ
มชน และซื้
ออาหารมื้
อเที่
ยงที่
โรงเรี
ยน ในวั
ยนี้
มั
กจะนิ
ยมบริ
โภคอาหาร
ประเภทจานเดี
ยว เช
น ก
วยเตี๋
ยวเนื้
อเป
อย ก
วยเตี๋
ยวกะทิ
ก
วยเตี๋
ยว ราดหน
า ก
วยเตี๋
ยวน้ํ
าแกง
เย็
นตาโฟ ป
สมอส ข
าวมั
นไก
ข
าวหมกไก
ข
าวเหนี
ยวไก
ขนมจี
น ข
าวยํ
า เป
นต
น ซึ่
งเป
นอาหารที่
มี
จํ
าหน
ายทั่
วไปตามร
านอาหารในตลาดและในชุ
มชน
วั
ยเด็
กและวั
ยรุ
นที่
ไปโรงเรี
ยนนิ
ยม
รั
บประทานหลั
งจากโรงเรี
ยนเลิ
ก เป
นการบริ
โภคระหว
างมื้
อ คื
อ มื้
อเที่
ยง และมื้
อเย็
น ความเชื่
เกี่
ยวกั
บลั
กษณะการบริ
โภคอาหารของวั
ยเด็
กและวั
ยรุ
น จะใช
มื
อขวาในการตั
กอาหารบริ
โภค คนที่