Page 52 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

42
วั
ฒนธรรมและประเพณี
มากที่
สุ
ด มี
การแสวงหาจากเพื่
อนในประเทศของตนเองรวมทั้
งเพื่
อนคน
ไทยและมี
การสื
บค
นข
อมู
ลด
วยระบบอิ
นเตอร
เน็
ต และจากสื่
อสิ่
งพิ
มพ
ประเภทหนั
งสื
อ รวมไปถึ
แหล
งข
อมู
ลการท
องเที่
ยวแห
งประเทศไทยที่
ตรงต
อความต
องการของบุ
คลากรต
างชาติ
และเรื่
องที่
สี่
เป
นงานวิ
จั
ยของป
ทมา อุ
ฬารธรรม (2544) ที่
ได
ศึ
กษา
คุ
ณลั
กษณะผู
ร
วมงานชาวไทยที่
ประสบ
ความสํ
าเร็
จในการทํ
างานกั
บบริ
ษั
ทต
างชาติ
ผลการศึ
กษาเรื่
องนี้
สรุ
ปได
ว
าป
ญหาและอุ
ปสรรคใน
การทํ
างานกั
บคนต
างชาติ
ของผู
ร
วมงานชาวไทย มั
กจะพบป
ญหาด
านวั
ฒนธรรม สั
งคม ภาษา ที่
แตกต
างกั
น ทํ
าให
เกิ
ดป
ญหาในการสื่
อสารและความเข
าใจในการทํ
างานระหว
างผู
ร
วมงานชาวไทย
กั
บชาวต
างชาติ
นอกจากนี้
เรื่
องที่
ห
าเป
นงานวิ
จั
ยของอั
สมา สิ
มารั
กษ
(2551) ที่
ได
ศึ
กษา
ผลกระทบ
ของการท
องเที่
ยวต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมในเมื
องฮอยอั
น ประเทศเวี
ยดนาม
ภายหลั
งได
รั
บการประกาศให
เป
นเมื
องมรดกโลก
ผลของการศึ
กษาสรุ
ปได
ว
าผลกระทบของการ
ท
องเที่
ยวต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมในเมื
องฮอยอั
น ประเทศเวี
ยดนาม ภายหลั
ได
รั
บการประกาศให
เป
นเมื
องมรดกโลก สรุ
ปได
ว
าการท
องเที
ยวได
ทํ
าให
เกิ
ดป
ญหาความสั
มพั
นธ
ระหว
างคนในครอบครั
วที่
ประกอบอาชี
พในภาคการท
องเที่
ยว ส
วนป
ญหาสั
งคมที่
พบเป
นเพี
ยงการ
ลั
กเล็
กขโมยน
อยและการเกิ
ดอุ
บั
ติ
เหตุ
บนท
องถนน เกิ
ดการเอาเปรี
ยบนั
กท
องเที่
ยวจากบริ
ษั
ทนํ
เที่
ยวและโรงแรม ในด
านป
ญหาด
านสิ่
งแวดล
อมนั้
น พบว
ามี
ร
านค
าและบริ
การเป
ดมากจนเกิ
นไป มี
แผงสิ
นค
ายื่
นออกมาเกะกะทางเดิ
น มี
การขุ
ดซ
อมถนนภายในเมื
องเป
นประจํ
า ส
งผลกระทบแก
นั
กท
องเที่
ยวที่
เดิ
นชมโบราณสถานในเมื
อง เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงของค
านิ
ยมทั้
งทางด
านการแต
กาย การบริ
โภค ค
านิ
ยมความทั
นสมั
ย และเกิ
ดการลดคุ
ณค
าของงานศิ
ลปหั
ตถกรรม นอกจากนี้
กฎระเบี
ยบและข
อบั
งคั
บที่
ออกมาควบคุ
มอนุ
รั
กษ
เมื
องโบราณยั
งส
งผลกระทบต
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตคนใน
ชุ
มชนอี
กด
วยจากการศึ
กษาครั้
งนี้
มี
ข
อเสนอแนะ คื
อ ในการดํ
าเนิ
นงานของภาครั
ฐหรื
อจากองค
การ
ยู
เนสโกควรคํ
านึ
งถึ
งความต
องการของคนในชุ
มชน ให
ได
มี
ส
วนร
วมในการตั
ดสิ
นใจ มี
การจั
ดอบรม
ความรู
เรื่
องการอนุ
รั
กษ
และอบรมการใช
ภาษาอั
งกฤษขั้
นพื้
นฐาน เพื่
อให
การบริ
การนั
กท
องเที่
ยวมี
คุ
ณภาพมากขึ้
นและทํ
าให
เกิ
ดการจั
ดการการท
องเที่
ยวอย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพ โดยมี
หน
วยงาน
ควบคุ
มในการอนุ
ญาตการเป
ดกิ
จการร
านค
าต
าง ๆ มี
การจํ
ากั
ดและควบคุ
มไม
ให
มากเกิ
นไป
นอกจากนี้
ยั
งมี
ผลงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข
องในแง
มุ
มสะท
อนการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและ
วั
ฒนธรรมของพื้
นที่
อํ
าเภอเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น จั
งหวั
ดสุ
ราษฎร
ธานี
ผู
วิ
จั
ยได
รวบรวมงานวิ
จั
ที่
เกี่
ยวข
องมี
อยู
ประมาณ 6 เรื่
องคื
เรื่
องแรก เป
นการศึ
กษาของป
ยนุ
ช คงวิ
ทยากุ
ล (2540) ที่
ได
ศึ
กษา
ผลกระทบของการพั
ฒนาการท
องเที่
ยวที่
มี
ต
อการใช
ที่
ดิ
นและสภาพแวดล
อมของเกาะสมุ
จั
งหวั
ดสุ
ราษฎร
ธานี
ผลการศึ
กษาเรื่
องนี้
พบว
าพั
ฒนาการท
องเที่
ยวของเกาะสมุ
ยแบ
งออกได
เป